สำหรับผู้เสพข่าวสารแล้ว ณ วินาทีนี้ต้องยอมรับว่า “พม่า” เป็นประเทศที่ก้าวขึ้นมาชิงพื้นที่ข่าวของสื่อในแทบทุกประเทศไปแล้ว และที่สำคัญคือ ค่อนข้างเป็นข่าวในเชิงบวก นับเนื่องมาตั้งแต่ “นางออง ซาน ซูจี” ดอกไม้เหล็กแห่งพม่า นำนาวาพรรคฝ่ายค้านของเธอคว้าชัยอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งซ่อมของพม่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในเวทีนานาชาติ
และเมื่อผนวกกับกำหนดการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะมีผลให้เส้นพรมแดนในการทำธุรกิจในเครือข่าย 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียนหายไป จึงทำให้ “พม่า” กลายเป็นตลาดที่ทุกวงการธุรกิจ/อุตสาหกรรมจ้องกันตาไม่กะพริบ เนื่องจากกล่าวได้ว่าเป็นตลาดที่ “บริสุทธิ์” ที่สุดในกลุ่มอาเซียน
เมื่อเร็วๆ นี้ “ไอดีจี คอนเน็กต์” สื่อออนไลน์ระดับโลกของวงการไอที ได้วิเคราะห์เจาะลึกโอกาสของธุรกิจไอทีในพม่า พร้อมทิ้งคำถามเปิดที่น่าสนใจว่า “เมียนมาร์ : เพชรที่ยังไม่เจียระไน หรือทองของคนโง่ หรือ Myanmar: Unpolished Gem or Fool’s Gold?” (หมายเหตุ : คำว่า “ทองของคนโง่” มาจากสำนวนฝรั่ง ที่หมายถึง แร่ทองคำ ซึ่งในยุคตื่นทองของอเมริกา มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “ทองคำ” ซึ่งเป็นของมีค่า)
โดยมีการอ้างอิงไปถึงผลการศึกษาของบริษัทวิจัยตลาดไอทีระดับโลก “ไอดีซี” ที่วิเคราะห์ว่า การปฏิรูปการเมืองของพม่าจะเปิดโอกาสทางธุรกิจให้แก่ภาคไอทีอย่างมาก เพราะความต้องการเชื่อมต่อกับโลกภายนอก พร้อมคาดหมายการเติบโตปีนี้ไว้สูงถึง 15% และเติบโตเฉลี่ยถึงปี 2559 ในอัตรา 14% ไปแตะหลัก 268.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และแน่นอนว่า ย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ จะกลายเป็น “ฮับ” ด้านไอที (ซึ่งรวมถึงสื่อสารโทรคมนาคม) ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ
ล่าสุด กระทรวงโทรคมนาคมและไปรษณีย์ของพม่าก็ประกาศชัดเจนแล้วว่า จะมีการเปิดประมูลใบอนุญาตมือถือให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการมือถือ “ทรู” ก็ยืนยันแล้วว่าพร้อมร่วมชิงดำอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์นี้ได้นำข้อมูลพื้นฐาน “ต่างมุม” จากหลายสถาบัน ที่บ่งชี้ถึง “ความเสี่ยง” ที่จำเป็นต้องมีการแก้ไข หรือยกร่างกฎหมายใหม่หลายฉบับเพื่อรองรับการลงทุนของระบบโลกเสรี ซึ่งแน่นอนว่า หากรีบเร่งโดยไม่มีการวิเคราะห์จากผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาในระยะยาว เมื่อพิจารณาจากตัวเลขของเวิลด์แบงก์ ที่ระบุว่าปัจจุบัน พม่ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพียง 1 แสนราย และตัวเลขนี้ค่อนข้างคงที่มาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว, มีผู้ใช้มือถือ 5.5 แสนเลขหมาย หรือคิดเป็นสัดส่วน 1% ของประชากรในประเทศ เป็นต้น
ดังนั้น จึงน่าจับตามองอย่างยิ่งว่า “รัฐบาลพม่า” จะสามารถ “ปิดช่องว่าง” ของความเหลื่อมล้ำทางดิจิตอล ให้แก่ประเทศและประชาชน ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนโลกให้เคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ และอย่างไร
--------------------
(คอลัมน์ อินโนเทค : 'พม่า' เพชร (ไอที) ที่รอการเจียระไน : โดย ... คนชอบเล่า)