'ไทย-สหรัฐ'ฝึกค้นหา'เรือดำน้ำ

'กะรัต 2012'รหัสร่วมไทย-สหรัฐ โอกาสล้ำค่า..ฝึกค้นหา'เรือดำน้ำ' : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

                  กองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมปฏิบัติการฝึกภาคทะเล ภายใต้รหัส “กะรัต 2012” เป็นประจำทุกปี และในปีนี้กองทัพเรือสหรัฐอเมริกาได้จัดส่ง "เรือดำน้ำ" USS Buffalo (SSN 715) และเรือพี่เลี้ยงคือเรือ USS Emory S.Land มาร่วมฝึกด้วย โดย พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมายให้กองเรือยุทธการเป็นเจ้าภาพ
   
                ทั้งนี้ กองทัพเรือไทยได้จัดเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงรัตนโกสินทร์ มาร่วมปฏิบัติการฝึก โดยการฝึกภาคทะเลมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม-20 สิงหาคม 2555
   
                นอกจากนี้ จะมีการฝึกร่วมกับเรือหลวงสุโขทัย และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ S-70B อีก 3 ลำ โดยมีการฝึก "ปราบเรือดำน้ำ" (Anti-Submarine) ในระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคม 2555
   
                การฝึกกะรัตนอกจากจะเป็นการฝึกร่วมกันระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา ยังมีการฝึกร่วมกับกองทัพเรือที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา เช่น มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยได้ฝึกเวียนมาเรื่อยๆ จนถึงกองทัพเรือไทย ก่อนจะไปฝึกร่วมกับกองทัพเรือฟิลิปปินส์ โดยศูนย์ส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาอยู่ที่สิงคโปร์
   
                สำหรับการฝึกปฏิบัติการทางทะเลจะมีการฝึกการปราบปรามเรือดำน้ำ, การฝึกทุ่นระเบิด, การทำลายวัตถุระเบิดบนผิวน้ำ, ยิงปืนใหญ่ และยิงอากาศยาน ซึ่งการปฏิบัติการในครั้งนี้กำลังพลของกองทัพเรือไทยจะได้ประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะการได้เรียนรู้เทคโนโลยีเรือดำน้ำรุ่น USS Buffalo (SSN 715) ที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกานำมาฝึกในครั้งนี้ด้วย
   
                ส่วนสาเหตุที่กองทัพเรือสหรัฐยอมส่งเรือดำน้ำเข้าร่วมฝึกในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการเยือนสหรัฐของผู้นำทางทหาร ทั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อขอความร่วมมือทางด้านการทหารในการจัดส่งเรือดำน้ำ USS Buffalo (SSN 715) เข้าร่วมในการฝึกกะรัตด้วย
   
                ทั้งนี้ กองทัพไทยได้ร้องขอไปกว่า 2 ปีแล้ว แต่กองทัพเรือสหรัฐติดภารกิจจึงไม่สามารถนำเรือดำน้ำเข้ามาทำการฝึกร่วมได้ แต่เมื่อมีโอกาสเหมาะสมในปีนี้ ทางกองทัพเรือสหรัฐจึงจัดส่งทั้งเรือดำน้ำ USS Buffalo (SSN 715) และเรือ USS Emory S.Land เข้ามาทำการฝึก เพื่อให้กำลังพลของไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีของเรือดำน้ำ และการปราบเรือดำน้ำ
   
                ผู้เชี่ยวชาญในกองทัพเรือกล่าวถึงข้อดีของการฝึกในครั้งนี้ว่า กองทัพเรือไทยไม่มีเรือดำน้ำมาให้ฝึก หรือฝึกปราบเรือดำน้ำมากว่า 60 ปีแล้ว โดยที่ผ่านมาทำได้เพียงนำสิ่งประดิษฐ์มาฝึกฝนเท่านั้น แต่การที่สหรัฐนำเรือดำน้ำมาเข้าร่วมการฝึกทำให้เราช่วยในการ "ฝึกชี้เป้า" เพื่อค้นหาเรือดำน้ำได้เป็นอย่างมาก
   
                "การค้นหาเรือดำน้ำถือว่ายากที่สุด และแต่ละกองทัพเรือจะต้องปฏิบัติการเพื่อให้เกิดความชำนาญในอนาคต ทั้งนี้ เรือดำน้ำเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐ เพราะสามารถยิงอาวุธระยะไกลจากเรือดำน้ำ รวมทั้งระเบิดนิวเคลียร์ได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะการฝึกกับเป้าจำลองย่อมไม่เหมือนกับของจริง"
   
                สำหรับเรือดำน้ำ USS Buffalo (SSN 715) มีความเร็วสูง สามารถเดินทางใต้น้ำได้เร็วกว่า 20 นอต โดยขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ปัจจุบันประจำการอยู่บริเวณเกาะกวม ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์
   
                อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ และทรงประสิทธิภาพของกองทัพเรือสหรัฐ จึงได้มีการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดีเพื่อป้องกันการก่อ "วินาศกรรม"
   
                ผู้เชี่ยวชาญในกองทัพเรือย้ำว่า "การฝึกกับเรือดำน้ำมีความจำเป็น เพราะในอนาคตไม่มีใครรับรองได้ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น เราจะต้องหายุทธวิธีป้องกันเรือดำน้ำ โดยหากจะปราบเรือดำน้ำจะต้องใช้เรือฟริเกต 3-4 ลำ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นเรือดำน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยนิวเคลียร์จะยิ่งยากต่อการปฏิบัติการหลายเท่าตัว ที่สำคัญ เรือฟริเกตจะต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีถึงจะสามารถปราบเรือดำน้ำได้สำเร็จ เพราะเรือดำน้ำสามารถหลบซ่อนในพื้นที่หักเหได้ ทำให้การปราบเรือดำน้ำทำได้ยากมาก”
   
                ดังนั้น เรือดำน้ำเพียงลำเดียวก็สามารถเป็นภัยคุกคามได้ เพราะต้องใช้เรือทำลายใต้ผิวน้ำถึง 4-5 ลำ ซึ่งเมื่อเรามีเรือดำน้ำไว้ประจำการ ฝ่ายตรงข้ามก็จะไม่ค่อยกล้านำเรือทำลายใต้ผิวน้ำออกนอกพื้นที่ เพราะอาจถูกซุ่มโจมตีใต้น้ำได้ เรือดำน้ำจึงเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
   
                “การที่ไทยไม่มีเรือดำน้ำถือเป็นความสูญเสียอย่างมากต่อประเทศชาติ และในอนาคตเวียดนามจะมีเรือดำน้ำเข้าประจำการ โดยสั่งต่อจากประเทศรัสเซียเอาไว้ ซึ่งคาดว่าอีก 2-3 ปีน่าจะเข้าบรรจุประจำการแล้ว ดังนั้น การฝึกร่วมกับกองทัพเรือสหรัฐครั้งนี้ เราจะต้องหาประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด” ผู้เชี่ยวชาญกองทัพเรือกล่าวทิ้งท้าย

.........


(หมายเหตุ : 'กะรัต 2012'รหัสร่วมไทย-สหรัฐ  โอกาสล้ำค่า..ฝึกค้นหา'เรือดำน้ำ'  : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง)