การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2555

ม็อบแช่วับ...ทางบ้านให้อภัย

ม็อบแช่วับ...ทางบ้านให้อภัย : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง baitongpost@yahoo.com

              ม็อบแช่แข็งกลายเป็นม็อบแช่วับ ตอนบ่ายเสธ.อ้ายประกาศสู้ตาย ตกค่ำ เสธ.อ้ายประกาศ พล.อ.บุญเลิศตายแล้ว เฟซบุ๊กเสื้อแดงเมื่อคืนวันเสาร์มีทั้งขำ ทั้งอำ ทั้งเย้ยหยัน กระนั้นก็ยังแฝงความรู้สึกที่ดีต่อเสธ.อ้ายว่า อย่างน้อยก็ไม่ดันทุรัง
    
              ขณะที่มวลชนชาวม็อบกลับรู้สึกงงงัน อารมณ์ค้าง ผิดหวัง เพราะยังหวังลมๆ แล้งๆ ว่าผู้นำจะมีทีเด็ด ที่ไหนได้ เด็ดทีเดียว เลี้ยวเข้าบ้านเลย ทิ้งมวลชนให้แข็งคา ไม่สะเด็ด ไม่เสร็จ (ฮา) เชื่อว่าคงมีไม่น้อยที่นอนไม่หลับ มัวแต่ลำดับญาติเสธ.อ้าย
    
              แต่ถามว่า คราวหน้าถ้ามีใครไล่รัฐบาลอีกจะมาไหม ส่วนใหญ่ก็ยังมา ไม่ว่าผู้นำจะเป็นเสธ.อ้ายหรือเสธ.เอี้ยคนไหน ก็ความเกลียดชังมันฝังใจแล้วนี่ครับ
    
              ยกนี้รัฐบาลชนะ แต่ก็อย่าวางใจ เพราะไม่ใช่ชัยชนะที่สวยงามนัก รัฐบาลใช้ “ยาแรง” พ.ร.บ.ความมั่นคงโดยไม่จำเป็น ซึ่งผู้รักประชาธิปไตยจำนวนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วย รัฐบาลตีปี๊บราวกับจะเกิดกลียุค อย่างที่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ติงว่า ยื่นมือไปตบกับม็อบ แทนที่จะให้ม็อบตบมือข้างเดียว
    
              แต่เพราะเป้าหมายของม็อบสุดโต่งหลุดโลก กระแสรักสงบรับไม่ได้ โพลล์จึงออกมาหนุนรัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แล้วพอเริ่มต้น ยังไม่ทันไรเลย มวลชนก็ตัดรั้วลวดหนามเข้าไปสลายตำรวจ ไม่ใช่ตำรวจสลายม็อบนะครับ นี่ม็อบสลายตำรวจ คนทั้งประเทศเห็นภาพข่าวทางทีวี ปชป.ยังโจมตีว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ตำรวจทำร้ายประชาชน
    
              กระนั้นนับจากนี้ รัฐบาลก็ต้องเตือนตนให้ใส่ใจ “เสียงข้างมากในเสียงข้างน้อย” ซึ่งก็คือคนที่ไม่ชอบรัฐบาล แต่ยินดีต่อสู้กันในระบอบ ไม่ใช่ไม่เอาการเลือกตั้ง อะไรก็เรียกหาทหาร ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ หวังอำนาจพิเศษ หวังยุบพรรค
    
              เพราะคนไม่เห็นด้วยกับม็อบองค์การพิทักษ์สยามไม่ได้มีแค่เสื้อแดง แต่เสียงข้างมากของคนไม่เลือกเพื่อไทยก็ไม่เอาด้วย ไม่งั้นคงมีคนเป็นล้านอย่างเสธ.อ้ายเพ้อ
    
              คำว่าใส่ใจคือให้ความสำคัญกับความเห็นต่าง สนใจ รับฟัง แก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการตัดสินใจในนโยบายสาธารณะ เช่นกระแสคัดค้าน ทีพีพี รัฐบาลต้องเปิดกว้างทั้งท่าทีและเนื้อหา ควรเชิญผู้คัดค้านมาคุย ไม่ใช่ปล่อยให้ส่วนราชการไปจัดประชาพิจารณ์แห้งๆ
    
              สำหรับมวลชนแช่แข็งที่กลายเป็นแช่วับ ถ้ายังไม่เอาการเลือกตั้งก็ต้องปล่อยวัด ให้ไปสงบสติอารมณ์ เพราะเห็นชัดๆ ว่าไม่มีใครเอาด้วย
    
              กลับบ้านเถอะลูก ทางบ้านพร้อมให้อภัย เอ๊ย กลับมาสู้ในระบอบประชาธิปไตยเถอะ เพราะตราบใดที่คุณอยากล้มรัฐบาลพร้อมกับล้มระบอบประชาธิปไตย ก็จะมีคนจำนวนมากปกป้องประชาธิปไตยที่กลายเป็นต้องปกป้องรัฐบาลไปด้วย
    
              ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งเป็นพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพ เพราะคุณมีสิทธิเลือกตั้ง คุณจึงมีสิทธิชุมนุม
    
              ประชาธิปไตยของเรายังไม่สมบูรณ์ ใน 2 ปมสำคัญคือ หนึ่ง อำนาจที่ไม่มาจากการเลือกตั้งอยู่เหนืออำนาจจากการเลือกตั้ง สอง อำนาจตัดสินใจในการบริหาร การดำเนินนโยบาย รวมศูนย์อยู่ที่รัฐ
    
              ระบบบริหารราชการแผ่นดินของไทยซึ่งตกทอดมาแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิย์ ที่มีการปฏิรูปน้อยมาก เพิ่งมีรัฐธรรมนูญ 2540 กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ก็ยังไม่กระจายจริง ในระบบราชการ สมัยหนึ่งก็กระจายอำนาจให้ “ผู้ว่ ซีอีโอ” แต่ดูยังไงก็เป็น “เจ้าเมือง” มากกว่า ซีอีโอ
    
              ด้วยระบบอย่างนี้ ใครชนะการเลือกตั้งก็ “กินรวบ” เสียงข้างน้อยก็แบะแบะ เหมือนที่เคยมีปัญหาสมัยทักษิณ ซึ่งดำเนินนโยบายแบบอำนาจนิยม แต่แทนที่การต่อต้านทักษิณจะนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตย กลับถอยหลังไปเอาตุลาการภิวัฒน์มาขวางลำไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550
    
              ทิศทางที่ควรเดินต่อไปจึงเป็นการลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจให้ประชาชน ผ่านการปกครองท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมต่างๆ ลดอำนาจส่วนกลาง สมมุติเช่น ปฏิรูปตำรวจ มีตำรวจส่วนกลาง ตำรวจจังหวัด ตำรวจท้องถิ่น โดยวางอำนาจให้คานกัน ปฏิรูปประชาธิปไตยในระบบราชการ ไม่เอาทั้งระบบนายสั่งและนักการเมืองชี้นิ้ว
    
              กลับมาช่วยกันคิดเรื่องไปข้างหน้า ดีกว่าถอยหลัง นี่ผมคิดเผื่อ ปชป.นะเออ เผื่อแพ้เลือกตั้งอีก 20 ปีจะได้เป็นนายก อบจ.ภาคใต้ไปอีก 20 ปี โดยมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้น

.................

(หมายเหตุ : ม็อบแช่วับ...ทางบ้านให้อภัย : ว่ายทวนอารมณ์ โดยใบตองแห้ง  baitongpost@yahoo.com)