บันเทิง : คอลัมน์เด็ด
วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2556

ไทยไฟท์คาดเชือก

ไทยไฟท์คาดเชือก : คอลัมน์โลกใบนี้ดนตรีไทย : โดย...ขุนอิน

               ในโลกของศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวต่างๆ นั้นจะมีมากมายหลายรูปแบบซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็จะออกมาเป็นลักษณะการแข่งขันในรูปแบบของกีฬา ซึ่งในสมัยก่อนนี้มวยสากลและมวยปล้ำนั้นจะได้รับความนิยมมาก เนื่องจากไม่ค่อยมีกีฬาการแข่งขันในแบบการต่อสู้ให้ได้แข่งขันกันเท่าไหร่เหมือนกับปัจจุบันนี้ แต่พอหลังจากประเทศญี่ปุ่นนำยูโดซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติของเขามาเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิกจึงทำให้ทั่วโลกชื่นชอบยูโดกันไปทั่วโลก ด้วยความมีรูปแบบการแข่งที่สนุกและเป็นรูปแบบของตัวเองที่ชัดเจน ยิ่งโดยเฉพาะในยุคเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้วมาประเทศญี่ปุ่นได้จัดทำละครโทรทัศน์เรื่อง "ยูโดสายดำ" ออกฉายเกือบๆ ทั่วโลก จึงทำให้ยูโดนั้นกลายเป็นกีฬายอดฮิตกันแบบแพร่หลายยิ่งโดยเฉพาะในเมืองไทยแล้วนั้นจะฟีเวอร์กันมากในหมู่ของเด็กๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผมเอง

                จากนั้นไม่นานก็มีกีฬาต่อสู้ประจำชาติต่างๆ ก็ออกมาสู่กีฬาโอลิมปิกเพื่อให้ทั่วโลกนั้นยอมรับ เทควันโดของเกาหลี วูซูของจีน และพอมาถึงมวยไทยของเรานั้นซึ่งในยุคก่อนนั้นก็พยายามที่จะผลักดันเข้าสู่โอลิมปิกเพื่อให้คนทั่วโลกนิยมมวยไทยของเรา แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเนื่องจากติดตรงที่ว่าเรามีเครื่องดนตรีแบบปี่ กลอง มาเล่นประกอบตอนระหว่างการแข่งขัน แต่อย่างไรก็ตามกีฬาต่อสู้แบบมวยไทยมีเสน่ห์และชวนหลงใหลต่อชาวต่างชาติที่นิยมในเรื่องของความเจ็บตัวซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นคนแข็งแกร่งและเป็นลูกผู้ชาย ประกอบกับที่นักมวยไทยในยุคเก่าเมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมานั้นไปเอาดีในการเปิดค่ายมวยในแถบประเทศยุโรปและอเมริกากันอย่างมาก จนมีลูกศิษย์ทั้งหญิงชายตาน้ำข้าวนับพันคนหรืออาจจะถึงหมื่นคนกระจายเป็นวงกว้างจึงทำให้มวยไทยเราได้รับความนิยมกันไปทั่วโลกโดยไม่ต้องผ่านโอลิมปิกยิ่งในยุคนี้แล้วมวยไทยของเราได้รับความนิยมมากกว่ายูโด หรือแม้กระทั่งเทควันโด ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการแข่งขันมวยไทยในระดับโลกที่มีเพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เรียกว่าแข่งกันจัดก็ไม่ผิดนัก แต่ก็สามารถที่จะทำให้เกิดซูเปอร์สตาร์มวยไทยทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติขึ้นมาให้รู้จักกันทั่วโลก

               การแข่งขันมวยไทยไฟท์ ก็เช่นกัน ซึ่งเป็นการจัดการแข่งขันมวยไทยรายการหนึ่งที่สามารถทำให้ทั่วโลกนั้นชื่นชอบมวยไทยจากการที่มวยไทยไฟท์นั้นได้ปรับปรุงวิธีการบางอย่างให้สนุกขึ้น รวมถึงการสร้างรูปแบบในการแข่งขันด้วยแสงสีเสียงตระการตาที่ยิ่งใหญ่และที่สำคัญคือการจัดการแข่งขันแบบถ่ายทอดสดทั้งในและต่างประเทศนั้นมีอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จึง ทำให้มวยไทยไฟท์นั้นสร้างนักมวยไทยอย่าง สุดสาคร ส.กลิ่นมี หรือไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง นั้นให้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์มวยไทยในระดับโลก เท่านั้นยังไม่พอหลายท่านอาจจะทราบดีว่ามวยไทยไฟท์ได้จัดทำเป็นรูปแบบรายการทีวีเรียลิตี้ ที่ใช้ชื่อรายการว่า ไทยไฟท์คาดเชือก ซึ่งนำนักชกมวยไทย 32 คนจากทั่วโลกเข้ามาใช้ชีวิตในการฝึกซ้อมกินนอนอยู่ด้วยกันและทำกิจกรรมต่างๆ ในแบบที่มีความเป็นไทย อย่างเช่น ดำนา แข่งทำอาหารไทย ฯลฯ เป็นเวลากว่า 3 เดือนและที่สำคัญที่สุดคือการชกกันจริงๆ แบบมวนไทยคาดเชือกไม่ได้ใส่นวม ใครแพ้ก็ต้องเดินออกจากบ้านไปด้วยอาการที่บาดเจ็บ บางคนถึงซี่โครงหัก จมูกหัก แถมบางคนชนะแต่นิ้วมือหักต้องถอนตัวออกไปเองก็ยังมีด้วยครับ

                ไทยไฟท์คาดเชือกตอนนี้ผ่านไปได้ 12 เทปแล้วครับ ในวันเสาร์ที่ 12 นี้จะเป็นการแข่งขันในรอบ 8 คนสุดท้าย แต่ที่สำคัญก็คือนักมวยที่เหลือทั้ง 8 คนนั้นจะต้องแบ่งเป็น 2 ทีมขาวกับดำเหมือนเดิม และต้องมาประชันเครื่องดนตรีไทยด้วยการตีเปิงมาง โดยมีข้อแม้ว่าทีมใดเป็นฝ่ายชนะนั้นจะได้เป็นคนเลือกคู่ชกในฝั่งทีมตรงข้ามของรอบ 8 คนสุดท้าย ซึ่งแน่นอนที่สุด ทุกคนมีเวลาเพียงแค่ 3 วันในการฝึกหัดการตีเปิงมางจากอาจารย์ขุนอิน ก็คือตัวผมเองแหละครับ ทุกคนจึงต้องทุ่มเทในการฝึกซ้อมโดยเฉพาะนักมวยไทย 2 คน คือสุดสาคร ส.กลิ่นมี กับไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วง ที่ต้องการเอาชนะในการประชันตีเปิงมางเพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นผู้เลือกคู่ชก ซึ่งก็เป็นการหลีกเลี่ยงในการเจอกันเองในรอบ 8 คนสุดท้าย ก็ด้วยความเป็นเพื่อนกันอีกด้วยแหละครับ

               ในวันเสาร์ที่ 12 นี้ในเวลา 15.30 น. ท่านผู้อ่านลองติดตามชมลีลาการตีเปิงมางของนักมวยไทยและต่างชาติ ในรายการไทยไฟท์คาดเชือก ทางทีวีสีช่อง 3 นะครับและอีก 2 สัปดาห์ผมจะเขียนให้อ่านกันว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับนักมวยฝรั่งเศส ที่แข่งตีเปิงมางแล้วทำเหมือนกับเป็นมวยล้มต้มคนดูซะเฉยๆ  ท่ามกลางความงงงวยของเพื่อนๆ ร่วมทีมฝ่ายดำ และอะไรอีกหลายๆ อย่างที่สนุกสนาน ในช่วงของการฝึกซ้อมเปิงมางอีกด้วยครับ

 

.....................

(ไทยไฟท์คาดเชือก : คอลัมน์โลกใบนี้ดนตรีไทย : โดย...ขุนอิน )