ร้องเรียนกับลุงแจ่ม : เปิดซองส่องไทย
วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2555

จ่ายชดเชย ไม่คุ้มเวนคืน

บ้านดิฉันอยู่ติดถนน มีหน้าร้านประกอบกิจการส่วนตัวเฉลี่ยเดือนละ 6 หมื่นบาท ประกอบกิจการมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่ทางราชการได้ทำการก่อสร้างเพื่อขยายถนนสายประชาอุทิศต่อถนนเลียบวารี (คู้ขวา) เพิ่มเป็นถนนขนาดความกว้าง 4 ช่องจราจร แต่จากการเพิ่มขนาดช่องการจราจรนี้ ส่งผลให้สถานที่ที่เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านประกอบอาชีพ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งที่ดินต้องถูกเวนคืนทั้งหมด

 ดิฉันมีรายได้จากการประกอบกิจการนี้ ซึ่งรายได้นี้ช่วยให้ดิฉันสามารถดูแลบุตรซึ่งกำลังศึกษาอยู่ระดับมหาวิทยาลัย 2 คน และบุตรสาวซึ่งกำลังศึกษาอยู่ระดับมัธยมปลาย 1 คน รวมทั้งหมด 3 คน โดยดิฉันต้องรับภาระดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว
 ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิตและครอบครัวของดิฉัน คือ อาคารขนาดสองคูหาอันเป็นทั้งที่ประกอบอาชีพและที่พักอาศัย ต้องถูกรื้อถอน รายได้ต่อเดือนที่ใช้ในการดำรงชีวิตและเป็นค่าใช้จ่ายการศึกษาของบุตรทั้ง 3 คน ต้องขาดหายไปเป็นระยะเวลาหลายเดือน หรือนานนับปี ซึ่งไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะนานเท่าใด จนกว่าจะมีโอกาศได้สร้างอาคารขึ้นมาใหม่
 ที่ดินทั้งหมดที่ต้องถูกเวนคืนประมาณ 40 ตารางวา และค่าทดแทนสิ่งปลูกสร้าง แต่ได้มีสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภาเขตท้องที่เข้ามาเจรจาพูดคุยและเสนอค่าชดเชยเวนคืนให้เป็นจำนวนเงินประมาณ 5.5 ล้านบาท เฉพาะสิ่งปลูกสร้างไม่รวมค่าที่ดิน และทางสำนักการโยธาได้เสนอให้เป็นจำนวนเงิน 3.9 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดินเช่นกัน ทั้งนี้จำนวนเงินค่าชดเชยที่เสนอมายังไม่พอเพียงกับการที่ต้องถูกรื้อถอนที่พักอาศัยและที่ประกอบอาชีพตลอดจนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ดิฉันต้องแบกรับเป็นภาระแต่เพียงผู้เดียว
 ดังที่เรียนให้ทราบข้างต้นแล้วนั้น ดิฉันและครอบครัวมีความคาดหวังว่าหลังจากถูกเวนคืน ทางราชการจะให้ความกรุณาจ่ายค่าชดเชยอย่างน้อย 2-3 เท่า หรือประมาณ 7-9 ล้านบาท จากราคาที่สำนักการโยธาได้เสนอมา แต่ไม่เป็นไปดังที่หวังไว้ กลับถูกกดดันจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ยอมรับในราคาที่เสนอไปซึ่งเป็นราคาที่ไม่เป็นธรรม
วิวรรณ์   
ตอบ
 นายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการกองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า การก่อสร้างและขยายถนนในบริเวณนี้ ทางกทม.ยังมิได้เข้าไปดำเนินการใดๆ ในที่ดิน มีแต่เพียงวางท่อระบายน้ำ เพราะยังไม่สามารถเจรจากันได้
 เบื้องต้นได้มีการเจรจาในส่วนของค่าชดเชยทั้งตัวบ้านและที่ดิน โดยกทม.พิจารณาจ่ายค่าชดเชยที่ดินตามราคาที่ซื้อขายจริงในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าให้ราคาที่ยุติธรรมแล้ว รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าภาษี (ค่าธรรมเนียมได้รับการยกเว้น) ค่าเดินทางเหมาจ่าย 1 หมื่นบาท และค่าเสียหายทางจิตใจที่ถูกรื้อบ้านอีก 1 แสนบาท ซึ่งในส่วนของบ้านก็จ่ายชดเชยตามราคาวัสดุใหม่ทั้งหมด   
 ผอ.ศักดิ์ชัยบอกว่า จะไปเจรจากับเจ้าของบ้านอีกครั้ง และนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อคณะกรรมการพิจารณา มีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง แต่หากคณะกรรมการพิจารณาและเห็นชอบแล้ว กับตัวเลขที่เสนอไปในคราวแรก ซึ่งเจ้าของบ้านไม่สามารถรับได้ กทม.ก็จะตัดเนื้องานบริเวณนั้นออก ไม่เวนคืน ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อผู้สัญจรไปมาบ้าง  
ลุงแจ่ม