พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2544 เป็นกฎหมายฉบับล่าสุดที่มีการบังคับใช้ แต่กฎหมายควบคุมเชื้อโรคฉบับแรกของไทย มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2475 ภายใต้ชื่อ พ.ร.บ.ควบคุมเชื้อโรคและพิษซึ่งมาจากสัตว์ซึ่งเป็นภัย พ.ศ.2475 โดยมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ในฐานะประธานคณะราษฎร เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโอการ จึงเรียกได้ว่า มีมาก่อนที่ประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกในวันที่ 10 ธันวาคม 2475
นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนาชัย รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เล่าว่า ประเทศไทยมีความล้ำหน้าในเรื่องนี้มากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์มีกฎหมายเกี่ยวกับเชื้อโรคฉบับแรกเมื่อปี พ.ศ.2548 แต่ประเทศไทยมีการปรับปรุงกฎหมายลักษณะเดียวกันครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2525 เปลี่ยนชื่อเป็น พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ปรับปรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2544 มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดเดิมที่ว่า ผู้ครอบครองเชื้อโรคทุกคนต้องขออนุญาตเป็นยกเว้นให้กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ หรือสถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานของรัฐ องค์การเภสัชกรรม และสภากาชาด ทั้งนี้ เฉพาะในงานที่เกี่ยวกับการควบคุมโรค การป้องกันโรคและการบำบัดโรค การศึกษาหรือการวิจัย ไม่ต้องขออนุญาตการครอบครอง
"ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2555 มีการให้บริการออกใบอนุญาต ผลิต ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านซึ่งเชื้อโรค หรือพิษจากสัตว์ตาม พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2525 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2544 จำนวนรวม 456 ฉบับ แบ่งเป็น ต่ออายุใบอนุญาต 417 ฉบับ ขอเพิ่มเติมใบอนุญาต 25 ฉบับ ขอแก้ไขใบอนุญาต 6 ฉบับ และขอใบอนุญาตใหม่ 8 ฉบับ ซึ่งในส่วนนี้ไม่รวมกรณีที่มีการผลิต ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านที่ดำเนินการโดยหน่วยงานที่ได้รับการยกเว้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.นี้อีกครั้ง"
รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบายถึงเหตุจำเป็นที่ต้องมีการปรับปรุง พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2544 ว่า เพื่อให้เกิดความทันสมัย คล่องตัวในการดำเนินการ ที่ผ่านมาแม้กฎหมายไทยจะยกเว้นการขออนุญาตให้แก่หน่วยงานภาครัฐบางส่วน แต่ในความเป็นจริง เมื่อต้องทำงานร่วมกับต่างประเทศ หน่วยงานเหล่านี้ต้องขอใบอนุญาตการครอบครอง เพื่อเป็นเอกสารยืนยันให้แก่ประเทศต่างๆ ที่ไม่มีการยกเว้นการครอบครองเหมือนกฎหมายไทย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการกำกับดูแลเชื้อบางกลุ่มที่เป็นภัยต่อสาธารณชนน้อย ทั้งที่ควรใช้เวลาในการกำกับควบคุมเชื้อที่มีความรุนแรงมาก เพราะในกฎหมายไม่ได้มีการกำหนดระดับความรุนแรงของเชื้อไว้ อีกทั้งไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานห้องแล็บ หรือคุณสมบัติบุคลากรที่จะทำงานเกี่ยวข้องกับเชื้อ
"การบังคับใช้กฎหมายจึงไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งที่สำคัญของการร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จะมีการจัดระดับความรุนแรงของเชื้อโรค ซึ่งในกฎหมายฉบับเดิมไม่ได้มีการกำหนด และในการพิจารณาออกใบอนุญาตการครอบครองเชื้อโรคระดับความรุนแรงใด จะพิจารณาห้องแล็บรวมถึงคุณสมบัติบุคลากรที่รับผิดชอบให้สอดคล้องเหมาะสม และอยู่ในมาตรฐานที่จะครอบครองเชื้อโรคระดับความรุนแรงนั้นๆ จากนี้ไป หากหน่วยงานใดจะนำเข้าเชื้อโรคที่มีระดับความรุนแรงมาก จะต้องมีห้องแล็บและบุคลากรในระดับมาตรฐานสูงที่จะดำเนินการครอบครองเชื้อโรคได้อย่างปลอดภัย จึงจะได้รับใบอนุญาต"
นพ.นิพนธ์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.เชื้อโรคฯ ฉบับใหม่ ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างน้อย 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.กำหนดนิยามของเชื้อโรคใหม่ โดยไม่เฉพาะเชื้อทั้งตัวเท่านั้น แต่หมายรวมถึงส่วนใดส่วนหนึ่งของเชื้อ ดีเอ็นเอ หรือโครงสร้างของเชื้อบางส่วนที่สังเคราะห์ หรือสร้างเลียนแบบเชื้อ หรือเรียกว่า สารชีวภาพ 2.มีคณะกรรมการเชื้อโรค และพิษจากสัตว์ ทำหน้าที่ให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ 3.จัดตั้งด่านเชื้อโรค และพิษจากสัตว์ เพื่อให้การนำเข้าและส่งออกเชื้อโรค และพิษจากสัตว์ต้องดำเนินการผ่านด่านเชื้อโรค และพิษจากสัตว์เท่านั้น จากเดิมไม่มีด่านนี้ 4.มีการจัดระดับความรุนแรงของเชื้อโรค 5.เชื้อโรคที่ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแล ให้ดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายเฉพาะ อาทิ พ.ร.บ.ยา พ.ร.บ.อาหาร เช่น นมที่มีส่วนผสมของเชื้อแลคโตบาซิลลัส ให้ทำตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.อาหาร เป็นต้น 6.จัดตั้งสำนักงานเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ เป็นหน่วยงานใหม่ขึ้นมากำกับดูแลเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ และ 7.กฎหมายนี้ใช้บังคับทุกหน่วยงาน ไม่ยกเว้นหน่วยงานภาครัฐเหมือนเช่นใน พ.ร.บ.ฉบับ พ.ศ.2544
"น้อยคนนักที่จะรู้ว่านมเปรี้ยวที่มีเชื้อแลคโตบาซิลลัส ที่จำหน่ายในท้องตลาด เข้าข่ายการครอบครองเชื้อโรคตามข้อกำหนดใน พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2544 ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.เชื้อโรคฯ ฉบับใหม่ ผ่านการประชาพิจารณ์ ครั้งที่ 1 โดยมีผู้เห็นด้วยให้มีการแก้ไขปรับปรุง ถึง 97.35 % ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ไม่ว่าจะนำเข้ามาเพื่อศึกษาวิจัย หรือดำเนินการเชิงธุรกิจ มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เพราะกฎหมายฉบับใหม่นี้จะทำให้รู้ว่า มีการกระจายเชื้อระดับความรุนแรงใด อยู่ในห้องแล็บที่ไหนบ้าง มีการวิจัยเรื่องอะไร และมีความปลอดภัยต่อสาธารณะจริงหรือไม่ คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ ประชาชน คาดว่าจะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพิจารณา ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้"
............................................................
"น้อยคนนักที่จะรู้ว่านมเปรี้ยวที่มีเชื้อแลคโตบาซิลลัส ที่จำหน่ายในท้องตลาด เข้าข่ายการครอบครองเชื้อโรคตามข้อกำหนดใน พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ.2544 ขณะนี้ ร่าง พ.ร.บ.เชื้อโรคฯ ฉบับใหม่ ผ่านการประชาพิจารณ์ ครั้งที่ 1 โดยมีผู้เห็นด้วยให้มีการแก้ไขปรับปรุง ถึง 97.35% ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ไม่ว่าจะนำเข้ามาเพื่อศึกษาวิจัย หรือดำเนินการเชิงธุรกิจ มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ"
.........................................................
(ถึงเวลาแก้ไข พรบ.เชื้อโรคฯ เพื่อประโยชน์ของคนไทย : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ)