ฝนเริ่มตกมากขึ้น ฝนตกรถติด รถก็จะร้อนคนก็จะร้อน แม้นอกรถจะฉ่ำด้วยน้ำฝน แอร์ในรถก็ต้องทำงานกันหนัก ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานกันโดยไม่มีพัก ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ก็ต้องเอาใจใส่กันมากขึ้น หลายคนคงต้องหมั่นตรวจน้ำในระบบหล่อเย็นกันบ่อยจากที่หลายๆ วันครั้ง ก็ควรจะเป็นทุกวัน
ก่อนออกรถในตอนเช้า ฝาหม้อน้ำเปิดปิดกันบ่อยก็ต้องตรวจดูซีลยางใต้ฝา สปริงเปิดปิดวาล์วตามแรงดันของไอน้ำที่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิก็ตรวจดูการทำงาน ถ้าเป็นรถเก่าหน่อยและไม่รู้ว่าจะตรวจดูอย่างไร ง่ายๆก็เปลี่ยนใหม่จะปลอดภัยกว่าอันหนึ่งไม่กี่ตังค์ น้ำในระบบหล่อเย็นตั้งแต่ยุคที่เครื่องยนต์ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสูบ ฝาสูบ ทำด้วยโลหะผสมหรือเรียกง่ายๆ ว่า อะลูมิเนียม น้ำที่ใช้กับเครื่องยนต์แบบนี้จะมีส่วนผสมของน้ำยาเคมีหลายชนิดเพื่อป้องกันการอุดตันในระบบระบายความร้อน เพื่อป้องกันการสึกหรอที่เกิดจากกรดที่ทำให้ชิ้นส่วนผุกร่อน ที่เกิดจากความร้อนและการเผาไหม้จากห้องเผาไหม้ สารเคมีที่นำมาใช้มีด้วยกันหลายสูตร มีชื่อเรียกต่างกันไป ชื่อที่รู้จักเป็นกลางๆ ก็คือ คูลแลนท์ (ต่างกันกับสารเคมีหรือส่วนผสมที่ใช้กับแอนตี้ฟรีซที่บ้านเราไม่จำเป็นต้องใช้)
ในรถใหม่ป้ายแดงน้ำยาคูลแลนท์หรือน้ำยาหล่อเย็นจะถูกผสมด้วยอัตราส่วนที่แน่นอนมาแล้วจากโรงงาน และในหนังสือคู่มือประจำรถก็มักจะมีบอกเอาไว้ว่า น้ำยาหล่อเย็นที่ใช้นั้นเป็นน้ำยาที่มีสารเคมีอะไรหรือห้ามใช้สารเคมีอะไรอยู่ด้วยแล้ว อัตราส่วนผสมที่จะต้องใช้ก็เช่นกันจะมีบอกเอาไว้ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใช้รถที่จะต้องศึกษาถึงคุณสมบัติและวิธีการใช้งานอย่างเคร่งครัด
รถเก่าที่ใช้มานานแล้วมากกว่าสิบปีมักจะเริ่มจากปะเก็นฝาสูบผุกร่อนทำให้น้ำซึมเข้าห้องเผาไหม้ แล้วถูกเผาให้กลายเป็นไอไปเมื่อมีการจุดระเบิด สาเหตุนี้เป็นที่มาของน้ำหายโดยไม่ทราบสาเหตุ และเช่นเดียวกันฝาสูบอะลูมิเนียมเกิดการผุกร่อน น้ำหายแบบเดียวกัน การแก้ไขก็ทำได้ไม่ยาก เปิดฝาสูบเปลี่ยนปะเก็นฝาสูบ ขัดหน้าฝาสูบ (ขัดนะครับไม่ใช่ไสฝาสูบ) ขัดฝาสูบแล้วดูว่ามีการผุกร่อนที่ผิวหน้าบ้างไหม ถ้ามีไม่ว่าจะมากหรือน้อย ส่งเข้าโรงกลึงที่เขารับซ่อมฝาสูบให้ เสียเงินไม่กี่ร้อย โดยเฉพาะคนที่ซื้อรถมือสองที่มีอายุเกินกว่าสิบปีมาแล้ว ควรจะเสียเงินเปลี่ยนปะเก็นฝาสูบ(ผุกร่อน)ซ่อมฝาสูบ ก่อนที่จะนำไปใช้งานกันอย่างจริงๆ จังๆ ก็จะตัดปัญหาเรื่องน้ำหายโดยหาที่มาที่ไปไม่พบ
ถ้ารถเก่าใช้มานานแล้วต้องเติมน้ำกันอยู่บ่อยๆ และร้อยทั้งร้อยเติมกันแต่น้ำเปล่าๆ โดยไม่มีส่วนผสมของน้ำยาหล่อเย็น และจะซื้อน้ำยามาเติมก็ไม่รู้จะเติมกันอย่างไร เช่นเติมน้ำครึ่งขวดทุกสองสามวันจะใส่น้ำยาเท่าไรเพราะไม่รู้อัตราส่วนผสม มีข้อแนะนำง่ายๆถ่ายน้ำในระบบระบายความร้อนออกจากหม้อน้ำ ไม่ต้องไปฟลัชช่งฟลัชชิ่งอะไร ถ่ายออกแล้วซื้อน้ำยารักษาหม้อน้ำหรือคูลแลนท์มาสักสี่ห้าลิตรเอาที่มียี่ห้อน่าเชื่อถือหน่อย
อ่านข้างกระป๋องดูว่าน้ำยาที่เราซื้อมานั้นใช้อัตราส่วนเท่าไรกับน้ำเปล่า เช่น 2:1 ก็หมายความว่าน้ำยาหนึ่งกระป๋อง หรือ 1 ลิตร ใช้น้ำ 2 ลิตร ก็เอาน้ำยาผสมกับน้ำตามส่วนใส่ในแกลลอนสะอาด เขย่าให้เข้ากันแล้วเติมไปในหม้อน้ำ ถ้าไม่พอก็ผสมใหม่เติมจนเต็ม ถ้ามีน้ำผสมน้ำยาเหลืออยู่ก็เอาใส่แกลลอนปิดฝาให้แน่นเก็บไว้ท้ายรถ เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องเติมน้ำหม้อน้ำในคราวต่อไปก็เอาส่วนที่เหลือมาเติม หมดก็ผสมใหม่เก็บสำรองไว้ จะตัดปัญหาเรื่องการคำนวณหาอัตราส่วนในการเติมแต่ละครั้ง และน้ำยาหล่อเย็นหรือคูลแลนท์หรือน้ำยารักษาหม้อน้ำควรจะใช้ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งเป็นประจำเพราะแต่ละยี่ห้อก็มีสูตรมีสารเคมีที่ต่างกัน
อย่าละเลยเรื่องนี้ครับถ้าคุณคิดว่าจะใช้รถไปอีกนาน เพราะการละเลยหรือประหยัดเงินค่าน้ำยาหล่อเย็นไม่คุ้มกันกับปะเก็นผุ ฝาสูบกร่อนทำให้น้ำหาย กำลังตกกินน้ำมันและท้ายที่สุดเครื่องร้อนจัดลูกสูบติดชาพท์ละลาย ถึงตอนนั้นจ่ายกันหน้ามืดแน่นอน
...........................................
(เรื่องของน้ำ ระบายความร้อน : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์ )