ภูมิภาคทั่วไทย : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555

เปิดบ้านสอนศิลป์ 'เยาวชน'

เปิดบ้านสอนศิลป์ 'เยาวชน' เติมเต็มโรงเรียนไม่มีครู(ศิลปะ)

              สุดปลายถนนคอนกรีตท้ายหมู่บ้านท่าเมืองใหม่ ต.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ทางลูกรังลึกเข้าไปในป่าไม่ถึง 300 เมตร ก็จะถึง "วีระสโมสร" ที่พักนักเดินทาง จุดนัดพบของเหล่าศิลปิน นักคิด นักเขียน ที่จะหมุนเวียนกันมา

             "วีระสโมสร" เดิมเป็นสถานที่เงียบสงบ แต่วันนี้อึกทึกครึกโครมไปด้วยเสียงของเหล่าศิลปินน้อยๆ หลังจาก วีระ สุดสังข์ เจ้าของสำนักได้เปิดพื้นที่ให้เด็กน้อยรุ่นใหม่ได้เข้ามาเรียนรู้งานศิลปะ ดนตรี และศึกษาธรรมชาติแบบสัมผัสได้อย่างแนบชิด ภายใต้ชื่อ "ค่ายเล่นดนตรี แต้มสีสัน กอดพรรณไม้"

            โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีน้องๆ จากโรงเรียนบ้านปะโด๊ะ โรงเรียนบ้านขะยุง สังกัด สพป.เขต 2 จ.ศรีสะเกษ 30 คน เดินทางมาร่วมเข้าค่าย ณ ที่แห่งนี้ ด้วยเหตุผลเพราะโรงเรียนขาดแคลนครูสอนศิลปะ

             ศรวุฒิ ศรีเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปะโด๊ะ ต.ปราสาท อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ บอกว่า ที่มาจัดค่ายศิลปะที่นี่ว่า อย่างน้อยก็ให้เด็กได้เรียนรู้เทคนิคเบื้องต้น เรียนรู้การสเก็ตช์ภาพ การลงสี เทคนิคการเลือกใช้สีแต่ละชนิด สีเทียน สีชอล์ก ต่างกันอย่างไร

              ด้าน โกสินทร์ ขาวงาม ศิลปินกวีหนุ่มผู้ชื่นชอบศิลปะลายเส้น เล่าถึงสาหตุที่ครูสอนศิลปะขาดแคลนว่า ส่วนตัวมองว่าครูศิลปะยังมีอยู่จำนวนมาก เพียงแต่นโยบายของผู้บริหารแต่ละโรงเรียนนั้นๆ ให้ความสำคัญกับครูสายไหนเป็นพิเศษหรือไม่ บางโรงเรียนก็เน้นหนักไปทางวิชาการไม่สนใจงานด้านศิลปะและดนตรีเลยก็มี   

               นอกจากศิลปะลายเส้นแล้ว อีกกิจกรรมคือ กอดพรรณไม้  ได้รับความสนใจจากน้องๆ อย่างมาก เพราะได้เรียนรู้ถึงชนิดของพันธุ์ไม้ ประโยชน์ใช้สอย สรรพคุณทางยา โดยมีมหรรณพ ต้นวงศา หรือพี่เหวิน ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง วง ฮามบรูธฺ มาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้นานาชนิดให้น้องๆ ได้เข้าใจถึงคุณค่าและรู้สึกหวงแหนต้นไม้ไม่ให้ถูกทำลาย โดยให้เด็กแต่ละคนไปนำส่วนใดส่วนหนึ่งของต้นไม้มาเป็นแบบในการวาดรูป พร้อมเขียนสรรพคุณ หรือประโยชน์ของต้นไม้ที่วาด

              "กิจกรรมแบบนี้จะทำให้เด็กๆ รู้จักคุณค่าของต้นไม้ ว่าส่วนใหญ่มันเป็นยา ซึ่งผมเรียนรู้กระบวนการตรงนี้มาจากพ่อผม ที่รู้จักเอาต้นไม้มารักษาคนทั้งหมู่บ้านจากฝีดาษ จากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็เลยซึมซับเรียนรู้สรรพคุณของต้นไม้แต่ละชนิดว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง และพร้อมที่จะถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่หรือใครที่สนใจในเรื่องนี้อย่างเต็มที่" มหรรณพ เล่าอย่างภาคภูมิใจ      

               สุภาพ คูณสุวรรณ หรือ น้องไนท์ ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านปะโด๊ะ บอกว่า รู้สึกสนุก ดีใจมากที่ได้มาค่ายนี้ ปกติอยู่ที่โรงเรียนจะเรียนศิลปะสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนัก แต่พอมาที่ค่ายนี้ได้เรียนรู้อะไรมากมาย เรียนสนุก ไม่เครียด ได้เข้าใจวิธีการใช้สีจากคุณครูโกสินทร์ ได้รู้จักชื่อและประโยชน์ของต้นไม้จากครูเหวิน

              สุวิมล สืบวงศ์ หรือ น้องบีม ชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านปะโด๊ะ พูดเหมือนกันว่า มาค่ายนี้สนุกมาก ได้เล่นกับเพื่อน ได้เรียนรู้วิชาศิลปะ การใช้สี ถ้ามีโอกาสจะมาอีกรอบจะได้มีความรู้เรื่องศิลปะเยอะๆ         

              ขณะที่น้องๆ คนอื่น ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "สนุก ได้อะไรเยอะ อยากมาอีก" ทำให้ อาคม ทัพแสง ผอ.สำนักวีระสโมสร ฝากบอกว่ายินดีอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับน้องๆ ที่สนใจมาเข้าค่ายแห่งนี้        

              นอกจากนี้ยังมีอีกหลายท่านที่คอยเติมเต็มสิ่งดีๆ ให้แก่น้องๆ เช่น สุวิชา วิชาชัย รอง ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 มาริสา พละสูรย์ ศึกษานิเทศน์ สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 ที่นำคณะวงดนตรีกลุ่มศิลปินชายขอบป๋องกับจอน จาก อ.กันทรลักษ์ มาสร้างความบันเทิง อีกทั้งประสิทธิ์ เรืองคำ มือพิณ จากสถานพินิจเด็กและเยาวชน จ.อุบลราชธานี มาช่วยสอนพื้นฐานการเล่นพิณให้แก่น้องๆ     

             การหว่านเมล็ดพันธุ์ศิลป์กว่า 30 ต้นนี้ แม้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่ไม่แน่ว่าอนาคตเมล็ดพันธุ์เหล่านี้อาจเติบโตแตกกิ่งก้านสาขา สืบสานงานศิลปะ ต่อยอดกลายเป็นศิลปินผู้โด่งดังทั่วโลกก็เป็นได้