เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่สถานีตำรวจภูธรพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จว.สกลนคร พ.ต.อ.กวีศักดิ์ สุขบาง ผกก.สภ.พรรณานิคม พ.ต.อ.พิพัฒน์ มนาปี ผกก.สส.ภ.จว.สกลนคร นายวัชราวุธ พรวงวาปี ผู้จัดการ ธกส.อำเภออากาศอำนวย พ.ต.ท.ปริญญา ไชยคำภา รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และชุดสืบสวน ภ.จว.สกลนคร แถลงข่าว จับกุมขบวนการทุจริตจำนำข้าว นาปรัง นาปี พ.ศ.2555 ตังแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ต้องหาประกอบด้วย นายวีระศักดิ์ โคตรผาย อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 232 หมู่ 14 ต.งิ้วด่อน อ.เมือง จ.สกลนคร นายวันชัย พวงใบดี อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 100 หมู่ 8 ต.นาฮี .อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร และนายประภาส เตียงชัย อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 48 หมู่ 8 ต.อากาศอำนวย อ.อากาศอำนวย โดยมีพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกง ร่วมกันทุจริตรับจำนำข้าว ตามนโยบายของรัฐบาล โดยมีการออกใบประทวนปลอม ร่วมกับเกษตรกรบางรายโกงน้ำหนัก ที่สำคัญหลอกลวงเกษตรกรในเรื่องความชื้น ทั้งที่ไม่มีเครื่องตรวจความชื้น ทำให้เกษตรกรเสียเปรียบเนื่องจากถูกกดราคาในการรับจำนำข้าว
พล.ต.ต.พลศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับร้องเรียนจากโรงสีล้อมรักธัญญา ที่เป็นผู้ดำเนินการเปิดจุดรับจำนำข้าว นาปรัง ตังแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลช้างมิ่ง อ.พรรณานิคมว่า เอกสารในการดำเนินการออกใบประทวนมีพิรุธและเอกสารบางอย่างเจ้าหน้าที่ อคส.ไม่ยอมให้ตรวจสอบ ทำให้โรงสีไม่มั่นใจว่าจะได้ข้าวเต็มจำนวนหรือไม่ เมื่อตรวจสอบก็พบว่า มีเกษตรกร 1 ราย คือ นายประภาส เตียงชัย ไม่มีใบชั่งข้าว จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ อคส. คือนาย วันชัย พวงใบดี นายวีระศักดิ์ โคตรผาย ได้ยอมรับสารภาพว่า ได้นำเอกสารดังกล่าวไปออกใบประทวน โดยมี นางรุ่งทิวา หอมแพน และนายวีนัส ตงบุญชัย เป็นผู้ประสานงาน
จากการนำสืบทราบว่านายประภาสนำข้าวมาจำนำที่จุดรับจำนำ และได้ว่าจ้างนายวีนัสเป็นคนขับรถบรรทุกข้าวให้ แต่ข้าวที่นำมาจำนำไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ทำให้นายประภาสนำข้าวไปจำหน่ายที่โรงสีโพธิ์ชัย เขตอำเภออากาศอำนวย เมื่อไม่ได้ใช้ใบประทวนและใบติดอยู่ที่รถ นางรุ่งทิวาได้นำใบประทวนไปให้นายวันชัย และนายวีระศักดิ์ เพื่อดำเนินการออกใบประทวน หลังจากนั้นได้แจ้งให้นายประภาส ไปเบิกเงินดังกล่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยเบิกเงินไปแล้วจำนวน 80,000 บาท ยังมีเงินคงเหลือธนาคารการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน 60,000 บาท
จากการสอบสวนนายวันชัย และนายวีระศักดิ์ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นอกจากนี้จาการตรวจสอบเอกสารร่วมกับ อคส. และโรงสีแล้วทราบว่า การกระทำผิดในลักษณะเดียวกันโดยไม่มีใบชั่งรวมทั้งหมด 3 ราย และมีการออกใบประทวนที่มีลักษณะเอกสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริงคือ ลดความชื้น และสิ่งเจือปน เพื่อทำให้ปริมาณข้าวมากขึ้น 149 ราย น้ำหนัก 106,588 ตัน คิดเป็นจำนวนเงิน 1,598,833 บาท
พล.ต.ต.พลศักดิ์ กล่าวว่า ได้ประสานให้หน่วยงานที่ได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก อคส. โรงสีและ ธ.ก.ส.แจ้งความเพื่อเอาผิดและให้ชดใช้ค่าเสียหาย ส่วน พ.ต.ท.สนั่น คำสีเขียว พนักงานสอบสวน สภ.พรรณนานิคม ดำเนินการฟ้องบุคคลดังกล่าวที่เข้าข่ายการกระทำความผิด อันประกอบด้วย นายวันชัย พวงใบดี นายวีระศักดิ์ โคตรผาย นายวีนัส ตงบุญชัย นายประภาส เตียงชัย และนางรุ่งทิวา หอมแพน เกษตรกรที่เข้าข่ายกระทำความผิดโดยเป็นความผิดเนื่องจากการสวมสิทธิ์เกษตรกร ซึ่งปรากฏว่าปริมาณข้าวเปลือกที่ปรากฏในใบประทวนสินค้าสูงกว่าที่เกษตรกรจำนำ ซึ่งเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง จำนวนทั้งหมด 149 ราย แยกเป็น ไม่มีใบชั่งข้าว 3 ราย จัดทำเอกสารที่มีการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักและความชื้นจำนวน 146 ราย
"ถือเป็นรายแรกของประเทศ ที่ได้มีการตรวจสอบและจับกุมการทุจริตจำนำข้าว เนื่องจากพบพิรุธในเอกสารหลายส่วน ทั้งตกแต่งตัวเลข ของน้ำหนักข้าว และการแจ้งความชื่นของข้าว ไม่ตรวงตามความเป็นจริงของใบประทวน สร้างความเสียหายต่อรัฐ เชื่อว่าขบวนการนี้ดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน เพราะการเบิกจ่ายเงินต้องเสนอไปที่ สำนักงานการค้าภายในจังหวัดสกลนคร ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการรับจำนำข้าวส่วนจำนวนเงินที่ได้ทำตามเอกสารให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น จำนวน 149 ราย มีข้าวเปลือกในโครงการกว่า 106,588.888 กิโลกรัม รวมจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคืนโรงสี กว่า 1,598,833.52 บาท ซึ่งพบว่ามีปัญหาในหลายๆ ราย
ด้านนายวีรศักดิ์ให้ปากคำว่า การดำเนินการออกใบประทวนสินค้าและใบรับฝากสินค้า ซึ่งมีปัญหาไม่ตรงตามใบชั่งของโรงสีนั้น มีการดำเนินการเป็นเครือข่าย แบ่งหน้าที่กันทำงานตามขั้นตอนชัดเจน โดยตนเองเป็นผู้ดูแล และดำเนินการเรื่อง การจัดการด้านเอกสาร เกี่ยวกับการจำนำข้าวให้แก่โรงสีประสานงานเอกสารระหว่างเกษตรกร และหน่วยงานภาครัฐ เรื่องนี้ทำเพียงลำพัง ไม่มีคนบงการ
ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำผิดทั้งหมด ต้องรอให้ผู้เสียหายคือองค์การคลังสินค้ามอบหมายให้นิติกรเข้าแจ้งความก่อน ส่วนเกษตรกรที่คิดว่าตนเองจะตกเป็นเหยื่อขบวนการทุจริตจำนำข้าว สามารถเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.พรรณรานิคม ได้ทุกวัน สำหรับผู้กระทำผิดทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา เนื่องจากยังไม่มีเจ้าทุกข์ พนักสอบสวนฯ จึงให้ปล่อยตัวชั่วคราว
"ปู"ขอดูรายละเอียดปปช.เตรียมพิจารณา"จำนำข้าว"
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศูนย์วิจัย ปปช.จะให้คณะกรรมการ ปปช.พิจารณาว่ารัฐบาลมีความผิดในมาตรา 157 ในเรื่องของการรับจำนำข้าวเป็นการบริหารผิดพลาดโดยตั้งใจว่า ต้องขอทราบรายละเอียด เรื่องนโยบายจำนำข้าวต้องคุยกันสองช่วงคือตัวนโยบายเอง กับเรื่องของขั้นตอนในเรื่องของการปฏิบัติ ฉะนั้นตัวนโยบายเองในเรื่องของการรับจำนำข้าวนั้นวัตถุประสงค์ของโครงการ คือต้องการที่จะให้มีการยกระดับราคาสินค้าเกษตรซึ่งตรงนี้ยืนยันว่าเราเชื่อว่าเป็นนโยบายที่ดี และเพื่อที่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรด้วย
“แต่สำหรับขั้นตอนในการปฏิบัติ แน่นอนค่ะ การทำงานต่างๆต้องมีการปรับตัวในการปฏิบัติให้สอดคล้องซึ่งอาจจะอยู่ในช่วงของการปฏิบัติ หรืออย่างไรก็ตามดิฉันเองได้มอบร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในการเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นไปตามขั้นตอนต่างๆอย่างถูกต้อง” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่าเห็นว่าโครงการนั้นยังสามารถเดินหน้าไปได้ที่จะมีล็อตสอง ออกมาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวเป็นตัวที่ตอบโจทย์ของการแก้ปัญหาในเรื่องสินค้าเกษตร แต่ขั้นตอนการปฏิบัติก็น้อมรับที่จะฟังข้อคิดเห็นต่างๆ และนำไปตรวจสอบ
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงกรณีที่ทูตเกษตรของประเทศสหรัฐอเมริกาจะขอเข้าพบเกี่ยวกับการตั้งข้อสังเกตโครงการจำนำข้าวนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า “ยังไม่ทราบเลยค่ะ”
คชก.เผยรัฐสูญเงินช่วยหอมแดง700ล้าน
จากกรณีที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบการบริหารจัดการหอมแดง ตามโครงการแก้ไขปัญหาราคาหอมแดง ฤดูการผลิตปี 2554/55 ทั้งระบบขององค์การคลังสินค้า (อคส.) จ.ศรีสะเกษ ได้ลงมาตรวจสอบการดำเนินงานของ อคส. ซึ่งพบว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อไปทางทุจริตในกระบวนการจัดซื้อ และเบิกจ่ายอยู่หลายประการ อีกทั้งพบว่ามีรายชื่อเกษตรกรส่วนหนึ่งได้ทำเรื่องขอเงินชดเชยกรณีเกิดภัยพิบัติจากการปลูกหอมไปแล้ว แต่กลับมีหอมเข้ามาขายให้ อคส.เป็นจำนวนหลายตันซึ่งเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน
ล่าสุดนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลโดย คชก. ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในวงเงินรอบแรก 295 ล้านรวมเงินค่าบริหารจัดการจ่ายขาดไปแล้วอีก 29 ล้าน และได้อนุมัติเงินลงมาเพิ่มอีกเป็น 1,265 ล้านบาท โดยได้เบิกเงินรอบ 2 นี้ไปแล้วประมาณ 400 ล้านรวมกับรอบที่ 1 ด้วยก็เท่ากับ 700 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้รวมทั้งศรีสะเกษและภาคเหนือแล้วเท่ากับเงินจำนวนนี้สูญเปล่าไป 100 % เพราะตัวเลขที่มีอยู่จริงก็ไม่สามารถดำเนินการใด ๆได้เนื่องจากเน่าเละหมด หายไปก็เยอะงบประมาณดำเนินการ 10 % ก็สูญหายไปด้วย