ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ครม.ได้อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เป็นผู้ดูแล "กองทุนตั้งตัวได้" ที่ต้องใช้งบประมาณถึง 4 หมื่นล้านบาท ใน 4 ปี คือตั้งแต่ 2556-2559 เพื่อสร้าง "เถ้าแก่น้อย" ให้ได้ 3 ล้านคน ตามที่นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีวาดหวังไว้ ผมจะไม่ลงในรายละเอียดนะครับ แต่ผมอยากเตือนรัฐบาลว่า ไม่ควรเล็งผลเลิศ หรือ "ฝันหวาน" ขนาดนั้นเลยนะครับ
การทำธุรกิจส่วนตัว โดยเฉพาะการค้าการขายนั้น องค์ประกอบไม่ได้อยู่ที่ "เงินทุน" อย่างที่รัฐบาลจะทุ่มลงไปเท่านั้น คนที่จะทำการค้าได้ต้องมี "ใจรัก"คืออยากที่จะค้าขายเป็นชีวิตจิตใจอยู่ด้วย และเท่าที่เห็นมาเถ้าแก่ตัวจริงเสียงจริงแต่ละคน ต้องบากบั่นและสู้ชีวิตเลือดตาแทบกระเด็นทั้งนั้น
ไม่ใช่ใครพอมีความรู้ หรือมีเงินลงทุนแล้วจะเป็นกันได้ทุกคนนะครับ จำช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลได้ไหมครับ ตอนนั้นก็ทุ่มเงิน "จ้างกรรมกร" ที่ถูกเลิกจ้างเพราะโรงงานปิดกิจการมา "เรียนวิชาชีพ" และหาเงินทุนให้มาแล้วครั้งหนึ่ง แล้ววันนี้เหลือผู้ที่เป็น "เถ้าแก่" กันกี่คน ผมมองว่า "กองทุนตั้งตัวได้" ของพรรคเพื่อไทยจะต่างกับโครงการของประชาธิปัตย์ก็ตรงที่กองทุนตั้งตัว มีเจ้าภาพคือ สกอ. เป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการเงินทั้งหมด...
แต่ผมคิดว่า หากรัฐบาลมีเจตนาดีที่อยากเห็นเยาวชนเรียนจบแล้วสามารถ "ทำงาน" ได้ทันที รัฐบาลควรให้ สกอ.ไปดูแบบอย่างของธุรกิจภาคเอกชน 2-3 แห่ง ที่ผมเห็นและรู้สึกชื่นชมมานานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้เขียนถึงเอาช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้มีโครงการสร้างเถ้าแก่น้อยนี่แหละครับ
ภาคเอกชน 2-3 แห่งที่ผมอยากให้ คณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ที่ได้รับมอบจากรัฐบาลไปดูเป็นตัวอย่างคือ 1.โครงการผลิตช่างเครื่องยนต์ป้อนโรงงานผลิตรถยนต์ ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด คือโรงเรียนเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ที่ จ.ฉะเชิงเทรา 2.โครงการผลิตผู้บริหารจัดการร้านเซเว่นอีเลฟเว่น คือโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ เทคโนธุรกิจ ระดับอาชีวะ และสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ระดับปริญญา และ 3.โครงการของ "เทสโก้ โลตัส" ที่ หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ สัมภาษณ์ ศิริพรรณ ทองเทพไพโรจน์ ประธานบริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคล มารายงานไว้ใน "คม ชัด ลึก" เมื่อวันจันทร์ที่แล้วนั่นแหละ
ทุกโครงการที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างเขาเลือกคนที่มีใจรักเข้าร่วมโครงการก่อนทั้งสิ้น ไม่ใช่ "โยนเงินไปให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอาชีวศึกษาไปคิดโครงการแล้วให้นักเรียนนักศึกษากู้ไปทำโปรเจกท์ที่อยากทำครับ ปี 2540 ผมเห็นคนที่ถูกเลิกจ้างเอาเงินชดเชยไปซื้อรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว หรือไปรับสินค้ามาเช่าพื้นที่ขายสินค้าเจ๊งมาหลายแล้วครับ สาเหตุเพราะไม่เคยสัมผัสกับการค้าการขายจึงไม่รู้ว่าต้องเจอกับปัญหาหรืออุปสรรคอะไรบ้าง
ก็ขอฝากเรื่องนี้ให้กระทรวงศึกษาธิการลองถามภาคเอกชนที่เขาผลิตคนเพื่อป้อนธุรกิจเขาดูบ้างนะครับ บอกตรงๆ ผมเสียดายเงิน 4 หมื่นล้านบาทจะสูญหายไปเหมือนคราวโน้นน่ะครับ
................................................
(เป็น'เถ้าแก่'ไม่ใช่ของง่าย : คอลัมน์ชาวบ้านร้านตลาด : โดย...ภาณุมาศ ทักษณา)