จากพระดำรัสของ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ถึงเครื่องดนตรีจีนโบราณ "กู่เจิง" ขณะเสด็จทัศนศึกษาทางเรือไปตามลำน้ำหลีเจียง เมืองกุ้ยหลิน สาธารณรัฐประชาชนจีน และมีการบรรเลงกู่เจิงถวายเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ว่า "นี่เป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดในโลก ที่ข้าพเจ้าเคยได้ยินมา" ทรงตั้งมั่นที่จะศึกษาเครื่องดนตรีชนิดนี้อย่างจริงจังจนสามารถทรงกู่เจิงได้อย่างไพเราะจับใจ และกลายมาเป็นแรงบันดาลพระทัยให้เกิดงานแสดงดนตรีและวัฒนธรรม "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน"
นับแต่นั้นมาจึงมีการจัดการแสดงสลับกันระหว่างเมืองไทยและจีน ซึ่งครั้งที่ 5 นี้จัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดย ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับเป็นเจ้าภาพ และเสด็จไปทรงเปิดการแสดงรอบสื่อมวลชนด้วยพระองค์เอง พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่จากหลายสถาบัน อาทิ โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนราชินี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนบัวแก้วเกษร นักศึกษาคณะประมง คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เจ้าหน้าที่สำนักวิจัยจุฬาภรณ์ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ รวมถึง พอ.สว. ฯลฯ ร่วมเข้าชมการแสดงด้วย
ในการนี้ ทรงเครื่องดนตรีกู่เจิง ร่วมกับวงดุริยางค์ราชนาวีเต็มคณะ และ อ.ฉางจิ้ง พระอาจารย์สอนกู่เจิงชาวจีน อำนวยเพลงโดย นาวาเอกณรงค์ แสงบุศย์ รวมทั้งสิ้น 10 บทเพลง ซึ่งบางเพลงที่มีเนื้อร้องก็ทรงร้องเพลงขณะทรงกู่เจิงด้วย อาทิ เพลงเบิกโรง "วันวาน" ต่อด้วยเพลง "เดือนเพ็ญ" และ "สวรรค์ใต้จันทร์เพ็ญ" คั่นด้วยการแสดงของคณะนาฏศิลป์จีน 5 ชุด ซึ่งเสด็จไปทรงคัดเลือกการแสดงจากกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางเจา แล้วนำมาแสดงในงานด้วยพระองค์เอง ทุกการแสดงล้วนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หาชมได้ยากยิ่ง อย่างระบำหญิงหมู่ เรื่อง "ซิ่วเซ่อ" หรือ "หมู่บ้านซิ่วเซ่อ" การแสดงกายกรรมยิมนาสติก "หญิงสาวแห่งแสงตะวัน" การแสดงกายกรรมบนไม้ไผ่ ชุด "พลิ้วไหวไปตามจังหวะ" การแสดงอุปรากรปักกิ่งเรื่อง "สนมเอกราชวงศ์ถัง" รวมถึงโขนจากกรมศิลปากรเรื่องรามเกียรติ์ ชุด "พระรามข้ามสมุทร"
โดยเฉพาะครึ่งหลังของการแสดงนั้น ก่อนจะทรงเริ่มบรรเลงเพลง "คะนึงหาตราบนิรันดร์" ซึ่งมีทำนองเศร้า มีรับสั่งว่า เพลงนี้ประพันธ์เนื้อร้องโดยฮ่องเต้หลี่ยวี่ และประพันธ์ทำนองใหม่โดย อ.ฉางจิ้ง บรรยายถึงอารมณ์ซึมเศร้าของหญิงคนหนึ่งที่เฝ้าคิดถึงและรอคอยคนที่จากไป "ทุกอย่างนิ่ง ผ้าม่านก็นิ่ง แต่ที่ไม่นิ่งคือ ใจของฉันเพราะเฝ้าแต่คิดถึงเธอ" นอกจากนี้ยังมีเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "ยามเย็น" และทุกครั้งที่จัดการแสดงจะปิดท้ายด้วยเพลง "สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน" ซึ่งทรงประพันธ์เนื้อร้องด้วยพระองค์เอง และเรียบเรียงเสียงประสานโดย หลี่ฮุย นักดนตรีชาวจีน
มหกรรมแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน โดยมีการบรรเลง "กู่เจิง" เป็นพระเอกของงาน มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี และกระชับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ รอบต่อไปจะจัดที่ จ.ขอนแก่น วันที่ 21 สิงหาคม และที่ จ.สงขลา ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้
เปิดตัวหนังสือ'พระมหากษัตริย์ไทยกับพระพุทธศาสนา'
ชุมชนไทยในต่างแดน
ที่นี่บัวแก้ว:ศิลปะการรุกคืบตลาดจีน
ประชาคมอาเซี่ยน(คนไทย)ตื่นตัวแค่ไหน
คมเลนส์ส่องพระ17มิถุนายน2555
ชู'ไทยเฟสติวัล'ที่ญี่ปุ่นต้นแบบส่งออกนอก
ชุมชนไทยในต่างแดน
คลื่นคนวรรณกรรม:วันนักแปลและล่ามครั้งที่6
แห่เล่นน้ำสงกรานต์บนถนนข้าวทั่วไทย
ชุมชนไทยในต่างแดน