ภูมิภาค-ชุมชนเมือง : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2556

ข้อพิพาทที่ดินทำกินชาวบ้าน

ข้อพิพาทที่ดินทำกินชาวบ้าน ปัญหาที่คนกาญจน์รอภาครัฐแก้ไข : โดย... ธาริณี แพทย์เมืองจันทร์

               ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินระหว่างชาวบ้านในพื้นที่หลายอำเภอของจ.กาญจนบุรีกับหน่วยงานราชการนั้นมีมานานแล้ว ซึ่งนับวันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ทั้งนี้เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรมาหลายชั่วอายุคน โดยทำมาหาเลี้ยงชีพในที่ดินที่พระราชกฤษฎีกา พุทธศักราช 2481 หวงห้าม จนเกิดข้อพิพาทกับหน่วยงานราชการ ทั้งอุทยานแห่งชาติ หน่วยงานทางทหารและส่วนราชการอื่นๆ โดยเฉพาะหน่วยงานทางทหารนั้นใช้พื้นที่ในการฝึกภาคสนามจำนวนมาก จนหลายฝ่ายเห็นว่าน่าจะมีการทบทวนพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

               หลังจากชาวบ้านอ.ศรีสวัสดิ์ บ่อพลอย เลาขวัญ หนองปรือ ห้วยกระเจา ไทรโยค และอ.พนมทวน ได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ทำให้นายเรวัต สิรินุกุล ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินจังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมารับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอพนมทวน เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เดิมที่ดินทำกินหลายอำเภอในจ.กาญจนบุรี มีปัญหามากเนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ในอำเภอดังกล่าวทำการเกษตรในพื้นที่ของทหาร ซึ่งมีเอกสารสิทธิเป็นใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ หรือภบท.5 เกือบทั้งนั้น

               นายอภิรักษ์ คชนา นายกอบต.ดอนตาเพชร อ.พนมทวน กล่าวว่า ปัญหาที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนขณะนี้ มีอยู่ 3 ประเด็น คือ เรื่องพระราชกฤษฎีกา พ.ศ.2481 ที่ครอบคลุมพื้นที่ทำกินมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าหลายชั่วอายุของคน จนชาวบ้านได้ขอให้คณะทำงานพิจารณายกเลิกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จากนั้นก็ขอให้ออกเอกสารสิทธิน.ส.3 หรือให้ออกโฉนดแก่ชาวบ้าน โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอน

               และเรื่องที่ 2 เรื่องภัยแล้งซึ่งตอนนี้มีคลองคู่ขนานจากต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง ไปยังอ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ระยะทาง 60 กิโลเมตร โดยไหลผ่านต.หนองโรง ต.ทุ่งสมอ ต.พนมทวน ชาวบ้านในพื้นที่มีน้ำไหลผ่านแต่พื้นที่ตรงนี้อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกาจึงทำการเกษตรไม่ได้ ชาวบ้านจึงออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกา เพราะชาวบ้านไม่สามารถทำกินได้อย่างอิสระ และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ที่ชาวบ้านยังขาดแคลนได้รับความเดือดร้อนมาก อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน

               ขณะที่นายบุญธรรม ชีวังกูล อยู่บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ 10 ต.หนองโรง อ.พนมทวน กล่าวว่า ปัจจุบันตนลำบากเพราะทหารได้ยึดที่ทำกินไปหมดแล้ว ไม่เหลือที่ทำกินและกำลังจะปักหลักเขต ถ้าปักหลักเขตแล้วชาวบ้านก็จะทำกินไม่ได้ ตนจะไม่ให้ปักหลักเขต ที่ผ่านมาทหารเคยให้ทำกินได้ ทหารฝึกก็ฝึกไป เมื่อฝึกเสร็จถอยออกไป ชาวบ้านก็ทำกินกันไป แต่ทหารจะไม่ไห้ทำกินเลยจะเอาพื้นที่ทั้งหมด แล้วชาวบ้านจะทำมาหาเลี้ยงชีพอย่างไร เมื่อก่อนตนรักทหารมาก แต่ปัจจุบันตนมองทหารเหมือนพวกคอมมิวนิสต์สมัยก่อน

               ส่วนนายสมนึก ด้วงเดช กำนันตำบลหนองโรง กล่าวว่า ปัญหาของชาวบ้านคือทหารบุกรุกที่ทำกิน ชาวบ้านปลูกพืชทางการเกษตรก็ถูกทหารใช้เครื่องจักรเข้ามาไถทิ้ง ต่อจากนั้นจะทำการล้อมรั้วในพื้นที่ทำกินของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าไปทำมาหากินได้ ทั้งที่พื้นที่ทำกินดังกล่าว ชาวบ้านทำมาหากินมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า มีการเสียภาษีบำรุงท้องที่หรือภบท.5 แต่ปัจจุบันทหารได้เข้ายึดพื้นที่ทำกินของชาวบ้านเพื่อเป็นที่ฝึกภาคสนาม ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ชาวตำบลหนองโรงอย่างมาก ชาวบ้านในพื้นที่จะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานทางทหาร สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างมาก ตนต้องการให้ทางภาครัฐเข้ามาทำการไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทหารกับชาวบ้านต.หนองโรง ให้ไปในทิศทางที่ดี มิฉะนั้นปัญหาจะบานปลายและทำให้แก้ไขได้ยาก

               ด้านนายเรวัต สิรินุกุล ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินจังหวัดกาญจนบุรีและใกล้เคียง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับข้อร้องเรียนว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของราษฎรในจ.กาญจนบุรีนั้น มีปัญหามานานแล้ว ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งทำการช่วยเหลือตนและคณะจึงได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมทั้งได้รวบรวมเอกสารทั้งหมดที่ชาวบ้านมีอยู่ ก่อนนำเสนอต่อประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเรื่องเสนอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของชาวบ้านต่อไป ส่วนจะช้าหรือเร็วนั้นอยู่ที่รัฐบาล

                เพราะอีกไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า จ.กาญจนบุรี ก็จะเจริญเติบโตมากขึ้น เพราะมีการเปิดประตูการค้าที่บ้านพุน้ำร้อน อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อเชื่อมโยงการค้าไปสู่เมืองทวาย ประเทศพม่า ซึ่งจะทำให้ภาคธุรกิจเอกชนต้องการเข้ามาลงทุนจำนวนมาก แต่ถ้าปัญหาเรื่องที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาส่งผลกระทบต่อการลงทุนได้แน่นอน

               สำหรับปัญหาเรื่องที่ดินทำกินในเขตจ.กาญจนบุรี ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาทหารเข้าทำการยึดครองพื้นที่ทำกินของราษฎรเพื่อใช้เป็นพื้นที่ฝึกทางทหารจนส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเท่านั้น แต่ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินของราษฎรก็กลายเป็นปัญหาด้านการลงทุนที่นักลงทุนไม่มั่นใจในสถานะของที่ดิน ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนเอกชนไม่กล้ามาลงทุนในกาญจนบุรีและยังส่งผลถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐแต่ก็มาติดขัดในเรื่องดังกล่าว

               ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐควรเร่งแก้ข้อพิพาทที่ดินทำกินเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ท้องถิ่นและยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่กาญจนบุรีมากยิ่งขึ้น และปัญหาสำคัญอีกอย่าง คือ การเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งที่ผ่านมามีการโยกย้ายบ่อยเกินไป คนเก่ามาอยู่ได้ไม่นาน คนใหม่ก็มา ต้องใช้เวลาในการศึกษาปัญหา จนทำให้เสียโอกาสในการพัฒนาไปอย่างน่าเสียดาย

 

 ............................................................

(ข้อพิพาทที่ดินทำกินชาวบ้าน ปัญหาที่คนกาญจน์รอภาครัฐแก้ไข : โดย... ธาริณี แพทย์เมืองจันทร์)

 

 

5 ข่าวยอดนิยม
ข่าวด่วน