เศรษฐกิจ : คอลัมน์เด็ด
วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2555

ยอดมนุษย์เงินเดือน

ยอดมนุษย์เงินเดือน : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com

               พวกเขา คือ คนที่มีเงินเต็มกระเป๋าตอนต้นเดือน แต่ใช้ได้ไม่ถึงครึ่งเดือนก็เกิดอาการกระเป๋าแฟบ เจอเพื่อนร่วมงานมากกว่าคนรัก ทำงานหนักเพื่อแย่งกันไปเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดยาวๆ เซ็งกับตรรกะล่มสลายของเจ้านาย แต่ก็ต้องจำยอมปฏิบัติตาม และเวลากว่าครึ่งชีวิตของพวกเขาอยู่ในที่ทำงาน และเราเรียกพวกเขาว่า “มนุษย์เงินเดือน”

                ข้อความทั้งหมดนี้ มาจาก “หนังไทย” ที่เพิ่งจะเข้าฉายเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นหนังไทยที่มีชื่อเรื่องว่า “ยอดมนุษย์เงินเดือน”  เป็นหนังไทยที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของเหล่าคนที่ถูกขนานนามว่า "มนุษย์เงินเดือน" ได้แก่ ปั้น - ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดอนาคตไกล เขาเป็นคนวางแผนชีวิตอย่างรอบคอบทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ทำให้ไม่เคยพลาดจากสิ่งที่หวัง แต่บางครั้งเขาอาจลืมไปว่า ชีวิตไม่ควรจริงจังและตึงจนเกินไป

                หวาย - ตำแหน่งผู้ช่วยจิปาถะ เธอเป็นหญิงสาวรักอิสระ ชอบท่องเที่ยวเพื่อหาแรงบันดาลใจ เพราะมีฝันอยากเป็นนักวาดภาพการ์ตูน อยากมีพ็อกเก็ตบุ๊กเป็นของตัวเอง แต่กลับต้องมาทำงานออฟฟิศเป็นเวลา 3 เดือน เพราะที่บ้านขอให้มาลองทำดู

                จือ - พนักงานทดลองงานของบริษัท เขาเพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยทางภาคอีสาน และมาหางานทำในกรุงเทพฯ ด้วยการแข่งขันที่สูง แต่เพราะความที่เขาไม่ค่อยกระตือรือร้น ทำให้ไม่ผ่านช่วงทดลองงานมาแล้วถึง 3 ที่

                นัน -  สาวใหญ่เจ้าหน้าที่การเงิน ซึ่งจัดการการเงินของบริษัทได้ แต่การเงินตัวเองกลับเละเทะ แต่ละเดือนชักหน้าไม่เคยถึงหลัง

                และ นุช - เลขาผู้บริหารที่ต้องทนทุกข์ทรมานเดินทางมาทำงานด้วยรถตู้ วันละ 2-3 ชั่วโมง แถมยังต้องแบกสัมภาระมากมาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย

                ทุกคนต่างที่มา ต่างพื้นฐาน ต่างกรรม ต่างวาระ แต่มีเป้าหมายเดียวกันกับการทุ่มเทชีวิตให้กับโปรเจคท์สุดท้ายปลายปี ด้วยเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์เงินเดือน นั่นคือ “โบนัส” ตอนสิ้นปี

                ยอมรับว่า ตอนที่ลูกสาวกึ่งชวนกึ่งบังคับไปดูหนังเรื่องนี้นั้น คนเป็นแม่อิดออดอยู่นาน เพราะลองดูจากหนังที่ตัดตัวอย่างมาเป็นตอนๆ ทางอินเทอร์เน็ตแล้ว ก็ไม่เห็นว่า มีอะไรน่าดูหรือดึงดูดขนาดที่ว่า ไม่ดูไม่ได้ แต่สุดท้าย ก็ต้องยอมแพ้กับการเคี่ยวเข็ญ

                เวลาสองชั่วโมงกับหนังเรื่อง “ยอดมนุษย์เงินเดือน” ไม่ได้มีอะไรผิดจากคาดหมาย โดยเฉพาะเมื่อพูดในฐานะคนดู ที่ไม่ใช่นักวิจารณ์ เพราะหนังไม่ได้มีอะไรเป็นไฮไลท์ เป็นบทสรุป หรือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ปัญญาขบคิดหรือค้นหา เป็นหนังที่ดูได้เรื่อยๆ หัวเราะได้บ่อยๆ และมีเรื่องเกือบให้เสียน้ำตาได้อยู่บ้าง

                แต่ถ้าพูดในฐานะของคนที่รับผิดชอบบทความเรื่องเงินๆ ทองๆ อย่าง “วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน” แล้ว ต้องบอกว่า หนังเรื่องนี้ให้อะไรมากกว่าการที่จะดูแล้วปล่อยให้ผ่านไป

                เพราะหนังฉายภาพให้เห็นเนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์เงินเดือน ภาพสะท้อนที่แต่ละเดือนชักหน้าไม่ถึงหลัง ด้วยเหตุที่รายรับไม่สัมพันธ์กับรายจ่าย ทำให้ “โบนัส” กลายเป็นทั้งหมดของชีวิต จะโบท็อกซ์หน้าให้ตึง ก็ต้องรอโบนัส หรือจะหาเงินก้อนดาวน์รถคันเล็กๆ เพื่อลดความลำบากในการเดินทางของตัวเอง ก็ต้องรอโบนัส
และอีกหนึ่งภาพสะท้อนที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนต่างปรารถนาจะหลุดพ้นจากสภาพนี้ เพื่อแสวงหาอิสรภาพใหม่ของตัวเอง

                เหมือนกับตอนที่ “จอย” แฟนสาวของปั้น (ที่นำแสดงโดยติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี) บอกกับแฟนหนุ่มของเธอว่า เธออยากลาออกจากงานประจำ มาเปิดร้านเบเกอรี่ อยากมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง แต่ชายหนุ่มผู้จริงจัง รอบคอบ เข้มงวดกับทั้งตัวเองและคนอื่น กลับทัดทานและบอกว่า เธอต้องลดความเสี่ยงจากรายได้ที่ไม่แน่นอนด้วยการทำงานประจำไปด้วย แม้สาวสวยจะอ้างว่า งานประจำทำให้เธอไม่มีเวลาพัฒนาสูตรเบเกอรี่ใหม่ๆ แต่ “ปั้น” ก็ยังคงยืนยันว่า เธอยังต้องทำงานประจำ เพื่อ “ลดความเสี่ยง” ต่อไป

                หรือแม้แต่ตอนที่ “นุช” เลขาผู้บริหารที่ต้องตรากตรำทำงานหนักรับใช้เจ้านาย ทั้งๆ ที่เป็นช่วงใกล้วันหยุดสิ้นปี สุดทนกับคำค่อนแคะของคนขับแท็กซี่ที่เธออาศัยกลับบ้านในยามดึกว่า คนทำงานออฟฟิศวันๆ ไม่ต้องทำอะไร นั่งตากแอร์ไปวันๆ เริ่มงาน 8 โมงครึ่ง พอ 5 โมงครึ่งก็เก็บกระเป๋ากลับบ้าน ทั้งๆ ที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เธอกลับตวาดคนขับแท็กซี่ว่า “ขับแท๊กซี่มันไม่ดีตรงไหน อยากลองเปลี่ยนกันบ้างมั้ย ลองมาทำงานออฟฟิศให้เจ้านายโขกสับดูบ้างมั้ย ดูทีสิว่า จะทนได้กี่วัน”

                “ยอดมนุษย์เงินเดือน” อาจจะไม่ได้บอกถึงทางออกหรือข้อสรุปว่า สุดท้ายแล้วทุกคนจะพบกับอิสรภาพทางการงานได้หรือไม่ เพราะใครหลายคน ก็ยังต้องอยู่ในฐานะมนุษย์เงินเดือน ทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อรอเงินเดือนตอนสิ้นเดือน และรอโบนัสตอนสิ้นปี หรือทุกคนจะหลุดพ้นจากพันธนาการ โบยบินสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง

                แต่สิ่งที่หนังไทยเรื่องนี้บอกกับคนดูก็คือ  ไม่ว่าจะมากไป เข้มงวดไปเหมือน “ปั้น” หรือไม่ว่าจะย่อหย่อนเกินไปเหมือน “หวาย” ไม่ว่าจะเป็นทนเป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไปเหมือน “นันและนุช” หรือหลุดพ้นวงโคจรออกมามีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองเหมือน “จอย” - แฟนสาวของปั้น อนาคตในมือล้วนเป็นเรื่องที่ต้องวางแผน ทั้งวางแผนรายรับ วางแผนรายจ่าย วางแผนลงทุน วางแผนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะตึง จะหย่อน ก็อย่าปล่อยให้ลอยไปในอากาศ

                เหมือนกับที่ “ปั้น” เขียนถึงสิบสิ่งที่ต้องทำในปีหน้ายัดใส่กระเป๋าให้กับ “หวาย”  และเหมือนกับที่ “หวาย” เขียนสิ่งที่ควรทำ (แต่ไม่ครบสิบสิ่ง) ให้กับ “ปั้น” ในตอนจบของเรื่อง

                ไม่ว่าจะเป็นอิสรภาพทางการงาน หรืออิสรภาพทางการเงิน อยู่ที่การกำหนดจุดหมายปลายทาง วางแผนการเดินทาง แล้วออกเดินทางตามเส้นทางนั้นอย่างมีวินัย

               .................................................
(ยอดมนุษย์เงินเดือน : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน  :  โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com )