คงไม่มีใครเชื่อว่า คลังแสงขนาดย่อมที่หมอชิต ซึ่งประกอบด้วย อาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนอาก้า 211 นัด แม็กกาซีน 2 ซอง ลูกระเบิดแบบลูกเกลี้ยง 1 ลูก เอ็ม 26 จำนวน 3 ลูก เอ็ม 67 จำนวน 2 ลูก เอ็ม 61 จำนวน 2 ลูก ระเบิดแบบไทป์ 67 ผลิตจากประเทศจีน จำนวน 2 ลูก ระเบิดแบบ 82/2 จำนวน 1 ลูก ทุ่นสังหารบุคคลชนิดเอ็ม 14 จำนวน 4 ลูก และระเบิดแบบเอ็มดี 82 จำนวน 1 ลูก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีดำ โดยมีหมอน 2 ใบ ปิดอยู่นั้น จะเป็นการขนครั้งแรก เพราะครั้งนี้โชคดีที่พนักงานต้อนรับบนรถทัวร์มีไหวพริบดี เลยจับพิรุธได้เท่านั้น
ปัญหาที่ว่าอาวุธสงครามเหล่านี้ มาอย่างไร ต้นทางอยู่ที่ไหน และปลายทางนั้นไปส่งให้ใคร ที่ผ่านมาเรามักจะโยนให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบสวนสอบสวนหาความจริงและนำคนผิดมาลงโทษ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ในยุคที่บ้านเมืองไม่เป็นปกติ เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เพราะถูกยัดเยียดข้อมูลเพียงด้านเดียว ทุกผู้คนในสังคมมีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าอาวุธเหล่านี้จะมีปลายทางที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ก็ตาม
ไม่มีใครรู้ว่า เฉพาะแค่ในเมืองหลวงนั้นมีอาวุธสงครามมากน้อยแค่ไหน อาวุธปืนเถื่อน ซึ่งรวมทั้งที่เป็นปืนไทยประดิษฐ์และเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนนักเลงอีกไม่รู้เท่าไหร่ และหลายครั้งที่มีการก่อเหตุแล้วผู้บริสุทธิ์ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งเหตุยิงกันบนถนนรัชดาฯ และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพื่อนของผู้ตายพร้อมปืนลูกซองไทยประดิษฐ์เตรียมมาเพื่อล้างแค้น และมีเครือข่ายอีกไม่รู้เท่าไหร่ก็เตรียมลงมือล้างแค้นมือปืนในทันทีที่พบ ถามว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ชินตากันแล้วหรือ
ในเมื่อทุกคนมีโอกาสที่จะประสบกับเหตุไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ ทางเดียวที่จะป้องกันได้คือ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันเหตุร้ายไม่ให้เกิดขึ้น ในลักษณะเดียวกันกับพนักงานต้อนรับบนรถทัวร์ที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมตื่นตัวที่จะร่วมแรงร่วมใจในการป้องกันเหตุร้าย ก็ไม่ได้หมายความว่า เป็นโอกาสอันดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้พักผ่อนนอนหลับลืมทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตรวงกันข้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเตือนตัวเองตลอดเวลาว่า ได้ทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ถ้าบอกว่า เต็มที่แล้ว เหตุใดอาวุธสงครามจึงถูกขนข้ามจังหวัดเข้าเมืองหลวงได้ และถูกจับพิรุธได้จากบุคคลที่ไม่มีความรู้ในเรื่องอาชญาวิทยาเลยแม้แต่น้อย ถ้าไปถามใจประชาชนกันจริงๆ คงจะรู้ว่า จริงๆ แล้วเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่ พวกเขาก็ไม่ต้องการพระเอก-นางเอก ที่เกิดขึ้นเพราะสถานการณ์สร้างขึ้นมาอย่างแน่นอน