ศาสนา-พระเครื่อง : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2556

ชีวิตต้องการอะไรเป็นกำลังใจ?

ชีวิตต้องการอะไรเป็นกำลังใจ? : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยมนสิกุล โอวาทเภสัชช์

               เราต่างคงเคยถามปัญหาเช่นนี้กับตัวเราเองใช่ไหม? เพียงแต่ว่า วิธีการตอบปัญหาและการหาทางออกจากปัญหานั้น อาจต่างกันไปตามวัยและประสบการณ์

               พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี จัดทำโครงการพัฒนาชีวิตด้วยอานาปานสตินี้ขึ้นมาเพื่อให้เราถาม ตอบปัญหาชีวิตด้วยตัวเราเองแล้วท่านก็แนะเทคนิคการทำให้สุขภาพใจดีเกิดขึ้นก่อนอย่างเป็นรูปธรรม แล้วเราจะรู้ว่านี่แหละคือกำลังใจของชีวิตที่ไม่ต้องไปแสวงหาจากภายนอกเลย

               ท่านกล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เพราะมนุษย์เราทุกคนไม่ว่าจะร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติมากขนาดไหน มีการศึกษาดี มีเกียรติยศ ได้รับทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ใจปรารถนา ได้รับความรักมากมายขนาดไหนก็ตาม หรือมีลาภยศ สรรเสริญ สุข ครบสมบูรณ์ แต่หาก "ใจเสีย" อย่างเดียวก็ "เสียทั้งหมด" เพราะไม่สบายใจ ทุกข์ใจ เป็นสุขภาพใจไม่ดี และถึงแม้ว่าเรากำลังมีความสุขมากๆ ก็ตาม หากยังคิดฟุ้งซ่านอยู่ ก็เรียกว่าสุขภาพใจไม่ดี เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าปรารถนาขึ้น ก็เกิดอุปาทานยึดมั่นถือมั่น คิดอยู่แต่เรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ เสียใจ ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้

               นั่นเอง เป็นเหตุที่ทำให้เราต้องหากำลังใจมาประคับประคองจิตใจอยู่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่เรามักออกไปหากำลังใจกันภายนอกกัน เป็นแฟนบ้าง เป็นสามีภรรยาบ้าง เป็นพ่อแม่พี่น้อง เป็นเพื่อนบ้าง หรือแม้แต่เป็นเงินทอง วัตถุสิ่งของที่ถูกใจก็เป็นกำลังใจให้ชั่วครั้งชั่วคราวได้บ้าง ทำให้เราลืมเรื่องที่กำลังทุกข์ใจไปอยู่กับสิ่งที่ทำให้เป็นสุขใจชั่วขณะแทน แต่การย้ายจิตเช่นนี้ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้ผลชั่วคราวเท่านั้น พอเมื่อไหร่กลับมาคิดเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจอีก เพราะใจที่ยังไม่ได้ฝึก หรือขาดกำลังภายใน ก็พร้อมที่ใจจะลงไปคลุกกับความทุกข์นั้นทันที ทำให้สุขภาพใจไม่ดี

               เมื่อสุขภาพใจไม่ดี โรคภัยต่างๆ ก็รุมเร้า ตัวเราก็ไม่สดชื่น ใครเห็นก็ไม่สบายใจ ติดต่อกับใครก็ไม่ค่อยมีใครอยากติดต่อด้วย แม้แต่จะวิ่งออกไปหากำลังใจจากคนใกล้ชิดยามทุกข์ใจ ก็ยากมากที่เขาจะเข้าใจและเป็นกำลังใจให้อย่างไม่มีขอบเขต เพราะเมื่อเราสุขภาพใจไม่ดี เราจะหากำลังใจที่ไหนที่จะช่วยเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะคนอื่นก็อาจมีความทุกข์ที่แก้ไม่ตกเหมือนเราอยู่

               พระอาจารย์มิตซูโอะได้มอบคู่มือรักษาสุขภาพใจดี ๕ ข้อนี้ให้เราทุกคนปฏิบัติจะได้มีอริยสมบัติคือ "กำลังใจ" ติดใจไปทุกแห่งหน ติดตัวไว้ใช้แก้ปัญหาทุกโมงยามของชีวิต
 
               ๑.มีลมหายใจเป็นกัลยาณมิตร

               ท่านให้เราหยุดคิด กลับมาดูลมหายใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย ทำใจสบายๆ ปฏิบัติตามนี้ จนเกิดความรู้สึกตัวชัดเจน มีสติ ใจสงบ สบายใจ มีความสุข เป็นสุขภาพใจดี ทำครั้งละ ๑ นาที หรือ ๒-๓ นาที ให้พยายามทำบ่อยๆ วันละหลายๆ ครั้ง เปรียบลมหายใจเป็นเหมือนคนที่เรารัก เรานึกถึงเขาอยู่บ่อยๆ ถ้าเราทำวันละ ๑๐-๒๐ ครั้ง วันหนึ่งก็จะมีสุขภาพใจดีได้มากกว่า ๑ ชั่วโมง

               ๒ .หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เพื่อปฐมพยาบาลจิตใจ

               ให้เราสังเกตว่า เวลาตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ อารมณ์เสีย น้อยใจ กลัว โกรธ เครียด วิตกกังวล จิตเป็นอย่างไร ให้รีบปรับปรุงลมหายใจ ตั้งสติ ยิ้มน้อยๆ ในใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย จนใจสงบ เกิดความรู้สึกเบาสบาย

               ๓.เดินอย่างมีสติ รู้ "ลมหายใจ" คู่กับ "การก้าวย่าง"

               หาที่เหมาะๆ ไม่พลุกพล่าน เดินสบายๆ ดูลมหายใจ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย เมื่อหายใจเข้าก้าวเท้าขวา หายใจออกย่างเท้าซ้าย จำง่ายๆ ว่า เข้า-ขวา ออก-ซ้าย เมื่ออยากหายใจเข้าตามธรรมชาติ จึงจะอนุญาตก้าวเท้าขวา เมื่ออยากหายใจออกตามธรรมชาติ จึงจะอนุญาตย่างเท้าซ้าย

               ที่สำคัญต้องหายใจเข้า-ออก สบายๆ ถ้าสับสนให้หยุดเดิน เพื่อตั้งหลัก เริ่มต้นใหม่ รู้ลมหายใจ รู้การก้าว รู้ใจสงบ หยุดคิดฟุ้งซ่านได้เป็นสำคัญ

               ๔.ตื่นรู้ ความสุขที่มีอยู่ในตน

               ก่อนนอนประมาณ ๒๐ นาที พยายามทำใจสงบ สบายและสุขใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ ธรรมชาติของจิตเราทุกคน ผ่องใสโดยธรรมชาติ แต่ที่เราไม่สบายใจ ทุกข์ใจ เพราะอารมณ์เศร้าครอบงำจิต ทุกข์อยู่ที่ไหน สุขก็อยู่ที่นั่น เปรียบเทียบ ความทุกข์เป็นน้ำแข็ง ความสุขเป็นน้ำ น้ำแข็งกับน้ำมีต้นกำเนิดจากที่เดียวกันคือ "น้ำ" ความทุกข์และความสุขเกิดขึ้นจากที่เดียวกันคือ "ใจ" เมื่อน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำได้ เมื่อความเศร้า ทุกข์ใจละลายไป ความสุขใจก็จะปรากฏขึ้น

               ยิ้มน้อยๆ ในใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย รู้สึกตัวชัดเจนกับลมหายใจ หายใจเข้ารู้สึกดี หายใจออกรู้สึกดี หายใจเข้าเป็นสุข หายใจออกเป็นสุข ลมหายใจ คือความสุข ทำความรู้สึกว่าความสุขสัมผัสที่จิตทุกครั้งที่หายใจเข้า หายใจออก ความไม่สบายใจ ทุกข์ใจที่ตกค้างอยู่ในจิตใจค่อยๆ ละลายหายไป เหลือแต่ความสุข สบายใจ

               ลมหายใจ ความสุข และจิต เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เมื่อจิตมีความเป็นปกติสุข เมื่อนั้นคือ เรามีความรักและเมตตาแก่ตัวเอง ปัจจุบันเดี๋ยวนี้มีความสุขใจ เท่ากับว่าอดีต เป็นอดีตที่ดี วันนี้เป็นวันดี

               ๕.เริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจดี

               ยามเช้าตื่นขึ้นมา อย่าลงไปนอนต่อ สังเกตดูจิต หากจิตใจไม่เบิกบานเท่าที่ควร ยิ้มน้อยๆ ในใจ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย หายใจเข้ารู้สึกดี หายใจออกรู้สึกดี

               ให้ความรู้สึกดีๆ สัมผัสกับจิตที่ยังไม่เบิกบาน ทุกครั้งที่หายใจเข้า หายใจออก จนความรู้สึกดีๆ เบิกบานใจ เข้ามาแทน หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย รู้สึกตัวชัดเจนกับลมหายใจ หายใจเข้ารู้สึกดี หายใจออกรู้สึกดี หายใจเข้าเป็นความสุข หายใจออกเป็นความสุข ลมหายใจ ความสุข จิต เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใจเป็นสุข เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจดี วันนี้จะเป็นวันดี เพราะสุขภาพใจดี หมายถึง มีสติ สงบ สบายใจ สุขใจ

               "เมื่อเราต้องการความสุข สุขภาพใจดี เป็นสิ่งสำคัญที่สุด" พระอาจารย์มิตซูโอะ กล่าว


เชิญชวนทุกท่านมาเข้าร่วมโครงการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโครงการพัฒนาชีวิตด้วยอานาปานสติได้ที่ มูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ๐-๒๓๖๘-๓๙๙๑

ข่าวด่วน