การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2556

ไทยเฉย

ไทยเฉย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล


              การส่งเสียงหรือการเคลื่อนไหวของคนเรานั้น มักเกิดจากความไม่พอใจในสภาพที่ตนเองเป็นอยู่ ดังนั้น วิธีที่จะทำให้คนเงียบหรือไม่เคลื่อนไหวจึงมีอยู่ 3 วิธี  วิธีที่หนึ่งได้แก่การขู่ให้กลัวการถูกลงโทษ จึงจำยอมต้องอยู่นิ่งๆ วิธีที่สองทำให้มีความพอใจในสภาพที่เป็นอยู่ จนไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะเป็นเหตุให้ตนสูญเสียสถานภาพนั้น และวิธีที่สามคือ สร้างเหตุการณ์หรือข่าวคราวต่างๆ ตลอดเวลา เพื่อให้คนเลื่อนไหลไปตามทิศทางที่ถูกกำหนด จนไม่มีเวลาที่จะคิดเรื่องของตนเอง

              วิธีข่มขู่ให้กลัวการถูกลงโทษ อาจใช้ได้ดีเมื่อผู้มีสิทธิในการลงโทษผู้อื่นมีอำนาจสิทธิขาดอยู่ในมือ และสามารถที่จะสำแดงอำนาจนั้นให้ปรากฏจริง หากมีผู้ขัดขืน

              วิธีการข่มขู่และลงโทษจะทำให้คนตกอยู่ใต้อาณาจักรของความกลัว ซึ่งถึงที่สุดแล้วก็มักจะได้รับการต่อต้านจากผู้ที่หวาดกลัวนั่นเอง

              ส่วนวิธีทำให้พอใจในสภาพที่เป็นอยู่ มักใช้ในขณะที่ผู้ที่ทำให้เกิดความพึงพอใจยังไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ หรืออยู่ในช่วงของการสร้างประชานิยม วิธีการหลักก็คือการให้หรือสัญญาว่าจะให้โน่นให้นี่ การสร้างเครือข่ายผลประโยชน์ร่วมกัน การใช้ระบบอุปถัมภ์ และการสร้างภาพต่างๆ ให้ดูวิลิศมาหรากว่าความเป็นจริง เป็นต้น

              สำหรับวิธีสร้างเหตุการณ์ ข่าวคราว หรือเรื่องราว เพื่อให้คนเลื่อนไหลไปเรื่อยๆ นั้น เป็นกลวิธีทางจิตวิทยาด้านการข่าว เพื่อให้คนเดินไปในทิศทางที่ต้องการ โดยไม่มีเวลาใคร่ครวญไตร่ตรองในข่าวสารที่ได้รับ หรือคิดถึงเรื่องของตนเอง และผู้ที่บริโภคข่าวสารประเภทนี้ จะเกิดอาการเสพติดข่าว และตกอยู่ในวังวนของข่าวที่ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง

              การที่คนไม่มีความเคลื่อนไหว จะเกิดภาวะของความเฉื่อย ตามมาด้วยความนิ่งเฉย ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่สังคมตกอยู่ในสภาพที่เฉื่อยเฉย ขาดความกระตือรือร้นในการแสดงความคิดเห็นหรือปฏิกิริยาใด จะด้วยความหวาดกลัว ความพอใจสภาพที่เป็นอยู่ หรือการเลื่อนไหลไปตามเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นก็ตาม ย่อมมีผู้ฉกฉวยโอกาสนั้นทำในสิ่งตนต้องการได้อย่างสะดวกดาย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีเสียงคัดค้านต่อต้าน

              สังคมใดที่เฉื่อยเฉย ก็ไม่ต่างจากสังคมที่ตายแล้วหรือกำลังจะตาย และมักจะจบลงด้วยความตายอย่างแท้จริงของคนในสังคมนั้น ทั้งการตายไปจากสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล และสิทธิเสรีภาพในทางการเมือง การตายไปจากโลกของความจริงและตกอยู่ในโลกแห่งความลวง ความเลื่อนลอย และความเหลวไหลเลื่อนเปื้อนต่างๆ นานา

              สังคมที่มีการเคลื่อนไหว อาจมีเสียงเอะอะ มีความพลุกพล่าน มีการเรียกร้องสิ่งนั้นสิ่งนี้  มีการโต้แย้งถกเถียงกันบ้าง แต่ก็เป็นสังคมของคนที่มีชีวิต ขณะที่สังคมที่ขาดการเคลื่อนไหวย่อมสงบนิ่ง และเงียบเชียบ จนวังเวง ดังนั้น สังคมที่คนถูกทำให้สงบเงียบไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เป็นสังคมที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง

              ครับ ความเงียบ กับพลังเงียบนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

              ท้ายคอลัมน์วันนี้ขอขอบคุณสำหรับหนังสือ A Man in Saffron Robes หรือ “คนในผ้าเหลือง” ของไมตรี ลิมปิชาติ ฉบับภาษาอังกฤษ สำนวนแปลของ Stephen Landau และ นิตยสารต่วย’ตูน ของพี่ต่วย วาทิน ปิ่นเฉลียว

5 ข่าวยอดนิยม
ข่าวด่วน