บันเทิง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2555

ดิจิ ..เก๋ๆ ระดับโลก

ดิจิ ..เก๋ๆ ระดับโลก : คอลัมน์เกรียนติดจอ : โดย...โศภิณ เงินสวัสดิ์

                       ใกล้ช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงกระตุ้น และสร้างยอดขายของนักการตลาด เข้ามาทุกที คาดว่า ปีนี้น่าจะได้เห็นกิจกรรมการตลาด และวิธีกระตุ้นยอดขายใหม่ๆ ออกมาเพราะยุคนี้นักการตลาดทำงานคู่กับครีเอทีฟ ชนิดคนหนึ่งคิด คนหนึ่งสร้าง แถมมีเทคโนโลยีตัวช่วยมากมาย Gimmick เก๋ๆ ก็เกิดตามมา

                        ซึ่งถ้าลองติดตามผลงานโฆษณาและการตลาดที่ได้รางวัลในคานส์ อันถือเป็นรางวัลแห่ง "ชีวิต" ของคนทำงานโฆษณาก็ว่าได้ เพราะเป็นเวทีที่ได้รับการยอมรับระดับโลก หลายรางวัลเกิดจากการนำโจทย์ "ตัวเลขตลาด" เป็นตัวตั้ง และแก้ด้วยสมการของ พฤติกรรมผู้บริโภค กับ เทคโนโลยี

                       ที่ดังและติดอกติดใจของเหล่าครีเอทีฟ และนักการตลาด คือกรณีของ Emart ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติเกาหลี ที่มี 141 สาขาทั่วประเทศ โดยโจทย์ของงานนี้คือ ทำอย่างไรจึงจะกระตุ้นยอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมงได้

                      นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ Sunny Sale ที่ใช้เทคนิค QR CODE สามมิติ คือ เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน แท่ง QR CODE< ที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง จะทำมุมกับแสงอาทิตย์จนเกิดเป็นรูป QR CODE ที่สมบูรณ์สามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกน เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์และรับส่วนลดพิเศษสำหรับสั่งสินค้า ที่จะจัดส่งถึงบ้าน งานนี้เพียงหนึ่งเดียวยอดขายพุ่งขึ้น 25 %

                      สิ่งที่ต้องปรบมือและชื่นชมคือ เชอิล เอเยนซีโฆษณาที่เป็นคนพัฒนาและแก้โจทย์อย่างคนเข้าใจ โดยก่อนหน้านี้ ปี  2554 เอเยนซีดังกล่าวก็ได้รางวัลจากคานส์ ที่ทำเป็น virtual store จัดการกับปัญหาด้านการตลาดของเทสโก้ โฮมพลัส ใน เกาหลีใต้ โดยโจทย์ครั้งที่แล้วคือ เทสโก้ โฮมพลัส มีสาขาเป็นรอง Emart ต้องการเพิ่มยอดขาย แต่ไม่ต้อง การเพิ่มสาขา ขณะที่พฤติกรรมชาวเกาหลีส่วนใหญ่ก็จะซื้อสินค้า เข้าบ้านอาทิตย์ละครั้งเพราะ แต่ละวันก็เหน็ดเหนื่อยกับการทำงาน งานนี้ไม่เพียงแต่ได้รางวัลที่ดี หากสร้างยอดขายออนไลน์ได้ถึง 130 %

                     หรือกรณีที่สภาเมืองของกรุงลิสบอน โปรตุเกส อยากโปรโมทเรื่องการท่องเที่ยว ที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ เอเยนซีจึงเอากระเบื้องบนถนน ที่มีอายุกว่า 500 ปีมาประยุกต์จัดเรียงเป็น QR code ที่มีทั้งข้อมูลประวัติศาสตร์ และงานเทศกาลท้องถิ่น

                     ว่าไปแล้วก็ขอยกตัวอย่างอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กรณีแคมเปญ "Send a free Coca-Cola" ที่กูเกิลสร้างขึ้นเพื่อโปรโมท  Google Display Advertising เอเยนซีโฆษณาออนไลน์ของตัวเอง แนวคิดของแคมเปญนี้มีแก่นที่ โค๊กเชื่อมโยงคนทั่วโลก เป็นหนึ่งเดียวกัน ประมาณสโลแกน ส่งโค้กส่งยิ้ม  พร้อมกันนั้นคนที่ได้รับโค้กจากตู้กด ก็รับอย่างมีความสุข และส่ง ข้อความ หรือคลิปตอบกลับได้ด้วย

                     ทั้งหมดนี้คือ ตัวอย่างความสำเร็จทั้งตัวเลขตลาด และความคิดสร้างสรรค์ หากก็มีคำถามว่า จะมี Gimmick เก๋ๆ เกิดขึ้นในเมืองไทย ให้เราตื่นตาตื่นใจ ได้หรือไม่ คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ที่ความพร้อมของระบบ 3 จีที่เพิ่งประมูลไป หรือ งบประมาณ แต่อยู่ที่ความใจกล้าของนักการตลาด กับ กลุ่มเป้าหมายแต่ละเซ็กเมนท์ เพราะครีเอทีฟเจ๋ง ตลาดกล้า เงินมี แต่คนไม่เอาด้วย ก็อาจแป๊กได้เหมือนกัน เพราะตลาดของเมืองไทย มีลักษณะเฉพาะ "ตน" ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

                     ดูง่ายๆ อย่างกระแสไอศกรีมกับอินสตาแกรมคนดัง ก็ดูเหมือนว่าดีกรีความแรง เริ่มถอยลง และแม้ว่ายอดตัวเลขผู้ใช้สมาร์ทโฟนของไทยจะหนาแน่นขึ้น โดยมียอดผู้ใช้ภายในปีเดียวเติบโตขึ้น 351% แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ ว่ากระแสที่เกิดจะพุ่งแรง และเปลี่ยนเป็นพฤติกรรม "ประจำ" ได้

                     แต่ถ้าเอามาโปรโมทเป็นครั้งคราว น่าจะสร้างความแรงและฮือฮาตลอดจนจำนวนผู้เข้าร่วมแบบไม่ต้องปั่นยอด อย่างงาน คอนเสิร์ต โรดโชว์ หรืออีเวนท์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ทั้งหลาย หรือโหลดแอพฯเล่นเกมชิงรางวัล ชิงของที่ระลึก หรือเบาะๆ ก็แจกผลิตภัณฑ์ตัวเองให้ผู้ร่วมสนุก เพราะถ้าใช้ซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ต อาจจะไม่ได้ผลเท่าใดนัก เพราะคนไทยยังคุ้นชินกับความสนุกในการจับจ่ายใช้สอย แบบที่ไม่ต้องมีพิธีรีตอง หรือเงื่อนไขมากนัก

...................................................
(ดิจิ ..เก๋ๆ ระดับโลก : คอลัมน์เกรียนติดจอ : โดย...โศภิณ เงินสวัสดิ์)

 

ข่าวด่วน