ปัจจุบันญาติท่านนี้ได้เสียชีวิตไปประมาณเกือบ 10 ปีแล้ว ตอนเสียชีวิตอายุประมาณ 80 กว่า ไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ ซึ่งที่ดินผืนที่ได้ปลูกบ้านไว้ 3 หลัง คือบ้านของพ่อ บ้านของญาติ และอีกหลังหนึ่งเป็นของอา ซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อ
บ้านทั้งสองหลังอาศัยอยู่บนที่ดินผืนนี้มาประมาณเกือบ 15 ปี แต่ชื่อของเจ้าของที่ดินยังเป็นของแม่บุญธรรมของพ่อค่ะ ที่เสียชีวิตไปแล้วค่ะ
อยากทราบว่า ถ้าจะแบ่งที่ดินออกเป็น 2 ผืน โดยให้เป็นชื่อของพ่อและของน้าหรือเป็นของลูกๆ แต่ละคนจะต้องทำยังไงได้บ้าง ถ้าจะถือสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ได้ไหมคะ แล้วต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
อยากแบ่งที่ดินให้เสร็จเพราะปัจจุบันพ่อและแม่ก็อายุมากแล้ว กลัวจะมีปัญหาในภายหน้า และเท่าที่ทราบมาทางพ่อเคยสอบถามกับทางผู้ใหญ่บ้านเหมือนจะต้องส่งเรื่องฟ้องต่อศาลและต้องมีค่าใช้จ่ายสูง
เจี๊ยบ
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า หลังจากญาติผู้นี้เสียชีวิต ก็ต้องมาดูลำดับญาติที่จะรับมรดก ได้แก่ ลูก, พ่อแม่, พี่น้องร่วมบิดามารดา, ลุงป้าน้าอา ดูว่า มีใครอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่มี บุคคลที่ครอบรองอยู่บนที่ดินก็จะได้สิทธิที่ดีกว่า
ส่วนกรณีที่ต้องการใช้สิทธิครอบครองปรปักษ์นั้น ตามสิทธิ หากครอบครองแบบเปิดเผยครบ 10 ปีก็ได้สิทธิอยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ดี ก็ควรทำให้เป็นทางการด้วยการร้องต่อศาลเพื่อขอใช้สิทธิในการครอบครองปรปักษ์ โดยต้องให้ทนายความช่วยดำเนินการให้ หรือจะให้ทางศูนย์ฯ ช่วยก็ติดต่อมาได้
ในกรณีนี้ไม่ได้บอกชัดเจนว่า ลูกที่เป็นบุตรบุญธรรมนั้น ได้มีการจดทะเบียนรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้ามี บุตรเหล่านี้ก็มีสิทธิในการรับมรดก คือที่ดินแปลงนี้ แต่ถ้าไม่มีการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิในการรับมรดกก็ตกไป
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าบุตรบุญธรรมจะได้รับการจดทะเบียนรับรองหรือไม่ก็ตาม แต่เรื่องของการครอบครองปรปักษ์ กับเรื่องการรับมรดกของบุตรบุญธรรมเป็นคนละเรื่องกัน ดังนั้น ก็ต้องไปต่อสู้กันในศาลว่า ใครจะได้ครอบครองที่ดินผืนนี้
ลุงแจ่ม