7 สิงหาคม 2508 เหตุการณ์ตำรวจปะทะกับกองกำลังติดอาวุธชาวนา ที่บริเวณทุ่งนาบ้านนาบัว ต.เรณูนคร อ.นาแก จ.นครพนม ถูกนำไปเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ด้วยอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)
อันที่จริง พคท.ได้เตรียมการทำสงครามจรยุทธ์ในเขตป่าเขามาตั้งแต่ปี 2503 บังเอิญกระสุนลั่นเสียก่อน จึงจุดประกายไฟดวงเล็กๆ ให้เป็น "วันเสียงปืนแตก" ท่ามกลางความไม่พร้อมในหลายด้านของ พคท.
รัฐบาลสมัยโน้น มีเครื่องมือในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์คือ พรบ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495
พลันที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ประกาศแนวทางการต่อสู้ด้วยอาวุธในเขตชนบท จอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี จึงได้จัดตั้ง "กองบัญชาการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์" (บก.ปค.) ขึ้นในปี 2508
ปี 2512 พคท.แถลงจัดตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) รัฐบาลถนอมได้ปรับองค์กรดับไฟลามทุ่งใหม่ โดยแปรสภาพ "บก.ปค." เป็น "กองอำนวยการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์" (กอ.ปค.)
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รัฐบาลสมัยนั้น ก็แปรสภาพ "กอ.ปค." เป็น "กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน" (กอ.รมน. ) ให้มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ และรับผิดชอบในภารกิจป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ต่อไป
ประกายไฟไหม้ลามทุ่งมอดดับแล้ว พรบ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ. 2495 ก็ถูกยกเลิกไปเมื่อปี 2542 แต่องค์กร กอ.รมน. ยังดำรงอยู่กับภารกิจด้านความมั่นคงแบบใหม่
ที่ลำดับภาพการต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์มาข้างต้น ก็เนื่องจากได้อ่านรายงานเคียงข่าวดับไฟใต้เมื่อวันก่อน
นับแต่วันที่รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" (ศอ.บต.) และ "กองบัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 43" (พตท.43) รองรับยุทธศาสตร์ 2 ขาคือ งานพัฒนาและงานปราบปรามขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) ผ่านมาถึง 30 ปีแล้ว
ประเทศเรามีองค์กรดับไฟใต้ที่เป็น "องค์กรพิเศษเฉพาะกิจ" จำนวน 9 องค์กร และใหม่เอี่ยมถอดด้ามคือ "ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" จัดตั้งโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์
สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้มีการปรับปรุงองค์กรดับไฟใต้ครั้งใหญ่ ภายใต้ พรบ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 ที่ให้อำนาจ "ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" (ศอ.บต.) เป็นองค์กรบริหารคู่กับ กอ.รมน. และรัฐมนตรีที่กำกับดูแลปัญหาชายแดนใต้
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อว่า กอ.รมน.มีแท่งเป็นของตนเอง ศอ.บต.ก็เป็นอีกแท่งหนึ่ง เวลานั่งประชุมร่วมกันทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และพลเรือน ใครจะนั่งหัวโต๊ะ แต่ไม่มีใครมีอำนาจทุบโต๊ะได้
"ทีมฟุตบอลก็ต้องมีโค้ชคอยแก้เกม แต่ปัญหาภาคใต้วันนี้เราเห็นแต่นักเตะ ยังหาโค้ชไม่เจอ และถ้ามองเปรียบเทียบกับการบริหารงานของบริษัท ก็จะพบว่ามีแต่ผู้จัดการฝ่ายต่างๆ แต่ไม่มีซีอีโอ"
ว่าที่ ผบ.ตร.จึงอยาก กอ.รมน.เป็นร่มใหญ่ที่สุด เป็นเจ้าภาพในภารกิจดับไฟใต้ แล้วดึง 17 กระทรวง 66 หน่วยงานเข้ามา โดย ศอ.บต.ต้อง "ย่อส่วน" อยู่ใต้ร่มของ กอ.รมน.
รูปแบบการบริหารแบบที่ว่านี้ คล้ายย้อนกลับไปยุครัฐบาลเปรม ตั้ง "ศอ.บต." กับ "พตท.43" เป็นสองขาที่มี "แม่ทัพภาคที่ 4" เป็นโค้ชใหญ่หรือซีอีโอ
มีบางคนถามผ่านทวิตเตอร์ว่า เมื่อใดไฟใต้จะดับ ก็ตอบสั้นๆว่า "อีกนาน.." ตราบใดที่เรายังแก้ปัญหาแบบคดีอาชญากรรม และไม่ยอมรับว่านี่คือสงครามอุดมการณ์