การเมือง : บทบรรณาธิการคมชัดลึก
วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม 2555

ล้างแดนสนธยา

ล้างแดนสนธยา : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2555

                การลอบยิงนายออด แซ่ผั่ว ผู้คุมและผู้ช่วยพยาบาลสถานพยาบาลประจำเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราชเสียชีวิตบริเวณถนนสายพระพรหม-นพวงศ์ เยื้องปากทางเข้าวัดหนองจระเข้ หมู่ 5 ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่แวดวงราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรมขึ้นอีกครั้ง เพราะนอกจากผู้ตายจะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่มืดสะอาด มีความประพฤติดีแล้ว ในทางการข่าวยังยืนยันไปในทางเดียวกันว่า สาเหตุการลอบสังหารครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจของขบวนการค้ายาเสพติดภายในเรือนจำ ที่นายออดน่าจะมีบทบาทเป็น "ก้างขวางคอ" หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ทำตัวเป็นคนดีในหมู่คนไม่ดีนั่นเอง

              ชื่อของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชถูกกล่าวถึงและจัดชั้นเป็น "แดนสนธยา" ลำดับต้นๆ ของประเทศ เพราะนอกจากพฤติกรรมของผู้ต้องหาที่สามารถขยายอิทธิพลออกมานอกคุกประกอบอาชญากรรมซ้ำผิดร้ายแรง เชื่อมโยงการค้าเสพติดอย่างเป็นล่ำเป็นสันแล้ว เจ้าหน้าที่และผู้คุมบางคนยังมีประพฤติตนเป็นลูกสมุนของอิทธิพลเถื่อนภายในคุก ซึ่งมีเงินสกปรกจากการค้ายาเสพติดหมุนเวียนจำนวนมากมายมหาศาลมาสนับสนุนจุนเจือเป็นน้ำเลี้ยงให้ความเลวร้ายดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่ง และดูเหมือนจะขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่อำนาจรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ปกปักความถูกต้องยุติธรรมยังง่อยเปลี้ยเสียขา หรือตกอยู่ภายใต้อิทธิพลเงินของกลุ่มคนร้าย

              การฆาตกรรมนายออดยังสะท้อนให้เห็นว่า เชื้อโรคร้ายนี้น่าจะระบาดไปทั่วทุกเรือนจำที่ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นแหล่งรวมของบรรดาหัวโจกคดียาเสพติด หรืออาจจะมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ เหมือนตัวอย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และตำรวจจะสุ่มตรวจเรือนจำใด ก็ล้วนแต่พบสิ่งผิดกฎหมายทั้งสิ้น นั่นแสดงให้เห็นว่า สภาพแดนสนธยา ที่ไส้ในอยู่ในภาวะเกลือเป็นหนอนนั้น เป็นเรื่องจริงอย่างอยากจะปฏิเสธ ปัญหาขณะนี้จึงอยู่ที่ว่า กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์จะเริ่มลงมือกวาดล้างแดนสนธยานั้นอย่างไร หรือจะปล่อยให้กลายเป็นเรื่อง "ลูบหน้าปะจมูก" ของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติที่คลุกคลีตีโมงอยู่กับสภาพปัญหาจนชาชินราวเป็นเรื่องปกติ กระทั่งเรื่องราวเงียบหายไปเสียเฉยๆ เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

              อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า กรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินความพยายามใช้มาตรการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแต่ละครั้งล้วนพบสิ่งกฎหมายแทบทิ้งสิ้น มากบ้าง น้อยบ้าง อันแสดงให้เห็นว่า สภาพแดนสนธยาและเกลือเป็นหนอนยังคงดำรงอยู่อย่างมั่นคงแน่นหนา วันใดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หย่อนยาน วันนั้นสภาพภายในคุกก็จะเป็นเสมือนกองบัญชาการของกองกำลังค้ายาเสพติดและก่ออาชญากรรมทั่วประเทศ แทนที่คุกจะเป็นที่อบรมบ่มเพาะให้ผู้ทำความผิดกลับตัวเป็นคนดีกลับสู่สังคม ใช้ชีวิตปกติเยี่ยงมนุษย์อื่นได้ กลับกลายเป็นโรงเรียนแลกเปลี่ยนอาชญาวิชาไปเสีย จากตัวอย่างที่ยกมานั้น ย่อมชี้ให้เห็นว่า ไม่มีทางเลือกอื่นใดเลยที่จะป้องปรามไม่ให้คุกอยู่ในสภาพเช่นนั้นได้ นอกจากเสียจากกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์จะต้องเพิ่มความเข้มให้กับมาตรการตรวจสอบให้มากยิ่งๆ ขึ้นอีกเท่าที่จะทำได้ จนพอจะเชื่อได้ว่าคุกทุกแห่งหลุดพ้นจากสภาพแดนสนธยา