การประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์กช็อป และศัพท์แสง คำว่าบูรณาการ ถูกนำมาใช้เป็นคัมภีร์ พิธีกรรม อันเป็นสูตรสำเร็จสำหรับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการจัดการกับปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ข้อสงสัยถึงมรรคผลแท้จริงที่จะเกิดขึ้น
เพราะก่อนหน้านี้เวิร์กช็อป กับกรรมการอีกนับโหลในการจัดการปัญหาน้ำท่วมแทบจะมิได้สร้างความเชื่อมั่นขึ้นมาได้เลยว่า ปีนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยเหมือนปีก่อน เช่นเดียวกับเวิร์กช็อปยาเสพติดก็ไม่ได้ส่งสัญญาณให้เห็นอีกเช่นกันว่าจะทำให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยถอยลงแต่ประการใด
ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ผู้คนจะคิดกังขา สงสัยว่า เวิร์กช็อปดับไฟใต้ครั้งนี้จะสามารถจัดการปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้จริงแท้แน่นอนเพียงไร
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นที่ส่วนกลาง หรือในกรุงเทพมหานคร โดยมีรองนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน คือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ดูแลรับผิดชอบ
ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเสมือนหนามยอกอกพรรคเพื่อไทยมาช้านาน นับแต่ครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยถือเป็นผู้พลิกผันโฉมหน้า เปลี่ยนแปลงภาคใต้ที่เคยดำรงสันติสุข สงบเงียบมากว่า 20 ปี ให้กลับกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนรุนแรงอีกครั้ง ด้วยเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมจากการเติบใหญ่ของอำนาจรัฐตำรวจและนโยบายฆ่าตัดตอนในห้วงเวลานั้น
ความตาย 32 ศพที่กรือเซะ 78 ศพที่ตากใบ หรือแม้แต่ 108 ศพที่สะบ้าย้อย เป็นความจริงที่แสลงใจ ไม่มีใครปรารถนาจะพูดถึง ซึ่งแตกต่างตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับกรณี 98 ศพเสื้อแดงที่กรุงเทพมหานคร ทั้งๆ ที่พวกเขาเหล่านั้นต่างล้วนเป็นคนไทย อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกันเฉกเช่นเราท่านทั้งหลายทุกคน
ตราบใดที่ไม่ยอมรับความจริง แต่กลับอาศัยจินตนาการ อ้างความเชื่อส่วนตัวสร้างความชอบธรรมให้แก่ตัวเอง ด้วยการด่าทอว่าเป็นพวกหมาลอบกัดบ้าง กล่าวโทษขบวนการค้าของเถื่อน-ยาเสพติด หรือกล่าวหานักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามอยู่เบื้องหลังก็ยากจะคลี่คลาย แก้ปัญหาได้
สักแต่ท่องคำว่า เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ไปเท่านั้นเอง
ความผิดพลาดล้มเหลวในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นำมาซึ่งความรุนแรงไม่มีที่สิ้นสุด โดย 8 ปีที่ผ่านมา ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตรวมกันกว่า 5,500 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 9,600 คน
หากย้อนกลับไปพินิจพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบ ความสำเร็จและล้มเหลวในการจัดการปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มหาอำมาตย์ใหญ่ ยักษ์-มารในสายตาของหลายคนเวลานี้กับรัฐบาลในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรัฐบาลนางเอกคนสวยแสนซื่อในปัจจุบัน
ความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ นโยบายของรัฐบาล อุดมการณ์ ความคิดทางการเมือง และความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังของบุคลากรผู้ปฏิบัติ ตั้งแต่ตัวนายกรัฐมนตรีไล่เรียงลงไปจนถึงระดับข้าราชการประจำในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพภาค ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ
ไม่เว้นแม้กระทั่งสำนึก ทัศนคติของเพื่อนร่วมชาติที่มีต่อปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้และการจัดการของรัฐ
แค่เห็นภาพข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงเคอร์ฟิวในทำนองว่า เป็นเรื่องที่ต้องไปศึกษารายละเอียด ภาษาวัยรุ่นต้องบอกว่า ฟังแล้วปวดตับ ไม่รู้ว่าเป็นนักเรียนน้อย หรือนายกรัฐมนตรีกันแน่
8 ปียังศึกษากันไม่พอหรืออย่างไร