เมื่อแรกเห็นอัลบั้มใหม่ของ The Beach Boys ที่ชื่อ That’s Why God Made the Radio ผมก็รู้สึกเฉยๆ นะครับ เพราะผมก็เห็นวงดนตรีรุ่นใหญ่วงนี้ผลุบๆ โผล่ๆ มาเรื่อยๆ ตั้งแต่ยุค 60 แล้ว พวกเขาเคยดังระเบิดสุดๆ และเป็นรุ่นใหม่ไฟแรงที่นักวิจารณ์จับตา แฟนเพลงกรี๊ดกร๊าด และขายงานได้ถล่มทลาย ถึงขนาดทีได้ชื่อว่าเป็นคู่แข่งของ The Beatles และเคยผ่านการทะเลาะเบาะแว้ง ตกต่ำ กลับมาดัง แยกวง รวมวง รียูเนียน พวกเขาออกอัลบั้มมาเยอะขนาดที่ใช้นิ้วมือนิ้วเท้าช่วยกันนับก็ยังไม่พอ และก็เคยมีอัลบั้มรวมฮิต รวมเพลง และงานแบบสุขเอาเผากินมาบ้าง ไอ้ที่เอาของเก่ามาหากินก็มีมาเรื่อยๆ เหมือนกัน เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาพวกเขาก็เพิ่งจะเอาอัลบั้มในตำนานที่บันทึกเอาไว้ในยุค 60 แล้วไม่ได้วางขายอย่าง Smile เอามารวมเพลงที่ทำในช่วงนั้นทั้งหมด มีแทร็กเล็กๆ น้อยๆ และเพลงเวอร์ชันต่างๆ มาออกเป็นอัลบั้มคู่ในชื่อ Smile Sessions เสียด้วย ดังนั้นพอผมได้เห็นอัลบั้มใหม่ออกตามมาติดๆ ก็รู้สึกเฉยๆ คือเผื่อใจไว้ก่อนว่าจะเป็นการหากินง่ายๆ อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่พอได้ฟังและได้ค้นข้อมูลของอัลบั้ม That’s Why God Made the Radio เข้าจริงๆ ผมก็รู้สึกตื่นเต้นเลยล่ะครับ เพราะมันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่สมาชิกรุ่นคลาสสิก (ที่ยังมีชีวิตอยู่) ของวงกลับมาทำเพลงด้วยกันอีกครั้ง ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในวัย 70 ปีเข้าไปแล้ว นำทีมโดยอัจฉริยะอย่าง ไบรอัล วิลสัน ตัวจริงเสียงจริงเสียด้วย คือ เดอะ บีช บอยส์ เป็นวงที่มีนักร้องหลายคน พวกเขาสลับกันร้องนำและร่วมกันร้องประสานเสียง แถมยังแต่งเพลงได้หลายคนอีกต่างหาก (แม้ว่าไบรอันจะมีศักยภาพเหนือกว่าคนอื่นอยู่ไม่น้อย) อัลบั้มชุดใหม่นี้น่าประทับใจตรงที่ทุกคนดันมาโชว์ฟอร์มทั้งร้องทั้งแต่งได้ดีพร้อมๆ กันเสียด้วย ผลที่ออกมาเลยน่าจะทำให้แฟนเพลงทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่พอใจ เพราะมันเป็นอัลบั้มที่หลายเพลงมีเมโลดี้ป๊อปเอามากๆ เนื้อหาก็พูดถึงเรื่องชายทะเล สายลม แสงแดด ความรัก ความสุข แถมเมื่อบวกกับเสียงประสานนุ่มนวลที่มีตลอดทั้งอัลบั้ม มันช่างทำให้นึกถึงคืนวันที่พวกเขาเป็นผู้นำเทรนด์ดนตรีแนวเซิร์ฟมิวสิกเสียเหลือเกิน
คนรุ่นสามสิบปลายๆ อย่างผมน่าจะจำเพลงโคตรฮิตปลายยุค 80 ชื่อ Kokomo ได้ครับ ดีกรีความป๊อปของเพลงในอัลบั้มนี้มีหลายเพลงที่เทียบเท่าเพลงนั้น อาทิ Spring Vacation, Isn’t It Time, Beaches In Mind และไตเติ้ลแทร็ก That’s Why God Made the Radio ที่ล้วนสรรเสริญความสนุกสนาน ชายทะเล เสียงเพลง และชวนให้ย้อนรำลึกอดีตอันเปี่ยมสุขทั้งนั้น (เพลง Spring Vacation มีการเอาชื่อเพลงฮิตยุคแรกๆ ของพวกเขาอย่าง Good Vibrations มาใส่ไว้ในเนื้อเพลงด้วย) เพลงเหล่านี้น่าจะทำให้แฟนๆ รู้สึกกระชุ่มกระชวยเลยล่ะ
แต่ในขณะเดียวกัน ความดีเด่นของอัลบั้มนี้ก็คือพวกเขายังมีเพลงที่พูดเรื่องบางเรื่องที่ไกลกว่าแค่เรื่องบรรยากาศสนุกๆ ริมชายทะเลด้วย เริ่มตั้งแต่แทร็กที่ 5 ที่เป็นเพลงสนุกๆ ชื่อ The Private Life of Bill And Sue ก็เล่าเรื่องสะท้อนยุคสมัยปัจจุบันที่บ้าคลั่งเรียลิตี้โชว์กันเหลือเกิน พอมาถึงแทร็กที่ 9 เป็นต้นไป พวกเขาก็เข้าสู่โหมดเพลงที่มีเนื้อเพลงลึกซึ้ง ตั้งแต่ Strange World ที่บอกว่าโลกนี้มันช่างแปลกประหลาด ต่อด้วย From There to Back Again บัลลาร์ดที่ก็พูดถึงคืนวันสวยงามเก่าก่อนและชายทะเล แต่เป็นการพูดด้วยท่าทีที่เศร้าสร้อยแทน ตามมาด้วยเพลงสั้นๆ Pacific Coast Highway ที่กลายเป็นเพลงแห่งการอำลาและสะท้อนอารมณ์เหงา ประมาณว่าที่สุดแล้วคนเราก็ต้องอยู่กับตัวเอง แล้วปิดท้ายด้วยเพลงสุดเพราะ Summer’s Gone ที่หันมามองชีวิตวันนี้อย่างเข้าอกเข้าใจว่าฤดูร้อนได้ผ่านไปแล้ว ความสุขไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป และคืนวันของทุกคนย่อมมีวันสิ้นสุด เป็นเพลงที่ใช้ปิดอัลบั้มซึ่งสดใสมาตลอดได้แบบช็อกความรู้สึกเล็กๆ แต่ก็ทำให้เรายอมรับ เข้าใจ และอาจจะยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา
That’s Why God Made the Radio จึงเป็นอัลบั้มของศิลปินรุ่นใหญ่ที่มีครบรส ทั้งความสุข ความเศร้า ความสนุก ความเหงา และเป็นอัลบั้มแบบที่คนที่ต้องผ่านชีวิตมาแล้วถึงจะสร้างสรรค์ออกมาได้
แล้วทำไมพระเจ้าถึงสร้างวิทยุ สร้างดนตรี หรือสร้างอารมณ์สุขและเศร้าขึ้นมาน่ะเหรอครับ?
ฟังจากอัลบั้มนี้แล้ว ผมคิดว่า เดอะ บีช บอยส์ คงจะบอกว่ามันเป็นเหตุผลที่มาสนับสนุนว่า ทำไมพระเจ้าถึงสร้าง ‘ชีวิต’ ขึ้นมานั่นเอง
.......................................
(หมายเหตุ วิทยุ ชายทะเล ฤดูร้อน ย้อนอดีต : คอลัมน์ มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชนะ @viphappening)