การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2556
http://video.nationchannel.com/player/flowplayer.commercial-3.2.5.swf

โปรดเกล้าฯ'ครม.ปู5'แล้ว!

โปรดเกล้าฯ'ครม.ปู5'แล้ว 'ปู'ควบกลาโหม 'นิวัฒน์ธำรง'ผงาดคุมทีมเศรษฐกิจ 'วราเทพ'นั่งควบ'รมต.ประจำสำนักนายกฯ-รมช.เกษตรฯ'

                30 มิ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. นายนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสทวิตเตอร์ Teerat Ratanasevi@teeratr ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเตรียมนำ ครม. ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์วันนี้(30 มิ.ย. 56) เวลา 18.00 น. โดยยกเลิกกำหนดการที่เหลือที่มุกดาหาร และจะกลับมาใหม่คืนนี้ จากนั้นนายธีรัชต์ ได้ทวีตบอกด้วยว่านายกฯขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับมาที่ กทม.

               ทั้งนี้ วันที่ 30 มิ.ย.-1 ก.ค. นายกฯ ยังมีกำหนดการ "ทัวร์นกขมิ้น" ที่ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร และมุกดาหาร

               อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาล ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่ "ทัวร์นกขมิ้น" ที่มุกดาหาร กล่าวว่า ยังไม่เห็นรายชื่อ ครม.ใหม่ที่มีการโปรดเกล้าฯลงมา แต่คาดว่าเดี๋ยวน่าจะมา เพราะทางสำนักพระราชวังประสานมาแล้วว่าให้เข้าเฝ้าเวลา 18.00 น.นี้

               ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีกระแสข่าวว่าจะมีการโปรดเกล้าคณะรัฐมนตรีใหม่นั้น บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาล เป็นไปด้วยความคึกคักโดยตั้งแต่เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีการจัดเตรียมสถานที่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรีใหม่ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้มีการเตรียมรถตู้ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไว้ 4 คัน เพื่อนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าในช่วงเวลา 18.00 น. ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปลายและการเกาะติดจากสื่อมวลชนหลายสำนัก

               โดยในเวลา 16.10 น. นายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาลเป็นคนแรก จากนั้นตามมาด้วยนางเบญจา หลุยเจริญ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นายสรวงศ์ เทียนทอง นายชัยเกษม นิติสิริ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นายวิเชษฐ เกษมทองศรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง นางปวีณา หงสกุล พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายวราเทพ รัตนากร นายพ้อง ชีวานันท์ และนายยรรยง พวงราช

               จากนั้นเวลา 17.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับจากภารกิจทัวร์นกขมิ้นที่จังหวัดยโสธร พร้อมด้วยนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ก่อนที่จะร่วมกันถ่ายภาพหมู่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยการถ่ายภาพครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่มีกระแสข่าวว่าถูกโยกย้ายจากตำแน่งรองนายกฯอันดับ 1 ไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนั้น ไม่ได้เดินทางมาร่วมถ่ายภาพหมู่ในครั้งนี้ด้วย

               โดยนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินทางไปรออยู่ที่ ร.พ.ศิริราช เพื่อเตรียมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว เช่นเดียวกับนายวราเทพ ที่ยืนยันกับสื่อมวลชนว่า ร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินทางไปรอที่ ร.พ.ศิริราชแล้ว อย่างไรตาม ภายหลังถ่ายภาพหมู่เป็นที่เรียบร้อย นายกรัฐมนตรีได้นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เดินทางไปยัง ร.พ.ศิริราช เพื่อนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า การถ่ายภาพหมู่ครั้งนี้ เป็นการถ่ายภาพโดยที่ยังไม่มีเอกสารการโปรดเกล้าฯแจกจ่ายให้สื่อมวลชนแต่อย่างใด

               ขณะที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยอมรับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีกหนึ่งตำแหน่ง โดยมั่นใจว่า นายกรัฐมนตรีจะสามารถร่วมกันทำงานกับกองทัพได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการที่ตนเข้ามานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ก็สามารถที่จะช่วยงานนายกฯได้เป็นอย่างดี เพราะตนเคยทำงานในกระทรวงมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่านายกฯจะสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน

 

 

โปรดเกล้า ฯ ครม.ปู 5 แล้ว "ปู" ควบกลาโหม "นิวัฒน์ธำรง" ผงาดคุมทีมเศรษฐกิจ

               

               ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่และได้ลงประกาศในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยพระบรมราชโองการระบุว่า "ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี" ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

               "พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 5 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 9 สิงหาคม พุทธศักราช 2554 และประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2556 นั้น บัดนี้ นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่า สมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตําแหน่ง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

               อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 171 และมาตรา 183 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

               1. ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               พลอากาศเอกสุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               พลตํารวจโทชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               พลตํารวจเอกประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

               นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

 

               2. ให้แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

               นายนิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

               พลตํารวจเอกประชา พรหมนอก เป็นรองนายกรัฐมนตรี

               นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองนายกรัฐมนตรี

               นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

               นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีกตําแหน่งหนึ่ง

               พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

               นางเบญจา หลุยเจริญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

               นางปวีณา หงสกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

               นายวราเทพ รัตนากร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกตําแหน่งหนึ่ง

               นายพ้อง ชีวานันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

               นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

               นายยรรยง พวงราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

               นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

               นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

               ร้อยตํารวจเอกเฉลิม อยู่บํารุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

               นายพีรพันธุ์ พาลุสุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

               นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

               นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

               ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พุทธศักราช 2556 เป็นปีที่ 68 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 

 

                

 

"นายกฯ" นั่ง ฮ.บินด่วนกลับ กทม. เตรียมพา"ครม.ปู5"ใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ เย็นนี้

 

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติภาระกิจเยี่ยมชมวิถีชีวิต วัฒนธรรมภูไท และโฮมสเตย์ บ้าน ภู อ.หนองสูง จ. มุกดาหาร ในเวลา 15.30 น. นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งว่าให้รัฐมนตรีใหม่ไปรวมตัวที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 17.00 น. เพื่อกำหนดการเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ ในเวลา 18.00 น. และนายกฯก็ได้เดินทางกับกทม. โดย เฮลิคอปเตอร์ทันที ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้แจ้งยกเลิกภาระกิจที่จ.มุกดาหารในวันที่ 1 ก.ค.นี้

 

พระราชทานให้ครม.ใหม่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์

             เมื่อเวลา 18.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่ เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

 

สื่อปักหลักรอโผ"ครม.ปูู5"

 

                บรรยากาศความชัดเจนการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าลงมาหรือไม่ โดยบรรยากาศได้มีสื่อมวลชนมาเฝ้ารอติดตามข่าวการปรับครม.ตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น. จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ซึ่งสื่อมวลชนก็ยังคงปักหลักรอติดตามข่าว พร้อมเช็คข่าวอยู่ภายในทำเนียบรัฐบาลต่อไป โดยผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามความเคลื่อนไหวกับนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

               โดยนายอำพน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ซึ่งรายชื่อการปรับ ครม.ยังไม่ถึงตน ทั้งนี้ ตนได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ไว้ว่า ถ้ามีรายชื่อออกมาแล้วให้แจ้งสื่อมวลชนทันที ซึ่งตนก็จะประกาศทันทีเช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีมา ตนก็ไม่รู้ล่วงหน้าจึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะมาเมื่อไหร่

 

 

               
"เพื่อไทย" ปัด "ครม.ปู 5" แบ่งเค้กตระกูลชิน เชื่อ เปิดสภา ไร้ปัญหา สส.ขัดแย้ง

 

               นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเสนอข่าวว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยบางคน แสดงความคิดเห็นเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า เป็นเรื่องปกติเพราะในพรรคเพื่อไทยมีความเป็นประชาธิปไตย ต้องเคารพในการแสดงความคิดเห็น และการเสนอข่าวว่าจะมีการปรับครม.ประมาณ 18 ตำแหน่ง ก็เป็นเรื่องปกติ เป็นอำนาจหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อให้เกิดการทำงาน ขับเคลื่อนนโยบาย ให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง เพื่อประชาชน ไม่ใช่การปรับเพื่อเป็นการต่างตอบแทน ตามที่ฝ่ายค้านระบุว่า เป็นการแบ่งเค้กตระกูลชิน ตนเชื่อว่า เป็นการปรับคนที่มีความรู้ความสามารถ ซึ่งอยากให้คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ มองโลกในแง่ดี ทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากให้ตรวจสอบรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ มองว่าฝ่ายค้านก็ควรปรับภาพลักษณ์ฝ่ายค้านด้วย เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

                นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงการออกมาวิพากษ์วิจารณ์โพสในเชียลเน็ตเวิร์คว่า หลังจากการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย ว่า ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าใครอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำงานได้ เป็นเรื่องการรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าหลังจากมีการปรับ ครม.เรียบร้อย จะไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น ส่วนที่มองว่าอาจมีปัญหาเมื่อเปิดประชุมสภา ในกฎหมาายสำคัญๆ อาทิ ทั้งเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ พรบ.เงินกู้นั้น ตนเชื่อว่าไม่มี เพราะพรรคเพื่อไทยมีวินัย และการแก้ไขกฎหมายต่างๆน่าจะผ่านไปด้วยดี

 

 

แนะ"อภิสิทธิ์"เรียก"ราเมศร์"มาตบปากเสียจวก"ยิ่งลักษณ์"

 

                นายพร้อมพงศ์  กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคออกมาให้ข่าวว่า จะยื่นถอดถอนครม.ทั้งคณะ กรณีศาลปกครองกลางมีคำวินัยฉัย เรื่อง พรก.กู้เงินบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทว่า ตนแปลกใจว่า นายอภิสิทธิ์ เล่นการเมืองลักษณะค้านทุกลูก การยื่นสามารถยื่นได้ แต่รัฐบาลกังวลใจเพราะ ถือว่าเป็นการทำหน้าที่แก้ไขจัดการน้ำ หลังเกิดเกิดน้ำท่วมใหญ่และมีการสูญเสียมหาศาล ซึ่งขณะนี้ใกล้หน้าฝน ถ้าไม่มีการบริหารจัดการน้ำ จะกระทบกับการลงทุนการท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ จะเล่นการเมืองด้วยการถอดถอนเป็นแค่เกมการเมือง เพราะโครงการยังไม่เริ่ม ไม่รู้จะทุจริตตรงไหน ไม่อยากให้เป็นเกมการเมืองแทนประโยนช์ของประชาชนทั้งประเทศ

                นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายราเมศร์ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า เรื่องนี้สะท้อนว่ารัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นการละเมิดกฎหมายหรือส่งเสริมให้พวกพ้องของตนละเมิดกฎหมาย ว่า ตนปฎิเสธไม่เป็นความจริง รัฐบาลไมได้เป็นการละเมิดกฎหมาย หรือส่งเสริมให้พวกพ้องของตนละเมิดกฎหมาย เพราะปฎิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด และรัฐบาลทำทุกอย่างโดยคำนึงถึงระเบียบกฎเกณฑ์ ทำโครงการรวบรวมความคิดเห็น ส่วนสิ่งที่กล่าวหา คนในรัฐบาลจะออกมาว่า ศาลปกครองก้าวก่ายการทำงานรัฐบาลและให้ยุบศาลปกครองทิ้งนั้น คนในรัฐบาล ไม่มีใครมีความคิค ไม่ใช่นายราเมศ เสี้ยม ทำให้เกิดความขัดแย้งว่า ฝ่ายบริหารขัดแย้งกับตุลาการ

                “เป็นการเมืองที่สกปรก นายอภิสิทธิ์ ควรเรียกนายราเมศร์ มาตบปาก หรือนายชวน น่าจะออกมาห้ามปราบ เพราะไม่ควรอย่างยิ่ง ผมท้าถ้ามีหลักฐานให้เอาออกมาเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ยืนยันว่า ไม่มีที่จะยุบศาลปกครองทิ้ง หากย้อนไปดูสมัยโครงการไทยเข้มแข็ง ก็ไม่ได้ทำประชาภิจารณ์ พวกตนก็ไม่ได้ไปร้องอะไร ค้านสามารถค้านได้ แต่ควรค้านอย่างมีเหตุมีผล เพื่อไทยเน้นบริหารบ้านเมืองไม่เน้นเล่นเกมการเมือง” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

 

 

               
จวก"มาร์ค"ม็อบเข้ากรุง หลังเปิดสภา สร้างความขัดแย้ง

 

                นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีเวทีผ่าความจริง ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลานคนเมือง เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนได้ติดตามการปราศรัย สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ พูดว่า เมื่อเปิดประชุมสภาในเดือน ส.ค. ถ้ามีการเลื่อน พรบ.นิรโทษกรรมมาพิจารณาก่อน จำเป็นต้องระดมกำลังจากกทม.และปริมณฑล เป็นการปลุกระดม การเมืองต้องแก้ปัญหาด้วยการเมือง ไม่ใช่การอาศัยเอาม็อบมากดดัน ทั้งนี้ตนได้ลงพื้นที่ทั้งภาคใต้และหลายพื้นที่ มีกลุ่มบุคคลปลุกระดมโจมตีรัฐบาลว่า รัฐบาลโกง จำนำข้าว การบริหารจัดการน้ำ แก้กฎหมายเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ทำเพื่อพวกพ้อง ซึ่งสอดคล้องกับนายอภิสิทธิ์ ทำอยู่หรือไม่ ตนไม่ทราบพรรคไหนกลุ่มไหน แต่ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ของบ้านเมือง คนไทยจะยอมรับในการสร้างความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ คนที่บอกเคารพในระบบประชาธิปไตย ถ้าเกิดความขัดแย้งหรือเกิดความวุ่นวาย นายอภิสิทธิ์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามตนจะรวบรวมหลักฐาน ว่าเชื่อมโยงกับคนที่ไปปล่อยข่าวหรือไม่