เสียงประกาศดังก้องทั่วห้องของการแข่งขันการท่องจำพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับโลก ครั้งที่ 20 โดยอียิปต์ได้เชิญนักท่องจำพระมหาคัมภีร์ฯ จากทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ 63 ประเทศ มีผู้เข้าร่วมแข่งขัน 100 คน ว่าไทยแลนด์ได้อันดับที่ 6 สุดยอดแห่งเอเชีย
การทดสอบการแข่งขันการท่องจำการอ่านพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน จัดขึ้นทุกปีในประเทศอียิปต์ ซึ่งการจัดการแข่งขันในปีนี้ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-14 สิงหาคม 2555 นับเป็นครั้งที่ 20 แล้ว โดยอียิปต์ได้เชิญนักท่องจำพระมหาคัมภีร์ฯ ปีนี้ตัวแทนจากนักศึกษาไทยติด 1-10 ของสุดยอดนักท่องจำอัลกุรอานและเป็นเอเชียประเทศเดียวที่ยืนผงาดอย่างสมศักดิ์ศรีสู้กับต่างชาติในโลกมุสลิมได้อย่างสมเกียรติ วันนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวของตัวแทนไทย "น้องอัฟฟาน" มาให้แฟนๆ ได้รับทราบกันนะครับ
"ถ้าท่องไม่จำก็ไม่ต้องกลับมา" เป็นประโยคคำพูดสั้นๆ ที่พ่อพูดกับผม และเป็นแรงผลักดัน ที่ไม่เคยย่อท้อและเกรงกลัวต่ออุปสรรคในต่างแดน แม้จะต้องอยู่กับความเดียวดายและความอ้างว้างในช่วงอายุยังน้อยก็ตาม แต่เพราะเชื่อว่าพ่ออยากให้เราได้สิ่งที่ดีที่สุดแม้คำพูดอาจจะดูเหมือนไม่รักก็ตาม "น้องอัฟฟาน" กล่าว
"น้องอัฟฟาน" มีชื่อจริงว่า อัฟฟาน โต๊ะแวอายี บิดาชื่อแวแม โต๊ะแวอายี และเซาเดาะ มีพี่น้อง 11 คน ตัวเองเป็นคนที่ 5 บ้านเรือนตั้งอยู่ที่ 146/6 หมู่ 5 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เกิดในครอบครัวที่อบอุ่นตามประสาคนบ้านๆ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายตามพื้นเพเดิมของคนปัตตานี พ่อแม่ทำสวนเล็กๆ น้อยๆ และเปิดสอนอ่านอัลกุรอานและท่องไปด้วย ใช้ชื่อโรงเรียนว่ามะฮัดตาฟิตดารุลฟุรกอน
เนื่องจากคนในครอบครัวทุกคนท่องจะอัลกุรอานกันหมด น้องอัฟฟาน จึงต้องเจริญรอยตามพ่อแม่ ชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่กับอัลกุรอาน อยู่กับท้องทุ่งนาและธรรมชาติที่เงียบสงัด พอจบประถม 6 พ่อก็สนับสนุนให้ไปเรียนท่องจำอัลกุรอานที่ประเทศปากีสถานปี 2001 ที่สถาบันอิห์ตีชามียะห์ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก อัฟฟานใช้เวลาในการเรียนรู้และท่องจำอัลกุรอานเพียง 1 ปี 6 เดือน ซึ่งถือว่าใช้เวลาน้อยมากและได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยในปี 2003 อย่างภาคภูมิใจของตัวเองและครอบครัว ที่มีลูกชายสำเร็จการท่องจำอัลกุรอานมาอีกคน
อัฟฟาน คิดอยู่เสมอว่าอยากทำเป็นประโยชน์กับสังคมและโรงเรียนเล็กๆ ของพ่อให้ก้าวหน้าและยืนหยัดอยู่ให้ได้เพื่อสังคม เข้าร่วมการแข่งขันในทุกที่ที่มีกิจกรรมการแข่งขัน ไปในนามของโรงเรียนตัวเองแม้จะไม่มีชื่อเสียง ผู้คนไม่รู้จักก็ตาม แต่ก็ทำไปด้วยความเต็มใจและมีความหวัง แข่งขันทั้งในกรุงเทพฯ และในต่างประเทศ เช่นประเทศอินโดนีเซีย อิรัก ทุกครั้งการแข่งขันจะติดอันดับหนึ่งสองตลอด ท้ายที่สุดก็ได้ร่วมแข่งขันเวทีใหญ่ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยสมาคมกอรีแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัด และเป็นการเปิดทางให้ได้ขึ้นสู่เวทีระดับโลกอีกครั้ง
"ผมตั้งใจอย่างมากที่จะทำความฝันพ่อให้เป็นจริง และก็สามารถคว้าชัยอันดับหนึ่งเป็นตัวแทนของไทย เพื่อมาแข่งขันเวทีระดับโลกในประเทศอียิปต์ การเดินทางมาแข่งขันในประเทศอียิปต์เป็นการแข่งขันที่ต้องใช้ความสามารถเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสมาธิเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยอมรับว่าการแข่งขันที่ประเทศอียิปต์เป็นประเทศที่ยากเหลือเกิน เนื่องจากคำถามที่ศาสตราจารย์ถามมา ภาษาอาหรับของเจ้าของภาษาทำให้เราต้องเกิดการประหม่าในทุกคำถาม แต่เนื่องด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่เพื่อให้ชาวโลกได้รู้ว่าประเทศไทยเราแม้จะไม่ใช่ประเทศมุสลิม แต่เราก็มีมุสลิมและเป็นมุสลิมที่มีความสามารถในด้านนี้เช่นกัน"อัฟฟานกล่าว
ทว่าท้ายสุดผลออกมา "อัฟฟาน" ถึงกับน้ำตาไหลและคิดถึงพ่อแม่เป็นสิ่งแรก ที่วันนี้เขาทำสำเร็จอยากให้รัฐบาลให้การสนับสนุนและเข้ามาดูแลในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ได้หวังเป็นฮีโร่ของใคร แต่หวังแค่ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่ช่วยมาต่อยอดการศึกษาและสนับสนุนในเรื่องนี้เท่านั้นเอง นักกีฬาโอลิมปิก ต่างได้เงินอัดฉีดกันจนรวยเพียงไม่กี่นาที แต่น้องอัฟฟาน ถึงแม้ไม่ใช่นักกีฬาโอลิมปิก แต่ก็เข้าสู่การแข่งขันสร้างชื่อเสียงในระดับโลกเช่นกัน หากรัฐหรือเอกชนไม่ให้การสนับสนุนเด็กดีๆ และมีความกตัญญูอย่างนี้ คิดว่ามันจะดูลำเอียงเกินไปไหม...ร่วมด้วยช่วยกันน้องสร้างชื่อให้กับประเทศ แล้วประเทศจะสร้างอะไรให้น้องอัฟฟานกันบ้างละครับ...
........................................
(คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม ตอน : สู้เพื่อพ่อ 'อัฟฟาน' คว้าที่ 6 แข่งท่องจำอัลกุรอาน)