เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : คอลัมน์เด็ด
วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2556

ทำมาหากิน : 'ถ่านก้อนดูดกลิ่น'

ทำมาหากิน : 'ถ่านก้อนดูดกลิ่น' หลากสไตล์ งานภูมิปัญญาสู่กิจการทำเงิน : โดย...ประภาภรณ์ เครืองิ้ว

 

                             ผลิตภัณฑ์ "ถ่านก้อนดูดกลิ่น" ภายใต้แบรนด์ "ธูปหอมอัมพัน" เป็นความสวยงามแปลกตา แตกต่างจากที่เคยเห็น รวมทั้งสีสันอันงดงาม นับเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เกิดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมอันผ่านกระบวนการออกแบบที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบชิ้นงานให้มีความแตกต่างและทันสมัย ด้วยอาศัยช่างชำนาญจากชุมชนร่วมสร้างสรรค์ผลงานสรรค์จนได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ทำให้มีการสั่งซื้อทั้งภายในและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและคนในชุมชนเฉลี่ยแล้วไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

                             นายอดิสรณ์ เครืออยู่ ฝ่ายการตลาดของผลิตภัณฑ์ธูปหอมอัมพัน เล่าถึงที่มาของชิ้นงานที่มีการวิจิตรบรรจง ผ่านกระบวนการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ว่าเดิมที่ผลิตภัณฑ์ธูปหอมอัมพัน เริ่มต้นจากการทำธูปหอมอโรม่า โดยมี นายสันติ  เครืออยู่ เป็นผู้ริเริ่มรวมกลุ่มกับ กลุ่มแม่บ้านแม่ตาวแพะ ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อส่งจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ ของประเทศ ต่อมาเมื่อทำไปได้สักระยะหนึ่ง กลับพบว่ามีหลายพื้นที่มีการทำกิจการธูปหอมเช่นกัน จุดนี้จึงเป็นแรงผลักให้กลุ่มแม่บ้านแม่ตาวแพะ จำเป็นต้องมีการค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาเสริมอยู่เสมอในการเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ออกจำหน่าย

                             "ช่วงนั้นพอดีสันติเรียนจบคณะวิจิตรศิลป์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้นำวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาทำการออกแบบ โดยเน้นการผลิตวัตถุดูดกลิ่น เริ่มจากการนำถ่านไปไว้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ในตู้เย็นเพื่อขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ต่อมาเมื่อเกิดความคิดว่าควรจะมีการออกแบบเป็นถ่านดูดกลิ่นในหลากสไตล์เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค จึงทดลองนำถ่านมาบดเป็นผงผสมกับกาว และนำไปเทยังแป้นพิมพ์ที่ออกแบบไว้ รอให้แห้งจะได้ก้อนถ่านดูดกลิ่นลวดลายต่างๆ จากนั้นลงสีตกแต่ง เป็นอันเสร็จทุกขั้นตอน ก่อนนำออกจัดแสดงตามงานต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างมาก" นายอดิสรณ์ แจง

                             จากจุดเริ่มต้นจากธูปหอมอโรม่า มาจนถึงการทำถ่านดูดกลิ่น กลุ่มแม่บ้านแม่ตาวแพะ ได้ก่อตั้งมานานกว่า 8 ปีแล้ว และกลุ่มลูกค้าหลังกว่า 90% เป็นลูกค้าภายในประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต สงขลา เมืองพัทยา บ้านหอมเทียน จ.ราชบุรี ตลาดน้ำ 4 ภาค จ.ชลบุรี และกระจายไปทั่ว เนื่องจากความโดดเด่นในเรื่องของสีสัน ลวดลายของถ่านดูดกลิ่นที่แปลกแตกต่าง จึงทำให้สามารถนำถ่านดูดกลิ่น นำไปตกแต่งห้องได้อย่างสวยงาม ขณะที่ตลาดในต่างประเทศ มีเพียง 10% คือ ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และฮ่องกง ที่ให้ความสนใจนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

                             ขณะที่จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ คือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า หากเป็นถ่านก้อนสีดำ เมื่อนำมาวางจำหน่ายก็ไม่ได้ราคาแต่หากมีการแต่งเต็มความคิด ในการออกแบบ ทำให้ถ่านก้อนธรรมดาสร้างมูลค่าให้ได้อย่างมหาศาล เฉลี่ยแล้วสามารถสร้างรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 1.2-1.3 ล้านบาท นอกจากถ่านดูดกลิ่นแล้ว ผลิตภัณฑ์ของธูปหอมอัมพัน ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากมาย ทั้งเครื่องหอมอโรม่า ที่ทำมาจากแป้งปั้นมีลักษณะเป็นหิน เมื่อมีการหยดน้ำมันหอมระเหย หินก็จะสามารถส่งกลิ่นหอมได้ ซึ่งสามารถนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ได้ รวมทั้งถ่านมะพร้าว ตะกร้าสาน

                             นายอดิสรณ์เล่าอีกว่า จากการรวมกลุ่มอันยาวนาน กลุ่มแม่บ้านแม่ตาวแพะ ยังเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมรายได้ให้คนในชุมชนด้วย โดยจะมีการจ้างงานภายในชุมชน อาศัยแรงงานชาวบ้านในพื้นที่ที่ว่างเว้นจากการทำงานประจำมาใช้เวลาว่างในการหารายได้เสริม ทั้งการตกแต่งลวดลาย การอัดถ่านก้อน โดยกลุ่มจะมีการแบ่งรายได้ส่วนต่างให้สมาชิก เฉลี่ยชิ้นละ 50 สตางค์ ซึ่งขึ้นอยู่ว่าสมาชิกจะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด

                             อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในอนาคตทางกลุ่มมองว่าจะมีการเน้นการส่งขายในต่างประเทศมากขึ้น โดยจะต้องมีการหาวิธีแก้ข้อเสีย ของผลิตภัณฑ์ให้ได้ก่อน โดยจะขอความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไข เนื่องจากผลิตภัณฑ์เป็นถ่านอัดก้อน เมื่อมีการเดินทางในระยะไกล หรือมีการขนส่งที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้สินค้าได้รับความเสียหายได้

                             ทั้งนี้ นายอดิสรณ์ เครืออยู่ คาดหวังว่าจะใช้เวลาในการศึกษาไม่นานนัก รวมทั้งหากผู้ที่สนใจต้องการเลือกดู สามารถสอบถามผลิตภัณฑ์ติดต่อได้ที่ 82 หมู่ 3 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก อดิสรณ์ย้ำยินดีให้ความสะดวกกับทุกสายที่มีความสนใจในอาชีพนี้

 

 

----------------------------

(ทำมาหากิน : 'ถ่านก้อนดูดกลิ่น' หลากสไตล์ งานภูมิปัญญาสู่กิจการทำเงิน : โดย...ประภาภรณ์ เครืองิ้ว)

 

 

 

ข่าวด่วน