เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. พ.ต.อ.ชูเกียรติ ภูอามพลอย ผกก.งานสืบสวนคดีสำคัญ และ พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้ร่วมสนธิกำลัง 30 นาย เข้าตรวจค้นร้านอาหารต้นกล้า ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 130/12 และ 130/43 ม.1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ มี พ.ต.ต.ประพันธ์ อินทรไชย ผกก.ฝบศ.ศฝร.ศชต เป็นเจ้าของ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้บุกจับกุมตัว พ.ต.ต.ประพันธ์ พร้อมภรรยา 2 คน คือ นางชนัฐตนันท์ อินคำ และ น.ส.มัลลิกา เนตรแดง ในช่วงคืนที่ผ่านมา พร้อมของกลางยาไอซ์ ซึ่งมีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่า 13 ล้านบาท และของกลางอื่นๆอีกจำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย เงินสด 405,619 บาท อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก กระสุน 48 นัด อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 9 นัด ซองกระสุนปืนเอ็ม. 16 จำนวน 1 ซอง กระสุนปืนเอ็ม.16 จำนวน 30 นัด กระสุนปืนเอ็ม.79 จำนวน 1 นัด โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ 7 เล่ม บัตรเครดิตธนาคารต่างๆ 6 ใบ ทั้งสมุดและบัตรเครดิตมีการหมุนเวียนเงินจำนวนนับล้านบาท รวมไปถึงรถยนต์ยี่ห้อเซฟโรเลต 4 ประตูสีดำ ทะเบียน กบ-151 สงขลา จำนวน 1 คัน
การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการขยายผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.เชียงราย ที่ ได้ซักทอด ถึง พ.ต.ต.ประพันธ์ ซึ่งเป็นเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ของภาคใต้ ที่มีเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ จ.ชุมพร ทั้งนี้การเข้าตรวจค้นเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่พบเอกสารหลักฐานต่างๆเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดได้เพิ่มเติมอีกจำนวนหลายรายการ และเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว พ.ต.ต.ประพันธ์และภรรยาทั้ง 2 คน ไปทำการสอบสวนขยายผล พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่เตรียมที่จะทำการตรวจยึดทรัพย์สินทั้งหมดของ พ.ต.ต.ประพันธ์และภรรยาอีก 2 คน รวมถึงบุกตรวจค้นบ้านของ พ.ต.ต.ประพันธ์ ซึ่งตั้งอยู่ อ.เทพา จ.สงขลา ในการขยายผลอันเกี่ยวเนื่องกับการค้ายาไอซ์ในครั้งนี้ด้วย
ที่จ.เชียงใหม่ 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.อ.อนุรัตน์ กิจประเสริฐ ผกก.สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แถลงข่าวการจับกุม ด.ต.วสันต์ วิศรุตเวสสะภู อายุ 45 ปี สังกัด กก.ตชด.33 พร้อมของกลางยาบ้า 24,000 เม็ด รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่น สี หมายเลขทะเบียน ผค 8099 เชียงใหม่ และ อาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง หลังถูกจับกุมคาด่านตรวจขณะขนยาบ้าส่งลูกค้า
พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าวว่า ด.ต.วสันต์ ซึ่งทำงานในชุดปราบปรามยาเสพติดของ กก.ตชด.33 มีพฤติกรรมค้ายาเสพติด จึง ออกสืบสวนติดตามพฤติกรรม กระทั่งทราบว่าจะขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนหนึ่งจาก อ.เชียงดาว เข้าสู่ อ.เมือง จึงร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 ตรวจสอบ บริเวณด่านตรวจแก่งปันเต๊า อ.เชียงดาว กระทั่งเวลา 13.30 น. วันที่ 10 พบ ด.ต.วสันต์ ขับรถยนต์กระบะผ่านมาจึงเข้าตรวจค้น พบยาบ้าจำนวน 11มัด รวม 22,000 เม็ด ภายในรถ พร้อมอาวุธปืนจึงทำการจับกุม
จากนั้นได้ขยายผลเข้าตรวจต้นบ้านพักเลขที่ 338 หมู่ 7 ต. หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พบยาบ้า 2,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอีกหลายรายการ พร้อมอายัดทรัพย์สินทั้งบ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ เงินสด 40,000 บาท และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมมูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท เพื่อตรวจสอบ
จากการสอบสวน ด.ต.วสันต์ สารภาพว่าได้รับจ้างขนยาบ้าจากพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.เชียงดาว เพื่อไปส่งให้กับลูกค้าใน อ.เมือ จ.งเชียงใหม่ ได้ค่าจ้างมัดละ 2,500 บาท รวมเที่ยวนี้ได้ค่าจ้าง 27,500 บาท โดยก่อนหน้านี้เคยทำมาแล้วสองครั้ง ส่วนสาเหตุที่ทำเนื่องจากขัดสนเรื่องรายได้
พล.ต.ต.ชำนาญ กล่าวว่า ด.ต.วสันต์ เคยได้รับโล่ห์รางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันละปราบปรามอาชญากรรมดีเด่น ประจำปี 2550 จาก กก.ตชด.33 แต่กลับพบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามมาตลอดจนนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้ หลังจากนี้ได้สั่งขยายผลดูว่ามีเจ้าหน้าที่คนอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือ ไม่ซึ่งหากพบจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดไม่ว่าจะยศใดตำแหน่งใด
ที่จ.สุราษฏร์ธานี เวลา 11.00 น.วันที่ 11 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวนสอบสวนภาค 8 จับนางสาวพิสมัย ทาทิราช อายุ 30 ปี ชาวลาว จาก แขวงคำม่วน ประเทศลาว พร้อมของกลางยาบ้า 4,000 เม็ด ได้บนรถตู้ขณะเดินทางจากตัวเมือง ไปที่ อ.พระแสง จากการสอบสวน นางสาวพิสมัยให้การว่า ตนเองเป็นชาวลาว แต่มาอาศัยอยู่ที่เกาะพงัน โดยเป็นลูกจ้างร้านอาหาร เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้พูดไทยชัดและรู้เส้นทางในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอย่างดี ต่อมามีหนี้สินเ จึงรับจ้างขนยาบ้าให้กับนายทุนชาวไทย โดยครั้งนี้ได้นำยาบ้ามาจากประเทศลาวจำนวน 4,000 เม็ด โดยบรรจุไว้ในกล่องนม กล่องละ 2,000 เม็ด แล้วผูกไว้กับเอวทั้งสองข้าง จากนั้นจึงใส่เสื้อคลุมทับ แล้วเดินทางผ่านด่านมายังประเทศไทย โดยขึ้นรถทัวร์ที่จังหวัดนครพนม มาลงที่หมอชิต แล้วนั่งรถทัวร์ต่อมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก่อนถูกจับกุมได้โดยสารรถตู้จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี และนำยาบ้าจำนวน 4,000 เม็ด มูลค่า 360,000 บาท จะนำไปส่งให้ลูกค้าที่ อ.พระแสง แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน
......
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)