20 ส.ค. 55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45 น. ที่ประชุมวุฒิสภา ได้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมีบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ รวม 7 คน ได้แก่ 1.นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี, 2.นายกฤช อาทิตย์แก้ว สว.กำแพงเพชร, 3.นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สว.ปราจีนบุรี, 4.นายสมัคร เชาวภานันท์ สว.สรรหา, 5.ม.ล.ปรียาพรรณ ศรีธวัช สว.สรรหา, 6.นายบุญชัย โชควัฒนา สว.สรรหา และ 7.สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สว.สรรหา
ผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงการเสนอชื่อดังกล่าว นายประสงค์ นุรักษ์ สว.สรรหา ได้สอบถาม นางพรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 รักษาการประธานวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ในกรณีที่จะเสนอชื่อแล้วจะขัดข้องหรือไม่ โดยนางพรทิพย์ ได้กล่าวปฏิเสธและไม่ขอเข้ารับการเสนอชื่อ เนื่องจากต้องทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
จากนั้นได้ให้บุคคลที่เข้ารับการเสนอชื่อ แสดงวิสัยทัศน์ คนละไม่เกิน 10 นาที โดย ม.ล.ปรียาพรรณ กล่าวว่า แม้ว่าตนมีคำนำหน้าว่าเป็นหม่อมหลวง แต่ที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับประชาชน ดังนั้นหากได้เข้ามาทำหน้าที่แล้ว นอกจากจะรับผิดชอบงานในวุฒิสภาตามที่รัฐธรรมนูญแล้ว จะเปิดโอกาสให้ สว.เลือกตั้งและสรรหา แสดงความเห็นอย่างเท่าเทียม นอกจากนั้นแล้วมีหน้าที่ช่วยประธานวุฒิสภาทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วเป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐบาลฝ่ายค้านในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา ซึ่งหากวุฒิสภาเลือกผู้หญิงเป็นรองประธานวุฒิสภา เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศการประชุมสดชื่น ลดความเครียด นอกจากนั้นแล้วบุคคลที่มาทำหน้าที่ดังกล่าวไม่จำเป็นต้องแม่นกฎหมาย แต่ขอให้มีจิตสำนึกที่ถูกต้องเป็นสำคัญ
ด้านนายสุรเดช กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ว่า ตนจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ในประสบการณ์และความรู้ทีมีอยู่ นอกจากนั้นแล้วจะส่งเสริมการทำงานของกรรมาธิการให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมการทำงานของส.ว.ทั้ง่ภาคสรรหา และเลือกตั้ง โดยก้าวข้ามการแบ่งฝ่าย เพื่อทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ และประชาชนเป็นสำคัญ นอกจากนั้นแล้วจะทำให้วุฒิสภาเป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวังและส่งเสริมให้เกิดการยอมรับกับสังคม
นายกฤช กล่าวว่า ตนตั้งความหวังให้วุฒิสภาไปสู่ความเสมอภาค เป็นกลาง เป็นธรรมและเป็นเอกภาพ เนื่องจากตนพบว่าวุฒิสภาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากองค์กรอื่นๆ บางองค์กรเอาเปรียบ เช่นการอภิปราย หากมีโอกาสเข้าไปเป็นรองประธานวุฒิสภาค นที่ 1 ตนจะต่อสู้ให้ประสบความสำเร็จ รวมถึงการสร้างความเสมอภาคในการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาด้วย
“ในความเป็นกลาง ผมยอมรับว่า เรามีความเป็นกลางแต่ภาพของการแสดงความเห็นที่คัดค้านหรือสนับสนุนรัฐบาลนั้นถูกมองว่าวุฒิสภาเข้าข้างเขา ดังนั้นต้องให้สังคม หน่วยงานอื่นเห็นว่าวุฒิสภาคือคนที่มีหน้าที่สร้างความเป็นกลาง” นายกฤช กล่าว
ขณะที่ นายดิเรก กล่าวว่า ลักษณะของรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ต้องยึดหลักความรู้ ความสามารถทุกเรื่อง มีธรรมาภิบาลในการดูแลประชาชน นักประสานงานที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีให้องค์กรเกิดการประสานงานที่ดีต่อกัน นอกจากนั้นผู้นำต้องมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่คนอยู่ใกล้มีความสุข อยากอยู่ใกล้ ร่วมทำงานด้วย ตนจึงแจ่มใส โกรธคนไม่เป็น และที่สำคัญต้องเป็นนักบริการ กับ สว.ทุกเรื่อง ซึ่งตนมีความพร้อม ส่วนการทำหน้าที่ประธานวิปวุฒิสภา ต้องมีความเสียสละอย่างสูง วันนี้ตนตั้งใจจะรับใช้สมาชิกวุฒิสภาอย่างเต็มใจ
นายสุรชัย กล่าวว่า หากตนได้รับคัดเลือกเป็นรองประธานวุฒิภา คนที่ 1 ตนจะปรับปรุงแก้ไขฐานข้อมูล โดยเพิ่มการสรุป วิเคราะห์ประเด็นต่างๆ ของกฎหมายที่อาจเป็นปัญหาต่อการพิจารณส เพื่อให้เอกสารดังกล่าวใช้เป็นเครื่องมือของ สว. ในการตรวจสอบกลั่นกรองกฎหมาย นอกจากนั้นแล้วในส่วนของการตรวจสอบการบริหารราชการของรัฐบาล ในการตั้งกระทู้ถาม ตนจะปรับปรุงวิธีการประสานงานกับรัฐบาล เช่น กำหนดตัวบุคคล ชี้แจงกระทู้ วันเวลาที่ชัดเจน ซึ่งจะททำให้เพิ่มประสิทธิภาพการตั้งกระทู้ถาม ทำให้การติดตามการบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้วจะรักษาภาพลักษณ์ ของ สว. และวุฒิสภาให้เป็นกลาง เป็นอิสระ ไม่มีการแทรกแซงจากอำนาจภายนอก เพื่อให้วุฒิสภาเป็นที่ยอมรับของสังคมและเป็นพึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง
“อีกไม่เกิน 1 ปีครึ่ง สว.เลือกตั้งชุดปัจจุบันจะหมดวาระลง ดังนั้นเมื่อมี สว.เลือกตั้งชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ผมเห็นควรให้มีการเลือกตั้งประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และ 2 ใหม่ทั้งหมด” นายสุรชัย กล่าว
ด้านนายสมัคร กล่าวว่า ตนจะทำงานเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของวุฒิสภาในสายตาของสังคม รวมถึงจะรักษาความเป็นกลางทางการเมือง ประนีประนอม ประสานงานกับทุกฝ่ายอย่างมีเหตุและผล สอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับ รัฐธรรมนูญ บนพื้นฐานควมถูกต้องและเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของปะระเทศชาติ ประชาชน
ขณะที่ นายบุญชัย กล่าวว่า ในการทำงานของตนนั้น ยึดหลักของความเสียสละ หากตนได้รับความไว้วางใจเป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 จะทำให้วุฒิสภาได้รับการพัฒนา ตามที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ว่าที่ประธานวุฒิสภา ระบุว่า จะมอบหมายงานด้านต่างประเทศให้รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เป็นคนทำ โดยตนมีความพร้อมเพราะเคยมีบทบาททำงานในด้านต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วจะพยายามทำให้ภาพลักษณ์ของวุฒิสภามีความเป็นกลาง และที่สำคัญมีสิ่งที่ผมอยากทำคือ ทำกองทุนเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อช่วยเหลือ สว.ที่ตกทุกข์ได้ยาก
จากนั้น ที่ประชุมได้ให้ สมาชิกวุฒิสภา ลงคะแนนเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 แบบลงคะแนนลับ