พระสหายวาเด็ง ปูเต๊ะ

พระสหายวาเด็ง ปูเต๊ะ : บทบรรณาธิการประจำวันที่9ส.ค.2555

              วาเด็ง ปูเต๊ะ ชายชรามุสลิมวัย 96 ปี กับคำถามของหลายฝ่ายว่าคนไทยมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความรักและผูกพันในแผ่นดินเกิด มีความจงรักภักดีเพียงใด ในท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรง และการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ของผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า พวกเขาจะก่อเหตุที่ไหนก็ได้ จะสร้างความวุ่นวายสับสนให้เกิดขึ้นที่ใดก็ได้ โดยไม่มีใครจะป้องกันได้ วาเด็ง ปูเต๊ะ อาจเป็นตัวแทนชาวบ้านมุสลิมแท้ๆ ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกับขบวนการโจรก่อการร้าย ซึ่งมีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติด ของเถื่อน หรือมีวาระซ่อนเร้นในทางการเมือง คนมุสลิมอย่างวาเด็ง ปูเต๊ะ เป็นชนส่วนใหญ่ในภาคใต้ หากรัฐไม่สร้างเงื่อนไขผลักดันให้เขาไปอยู่อีกข้างหนึ่ง
 
              คนไทยมุสลิมจำนวนไม่น้อย ที่เป็นเช่นวาเด็ง ปูเต๊ะ คือ มีความรักในแผ่นดิน มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ในห้วงระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระวรกายแข็งแรง ได้เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับที่ภาคใต้ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคม แทบทุกปี บางปีจะอยู่ระหว่างการถือศีลอดของชาวไทยมุสลิม ซึ่งตรงกับเดือน 9 ของฮิจเราะห์ศักราช หรือศักราชอิสลาม โดยประทับที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ครั้งหนึ่งพสกนิกรขอเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าฯ มีพระราชดำรัสขอบใจ และมีพระราชกระแสในเรื่องการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน เป็นที่ประทับใจของชาวไทยมุสลิมยิ่งนัก ในปี 2553 เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล และเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรหมู่บ้านชาวไทยมุสลิม ณ โครงการศูนย์การศึกษาการพัฒนาห้วยทราย ในการนี้ พระราชทานที่ดินให้มัสยิดนูรุ้ลเอี๊ยะห์ซาน จำนวน 6 ไร่ ก่อตั้งเป็นมัสยิดที่ถูกต้องตามกฎหมาย
 
              สำหรับ วาเด็ง ปูเต๊ะ กว่า 20 ปีแล้ว ที่เขานุ่งโสร่งตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ มารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินในโครงการพระราชดำริ ที่ อ.สายบุรี จ.นราธิวาส ความใสซื่อของวาเด็ง ปูเต๊ะ ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณารับชายชราชาวมุสลิมคนนี้เป็นพระสหาย ทุกคราวที่เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระที่นั่งทักษิณราชนิเวศน์ จะต้องโปรดให้วาเด็งเข้าเฝ้าฯ ทุกครั้ง นับเป็นสหายชาวมุสลิมเพียงคนเดียวที่ใกล้ชิดพระองค์ที่สุด เมื่อปีที่ผ่านมา วาเด็ง ปูเต๊ะ ยังเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งนำทุเรียนพันธุ์ก้านยาว ซึ่งเป็นทุเรียนจากสวนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จฯ ไปทอดพระเนตร มาทูลเกล้าฯ ถวายด้วย ทั้งนี้ วาเด็ง ปูเต๊ะ ได้นำผลไม้จากสวน เช่น ลองกอง ทุเรียน มาทูลเกล้าฯ ถวายอยู่เนืองๆ แม้กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ก็ยังได้สั่งเสียให้ลูกหลานรักษาต้นจำปาดะ ที่จะนำผลไปทูลเกล้าฯ ถวายทุกปี
 
              วาเด็ง ปูเต๊ะ มีความจงรักภักดีอย่างจริงใจ เช่นเดียวกับชาวไทยมุสลิมโดยส่วนใหญ่ เขาและเพื่อนบ้านที่สายบุรีต่างก็มีจิตภักดีไม่แตกต่างกัน "ผม กับอิมาม และชาวบ้านที่สายบุรี ได้ละหมาดฮายัต เพื่อภาวนาให้พระองค์ท่านทรงหายจากอาการพระประชวร มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงโดยเร็ว" วาเด็ง ปูเต๊ะ กล่าวในคราวหนึ่ง นี่ย่อมเป็นหลักฐานยืนยัน ในความจงรักภักดี และความรักในแผ่นดินของคนไทยมุสลิม ไม่ต่างจากคนไทยกลุ่มอื่นๆ ในขณะเดียวกันพระสหายอย่างวาเด็ง ปูเต๊ะ คือภาพสะท้อนความเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อคนทุกศาสนา ในขณะที่วาเด็ง ปูเต๊ะ ก็ได้พิสูจน์ว่า ความจงรักภักดีนั้นไม่มีพรมแดนและศาสนา ดุจเดียวกัน