ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 55 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง และผู้บริหารสถานศึกษาที่มีอัตราการแข่งขันสูงทั่วประเทศ เพื่อยกร่างนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีการศึกษา 2556 ว่า ที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 จะใช้คะแนนสอบ 80% และคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต 20% แต่ในปีการศึกษา 2556 จะมีเพิ่มการสอบวิชาภาษาอังกฤษด้วย เพราะต้องการขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
"จากการประมวลผลการรับนักเรียนในปีที่ผ่านมา พบว่า ชั้น ม.1 ไม่มีปัญหาอะไร จึงให้ยึดหลักเกณฑ์การคัดเลือกเหมือนปีที่ผ่านมา แต่ในส่วนของ ม.4 สพฐ.ทราบดีว่านักเรียน ม.3 ส่วนใหญ่ยังต้องการที่จะเรียนต่อ ม.4 ในโรงเรียนเดิม ดังนั้นจึงต้องทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นเหมือนปีที่ผ่านมา"
ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2556 รับนักเรียนชั้น ม.3 เข้าเรียนต่อชั้น ม.4 ให้มากขึ้น ซึ่งได้ให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงไปจัดทำแผนการรับนักเรียน โดยคัดเลือกนักเรียนชั้น ม.3 เดิมที่มีศักยภาพที่เหมาะสมเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 ทั้งนี้ศักยภาพที่เหมาะสมมี 3 เงื่อนไข ได้แก่ 1. เด็กชั้น ม.3 เดิมต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (จีแพ็ค) ตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป 2. หากเด็กชั้น ม.3 เดิม มีคะแนน จีแพ็คต่ำกว่า 2.00 แต่สูงกว่า 1.50 ขึ้นไป จะได้รับโอกาสในการเข้าทดสอบประมวลความรู้ระดับชั้น ม.ต้นของโรงเรียน และ 3. นักเรียนที่มีความสามารถเฉพาะทาง และสร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน อาทิ วงโยธวาทิต นาฏศิลป์ กีฬา และศิลปะ แต่จะต้องได้รับการรับรองจากครูที่รับผิดชอบในกิจกรรมนั้นๆ และต้องมีคะแนนจีแพ็ค สูงกว่า 1.50 ขึ้นไป
"หลังจากนี้โรงเรียนต้องกลับไปพิจารณาและจัดทำแผนการรับนักเรียน โดยจะต้องเปิดช่องการรับนักเรียนชั้น ม.3 จากโรงเรียนอื่นเข้าเรียนต่อชั้น ม.4 ด้วยในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 20% ของแผนการรับนักเรียน ดังนั้น สัดส่วนสูงสุดที่โรงเรียนจะสามารถรับเด็กได้จะอยู่ที่ 120% อย่างไรก็ตามโรงเรียนสามารถขอขยายการเพิ่มห้องเรียนได้ แต่จำนวนนักเรียนต่อห้องสูงสุดต้องไม่เกิน 50 คน และการขอขยายห้องเรียนเพิ่ม ทางโรงเรียนจะต้องมีศักยภาพในการบริหารจัดการทั้งบุคลากร ครูผู้สอน และอาคารสถานที่ด้วย"
ทั้งนี้ สำหรับมติของที่ประชุมในครั้งนี้จะเสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาเห็นชอบ จากนั้นจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กพฐ. ประมาณเดือน ก.ย. และคาดว่าจะสามารถประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติฯ ได้ไม่เกินเดือน พ.ย.นี้