กรณีที่เกิดขึ้นกับ "อัมพวา" ชุมชนชายน้ำเก่าแก่แห่งสายน้ำแม่กลอง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผมนึกถึงชุมชนชายน้ำใน ทะเลสาบอินเล ที่ รัฐฉาน ของพม่า อินเลนั้นไม่มีรางวัลหรือคำชมเชยใดๆ จากองค์กรสำคัญระดับโลกอย่างยูเนสโก เฉกเช่นที่อัมพวาได้รับ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง อินเลมีศักยภาพสูงในระดับที่จะเป็น "มรดกโลก" ได้ทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม แต่เพราะเผด็จการทหารพม่าในยุคก่อน หวาดระแวงว่าองค์กรนานาชาติทั้งหลายจะเข้ามาล้วงความลับ มาบ่อนทำลายความมั่นคงและมั่งคั่งของพวกเขา จึงไม่ค่อยอยากรับความช่วยเหลือ ตลอดจนคำชม หรือรางวัลใดๆ จากใคร พูดง่ายๆ ว่า...อย่ามายุ่งกับชีวิตฉันเป็นดีที่สุด
แต่ถึงแม้ไม่มีรางวัลมาการันตี ทว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่แห่กันไปชื่นชมอินเลในแต่ละปี ก็ไม่ต่างอะไรกับ "ใบรับรองคุณภาพ" ชั้นเยี่ยม ที่สำคัญคือ อินเลมีที่พักหลายระดับ ตั้งแต่โฮมสเตย์ ไปจนถึงรีสอร์ทหรูระดับห้าดาว แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนออกแบบทางสถาปัตยกรรมให้สอดคล้อง หรือล้อรับกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมแต่ดั้งเดิมของชุมชนอินเล คือเป็นเรือนไม้ชายน้ำมีใต้ถุนสูง ไม่มีใครเนรมิตตึกฝรั่งเริดหรูอลังการล้านแปดแปลกปลอมเข้าไป
ถามว่าที่อินเลไม่มีรีสอร์ทแบบเริดหรูอลังการบ้างเลยรึ ? ตอบได้ว่าทำไมจะไม่มี ผมไปพักมาแล้วด้วย ยกตัวอย่าง"อินเล รีสอร์ท" (Inle Resort) ชื่อรีสอร์ทแสนจะธรรมดา เรือนพักดูภายนอกคล้ายบ้านของชาวอินตา ชนเผ่าในทะเลสาบอินเล แต่การตกแต่งภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮ-เอนด์ ทว่าที่สุดของที่สุดความเริดหรูนั้น ผมยกให้การออกแบบซุ้มประตูทางเข้ารีสอร์ท ทำเป็นหลังคาทรงปราสาทแบบพม่าแท้ แลไกลๆ ละม้ายหมู่ปราสาทราชมณเฑียรในพระราชวังมัณฑะเลย์ ราชธานีสุดท้ายของพม่าในระบอบกษัตริย์ จนครั้งแรกที่เห็นนั้นผมตกใจ ว่าอยู่ดีๆ ทำไมมีพระตำหนัก หรือพระอารามหลวง ผุดโผล่ขึ้นมาตรงนี้ได้ ผมไปเยือนอินเลหลายครั้ง ไม่เคยเห็นวัดหรือวัง ตั้งอยู่ตรงจุดนี้มาก่อน แต่...ที่ไหนได้ นี่คือซุ้มประตูทางเข้ารีสอร์ทครับพี่น้อง
ถามว่าเว่อร์ไหม ? ตอบว่า เว่อร์มาก แต่เป็นการเว่อร์อย่างคลาสสิก มีสติ มีดีไซน์ และที่สำคัญคือไม่ทำลายอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอินเลและของพม่าโดยรวม เพราะเวลาเราเดินทางไปในพม่า หรือเพียงล่องเรือในทะเลสาบอินเล ก็ไม่ยาก ที่เราจะได้เห็นโบสถ์ วิหาร หรือซุ้มประตูวัดวาอารามมีหลังคาทรงปราสาทตระการตาเช่นนี้ นี่จึงเป็นการออกแบบรีสอร์ทโดยเคารพอัตลักษณ์ชาติของพม่าได้เว่อร์ แต่น่ารัก น่าชื่นชมโสมนัสยิ่งนัก
ผมไม่เคยคิด หรือเคยประกาศตัวเป็น "นักอนุรักษ์" บ่อยครั้งที่ผมแสดงทัศนะไว้ในบทความสารคดีว่า ไม่มีใครในโลกนี้ สามารถจับเมืองใดเมืองหนึ่งยัดเข้าช่องฟรีซของตู้เย็นแห่งกาลเวลา เพื่อจะ "แช่แข็ง" เมืองนั้นไว้ให้เรา หรือให้ใคร ไปเที่ยวไปชื่นชมได้ชั่วนิรันดร์กาล แม้แต่เมืองมรดกโลกอย่าง "หลวงพระบาง" ในลาว ซึ่งเป็นมรดกโลกที่ยังมีชีวิต ยังมีคนอาศัยอยู่ (ต่างจากอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา สุโขทัย ฯลฯ) ยูเนสโกก็ดูแลและคุ้มครองอาคารบ้านเรือนในเขตอนุรักษ์ของหลวงพระบางไว้อย่างดี แต่ผู้คนพลเมืองไม่ใช่อิฐ ไม่ใช่ไม้ ไม่ใช่ปูน เขามีชีวิต มีความคิด มีพัฒนาการไปตามยุคสมัยและกาลเวลา
อยู่มาวันหนึ่ง ได้เห็นสาวหลวงพระบางสวมเสื้อยืดแขนยาว ดีไซน์ทันสมัยราวกับเดินออกมาจากนิตยสารโวค แต่เธอมีผ้าเบี่ยง หรือสไบเฉียงสีขาว มีกระติ๊บข้าวเหนียวใบใหญ่ กับเสื่อผืนเล็กสำหรับนั่งคุกเข่า ยามจกข้าวเหนียวใส่บาตรพระ ระหว่างรอพระ เธอยังคุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์มือถือไปพลางๆ ด้วย เห็นภาพนี้แล้ว ผมไม่เคยโวยวายว่า นั่นเห็นไหม หลวงพระบางเปลี่ยนไปแล้ว ไม่สวย ไม่คลาสสิกแล้ว ไม่ควรไปเที่ยวแล้ว แต่ในทางกลับกัน ผมกลับชื่นชมสาวหลวงพระบางนางนั้น ที่แม้จะเปลี่ยนไปบ้าง แต่เธอยังไม่ลืมรากของตนเอง
เช่นเดียวกัน ไม่มีใคร "แช่แข็ง" อัมพวาไว้ได้ อัมพวาต้องเปลี่ยนไป แต่จะเปลี่ยนอย่างไรโดยไม่ไร้ราก การรณรงค์ไม่ให้รื้อเรือนแถวไม้ชายน้ำ 12 หลัง ที่อยู่ใกล้โรงแรมหรูห้าดาว มิได้หมายถึงการปล่อยให้มันอยู่อย่างโทรมๆ เหมือนแต่ก่อน หากแต่เป็นสัญลักษณ์ว่า เราไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาอัมพวาไปในทิศทางนั้น อันเป็นทิศทางแห่งการทำลายอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นอัมพวาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่แบบอย่างการอนุรักษ์และพัฒนาชุมชนวัฒนธรรมเก่าแก่ มีให้ศึกษาเรียนรู้มากมาย ใกล้ที่สุด คือ แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาอัมพวาของ "โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์" ที่ได้รางวัลชมเชยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จากองค์การยูเนสโก ปี 2551 อีกทั้งแผนแม่บทตามแนวทางการควบคุมภูมิทัศน์สำหรับคลองอัมพวา ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ทำไว้แล้วตั้งแต่ปี 2546 ก็มี อยู่ที่ว่า...ผู้ที่รักอัมพวาจนน้ำตาไหลจะสนใจไปศึกษาเรียนรู้หรือเปล่าเท่านั้น!
ทั้งนี้ วันเสาร์ที่ 15 กันยายน ตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึงค่ำๆ กลุ่มประชาคมคนรักแม่กลอง ร่วมกับองค์กรแนวร่วมมากมาย จะจัดงานเสวนา "โอ อัมพวานี่หนางามจริง..หรือ?" และนิทรรศการศิลปะ "อัมพวาหาย" ณ ลานนาคะวะรังค์ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็น เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดน้ำอัมพวา ให้เป็นบทเรียนหรือข้อเสนอแนะแก่สังคมวงกว้าง ในการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาปกป้องรักษาท้องถิ่น ในงานยังมีการแสดงหุ่นสาย ดนตรี หนังสั้น และอื่นๆ อีกมากมาย รายละเอียดติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก: ประชาคมคนรักแม่กลอง และเฟซบุ๊ก: นิตยสารมนต์รักแม่กลอง
.........................................
(เหตุเกิดอัมพวา ถวิลหาอินเล : คอลัมน์ท่องไปกับใจตน : โดย...เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล)