การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2555

โลกแตก?

โลกแตก? : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              ถ้าคุณอ่านคอลัมน์ “วันเว้นวันฯ” ประจำวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2555 ก็แสดงว่าโลกเรายังอยู่เป็นปกติดี ไม่ได้แตกแยกยับย่อยลงแต่ประการใด และทั้งคุณและผมก็ยังคงเป็นเพื่อนร่วมทุกข์กันต่อไปบนโลกใบนี้

              ความหวาดวิตกเรื่องโลกจะแตกนี้ แพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยมีที่มาจากการสิ้นสุดของปฏิทินชาวมายาในวันนั้น ประกอบกับทฤษฎีทางฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ และคำทำนายทายทักต่างๆ ซึ่งล้วนแต่เลวร้ายรุนแรงที่บังเอิญมาประจวบกันเข้าอย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำให้ผู้คนจำนวนมากอกสั่นขวัญแขวน และบางคนถึงกับเตรียมตัวรับสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยการสะสมอาหารและน้ำดื่ม สร้างที่หลบภัย หรือทำอะไรที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองมีความปลอดภัยจากเหตุการณ์วันสิ้นโลก

              มีหลายคนบอกว่าวันโลกแตกยังไม่น่ากลัวเท่ากับการมีชีวิตอยู่รอดเพียงลำพัง โดยไม่มีสมาชิกในครอบครัว ญาติพี่น้อง มิตรสหาย หลงเหลืออยู่ และไม่ทราบว่าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องน่ากลัวกว่าการสิ้นไปพร้อมกับโลกเสียอีก อันนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีชีวิตสมัยใหม่ในเมืองใหญ่ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสสัมผัสดิน สัมผัสทราย หรือเรียนรู้การปลูกผัก จับปลา ล่าสัตว์ รวมถึงการมีชีวิตอยู่ในสถานการณ์คับขัน ซึ่งเรื่องแบบนี้จำเป็นที่จะต้องมีการสอนและการฝึกฝนล่วงหน้า

              ขณะเดียวกันหน่วยงานของรัฐก็จะต้องมีแผนการว่าจะต้องทำอย่างไรอย่างเป็นขั้นเป็นตอน อย่างน้อยที่สุดก็ควรจะต้องมีสถานที่ที่คิดว่ามีความปลอดภัยไว้รองรับคนจำนวนหนึ่ง พาหนะและเส้นทางที่จะไปสู่จุดนั้น  อาหาร น้ำและยาสามัญที่จำเป็น เป็นต้น

              ในสหรัฐและบางประเทศในยุโรปคิดไกลไปกว่าการรักษาชีวิตมนุษย์ นั่นคือการเก็บรักษาอารยธรรมของตน ด้วยความหวังว่า แม้มนุษย์ยุคนี้จะหมดจากโลกไปแล้ว แต่ในอนาคตเมื่อมีสิ่งมีชีวิตยุคใหม่อุบัติขึ้นและมีวิวัฒนาการถึงขั้นหนึ่ง สิ่งมีชีวิตพวกนั้นก็อาจค้นพบอารยธรรมของโลกยุคปัจจุบัน ซึ่งนอกจากจะทุ่นระยะเวลาแห่งการเรียนรู้วิทยาการต่างๆ แล้วก็จะทำให้พวกเขาได้รู้ว่าบนโลกใบนี้ในอดีตเคยมีมนุษย์ที่มีความเจริญทางอารยธรรมอยู่อาศัยมาก่อน สำหรับอารยธรรมที่เก็บรักษาไว้นั้น ก็มีทั้งด้านเทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม ตัวอย่างเครื่องอุปโภคบริโภค ตำรับตำรา เป็นต้น

              ซึ่งเรื่องนี้ เมืองไทยของเราก็น่าจะมีการคิดทำไว้บ้างเหมือนกัน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง ก็อาจไม่มีคนไทยเหลืออยู่บนผืนแผ่นดินนี้ เพราะขาดการเตรียมรับสถานการณ์ล่วงหน้า ดังนั้น สิ่งที่ฝากเอาไว้ได้ในอนาคตก็คืออารยธรรมของไทยที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่มีความปลอดภัย

              สมมุตินะครับ สมมุติว่าเราผ่านพ้นจากวันสิ้นโลกมาได้ แต่มหันตภัยของมนุษยชาติก็ยังไม่หมดสิ้น เพราะขณะนี้เริ่มมีการพูดกันถึงพายุสุริยะ การเปลี่ยนแกนของแกนโลก หรือการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์อย่างรุนแรง ซึ่งก็อาจทำให้ระบบสื่อสาร โทรคมนาคม และการเดินทางได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีคนล้มตายเป็นจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน

              ครับ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดคะเน ซึ่งอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงหรอกครับ ดังนั้น จึงควรต้องสดับตรับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยสติ ด้วยปัญญา และวิจารณญาณ อย่าแตกตื่น หรือเชื่อคำทำนายทายทักต่างๆ มากนัก โดยเฉพาะคำทำนายประเภทที่เขย่าขวัญทั้งหลาย

              สำหรับผม ถ้าโลกมันเกิดจะแตกขึ้นมาจริงๆ ผมก็คงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการอยู่กับครอบครัวในวันสุดท้ายของโลก และฟังเพลง “ถึงโลกแตกแหลกลาญสิบครั้ง ฉันก็ยังรักเธอขวัญใจ” ด้วยกัน

ข่าวด่วน