การเมือง : ทัศนะ-บทความ
วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2556

กองทัพต้องเคลียร์ปม'คลิปลับ'

กองทัพต้องเคลียร์ปม'คลิปลับ' : ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา-ทีมข่าวความมั่นคง


              คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ผลกระทบจาก "คลิปลับ" การสนทนาของชาย 2 คน ที่มีน้ำเสียงคล้ายกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม และอีกคนนั้นคล้ายกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถึงเรื่องราวอันแหลมคมสุ่มเสี่ยงต่อความเป็นไปของบ้านเมือง น่าจะสร้างความเสียหายให้แก่รัฐบาลอย่างใหญ่หลวง

              เกมการเมืองที่ฟูมฟักเอาไว้เพื่อรอจังหวะในช่วงนี้ ก็น่าจะถูก "ดอง" ยาวๆ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.หรือ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ที่จะเป็นกฎหมายเปิดประตูบ้านให้คนแดนไกลได้กลับมา "จบ" แบบสวยๆ ในบั้นปลายของชีวิต

              แต่ด้วยความที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่พรรคการเมืองแกนนำมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง และมีพรรคร่วมที่กอดแน่นจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน ก็คงจะไม่ถึงกับหน้าคะมำเป็นแน่

              เพียงแต่การที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ รีบร้อน "เคลียร์" กับ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นมันทำให้เห็นว่า "ออกอาการ" มากไปหน่อย และทำให้ความเชื่อที่มีอยู่แต่เดิมอยู่แล้วว่า คลิปนั้นเป็น "ของจริง" ก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้น

              และเมื่อเชื่อว่าเป็นของจริงก็ย่อมต้องย้อนกลับไปหาคำถามที่ตั้งเอาไว้ก่อนหน้านี้นานแล้วว่า เหตุใดขุนทัพทั้งหลายจึงพากันนิ่งเฉยต่อความเป็นไปของบ้านเมืองจนผิดปกติ

              กว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ผู้มีชื่อเล่นว่า "ตู่" จะออกมาแถลงถึงความห่วงใยต่อบ้านเมืองที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญก็แทบจะเป็นที่อยู่ถาวรให้แก่ม็อบที่มีจำนวนเพียงไม่กี่คนยึดเอาเป็นถิ่นอาศัย หวุดหวิดจะเกิดการปะทะกับมวลชนที่เดินทางไปให้กำลังใจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

              เช่นเดียวกับฟากฝั่งดอนเมือง ที่ไม่มีเสียงกระแอมไอจาก "ตึกแปดแฉก" เลยแม้แต่น้อย ต่างกับเมื่อครั้งที่ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ เป็น ผบ.ทอ.ที่ไม่เคยหวั่นเกรงว่า "พายุการเมือง" จะสาดซัดเข้าใส่จนอาจทำให้พ้นจากเก้าอี้

              นายทหารใหญ่อีกคนที่ถูกพาดพิงถึงก็คือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งในคลิปบอกทำนองว่า "ยอมแล้ว!" ที่ผ่านมาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรต่อความเป็นไปทางการเมือง โดยเฉพาะ "กฎหมายนิรโทษกรรม" ซึ่งเป็นประเด็นหลักของบทสนทนาในคลิปลับ

              เพราะมีการพูดชัดเจนว่า กลุ่มต่อต้านไร้น้ำยา ถ้าทหารไม่เอาด้วย !

              และเมื่อท่าทีของขุนทัพออกมาเช่นนี้ จึงต้องมีการ "สะกิด" กันบ้างว่า กองทัพจะเอาอย่างไรหากกฎหมายที่พยายามผลักดันออกมานั้นกลายเป็นชนวนให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกอีกครั้ง ?

              พล.อ.ยุทธศักดิ์ เคยเข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม มาแล้ว และได้ชื่อว่าเป็นตัวเชื่อมระหว่างบ้านสี่เสาฯ กับรัฐบาล แต่เมื่อถูกปรับออกจากตำแหน่งจึงได้รู้ว่า เมื่อไร้ตัวเชื่อมกับบ้านสี่เสาฯ ประกอบกับได้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ซึ่งมีบุคลิกแข็งกร้าวกว่า มาเป็น รมว.กลาโหม บทสรุปที่ว่า "ถ้าทหารไม่เอาด้วยก็จบ" ก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กลับมาอีกครั้ง ในตำแหน่ง รมช.กลาโหม

              แล้วก็นำมาซึ่งการรายงานให้คู่สนทนาที่ว่า ได้บอกกับขุนทัพไปแล้วว่า อีก 2 ปีจะเกษียณ ถ้าทำงานเข้าตาก็จะมีงานให้ทำหลังเกษียณ !

              ถามว่าอะไรหรือที่มัน "เข้าตา"

              ในบทสนทนานั้น มีการพูดถึงการผลักดันกฎหมาย มีการพูดถึงขั้นตอนว่า ให้ทำเป็นพระราชบัญญัติ แล้วนำไปแจ้งให้สภากลาโหมรับรู้ จากนั้นแจ้งต่อสภาความมั่นคงฯ เพื่อรับทราบ ก่อนจะให้รัฐบาลออกเป็นพระราชกำหนด

              ถ้าพูดจาประสาซื่อก็คือ ให้ทหารรับรู้ว่า รัฐบาลจะผลักดันกฎหมาย (ซึ่งอาจจะเป็นกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กลับบ้าน) ในรูปแบบพระราชบัญญัติ ที่จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้กลั่นกรองเนื้อหาเสียก่อน แต่ให้รัฐบาลออกเป็นพระราชกำหนด อันเป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายบริหาร และมีผลบังคับใช้ได้ทันที แล้วก็ไม่ต้องห่วงกองทัพ เพราะถือว่ารับรู้แล้ว

              ถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และ ผบ.เหล่าทัพ ไม่ว่าจะรับรู้มาก่อนหรือไม่ก็ตาม แต่ยอมให้ถูกลักไก่ออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรม ทั้งที่แจ้งว่าจะออกเป็นพระราชบัญญัติ ก็เท่ากับว่า พยายามทำงานให้ "เข้าตา" เพื่ออนาคตหลังเกษียณ ก็คงเป็นกรรมของบ้านเมืองที่เกียรติและศักดิ์ศรีนั้นมันไม่มีอยู่จริง

              หากเรื่องนี้มีการวางแผนกันไว้จริง ก็ต้องบอกว่า เป็นโชคดีที่ "คลิปลับ" ได้ถูกเปิดเผยออกมาก่อน และเป็นโอกาสให้บรรดา ผบ.เหล่าทัพทั้งหลายได้คิดทบทวนบทบาทของทหารที่ผ่านมาว่า ได้แสดงออกถึงการปกป้องชาติบ้านเมืองหรือไม่เพียงใด มีโอกาสที่จะชี้ผิดชี้ถูกเพื่อรักษาชาติบ้านเมืองหรือไม่ ?

              เพราะสำหรับบ้านเราเมืองเรานั้น เป็นจริงอย่างที่บทสนทนาว่า ต่อให้มีเสียงคัดค้านมากแค่ไหน ถ้าทหารไม่เอาด้วยก็จบ

              แต่ปัญหาในวันนี้ก็คือ ทั่วประเทศรับรู้แล้วว่า มีอะไรบ้างที่จะทำให้ทหารไม่เอาด้วย

              ปัญหานี้จะเป็นของใครไปไม่ได้เลย นอกจาก 3 นายทหาร ที่ชาย 2 คนพูดถึงอย่างไม่ต้องสงสัยที่จะต้องแสดงบทบาทลบล้างสิ่งที่ชายสองคนได้สนทนากัน

................................

(หมายเหตุ : กองทัพต้องเคลียร์ปม'คลิปลับ' ขยายปมร้อน โดยศรุติ ศรุตา-ทีมข่าวความมั่นคง)