มท.เตรียมรับมือน้ำท่วม

มท.เตรียมรับมือน้ำท่วม 'ขุดคลองดิ่ง สร้างฟลัดเวย์ ลอกคูคลอง' : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย

            วิกฤติน้ำท่วมปี 2554 สร้างความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างมากมาย ทั้งภาคธุรกิจ นิคมอุตสาหกรรม โรงงาน อาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ถนน ระบบสาธารณูปโภค รวมทั้งการเกษตร ประเมินมูลค่าความเสียหายถึง 1.44 ล้านล้านบาท จัดเป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายเป็นอันดับ 4 ของโลก ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติในด้านเศรษฐกิจการลงทุน และผลกระทบด้านจิตใจของประชาชนชาวไทย

            ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบายว่า ปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 เกิดจากปริมาณของแม่น้ำหลักสายสำคัญที่ไหลผ่านและก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมชุมชนมีมากเกินไป ควบคุมไม่ได้ มี 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำบางปะกง จากสภาพทั่วไป และสภาพปัญหา วิเคราะห์สาเหตุหลักๆ ของปัญหาน้ำท่วม ได้ 4 ประการ คือ 1. ปริมาณน้ำมาก เนื่องจากอิทธิพลของพายุที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในปี 2554 มีถึง 6 ลูก ทำให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลัน เป็นปัจจัยธรรมชาติที่ไม่สามารถควบคุมได้ 2.ระบบบริหารจัดการน้ำไม่ดี เมื่อมีปริมาณน้ำมาก ควรปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลอง แต่มีการปล่อยให้น้ำเข้าไปอยู่พื้นที่ชั้นใน ทำให้ควบคุมไม่ได้ 3.การก่อสร้างเส้นทางคมนาคมขาดการบูรณาการ ปัญหาของน้ำท่วมเกิดจากการก่อสร้างถนนที่ไม่ได้ระดับ ขาดการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 4. ทางน้ำผ่านตื้นเขิน ไม่มีการขุดลอกกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น กรณีแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตื้นเขิน ควรมีการดูดทรายออกไปใช้ประโยชน์ โดยไม่ต้องเกรงว่า ใครจะได้ประโยชน์ แม่น้ำทุกสายควรจะทำเช่นเดียวกัน จะทำให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลทำได้รวดเร็วขึ้น

              "เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำที่หลากมาจากสาขาลุ่มน้ำตอนบน ปริมาณน้ำมีจำนวนมาก เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกมีมาก และตกเป็นระยะเวลานาน ทำให้น้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมาก เมื่อปีที่แล้วที่ จ.ชัยนาท มีปริมาณ 5,000 คิว/วินาที ลงมาถึง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมารวมกับน้ำที่มาจากแม่น้ำป่าสัก ปริมาณ 1,000 คิว/วินาที อยุธยาก็รับน้ำไม่ได้ เมื่อปริมาณน้ำมีมากและไหลเชี่ยว จึงเกิดน้ำล้นตลิ่ง มีการแผ่กระจายของน้ำไปทั่ว ไม่สามารถควบคุมทิศทางการไหลของน้ำได้ อีกทั้งการเร่งระบายน้ำไม่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีปัญหาและอุปสรรค เช่น การขยายตัวของชุมชน การทำลายระบบระบายน้ำตามธรรมชาติ แผ่นดินทรุด และน้ำทะเลหนุน เป็นต้น น้ำจึงไหลจากที่สูงไปที่ต่ำในทุกพื้นที่ และท่วมขังในบางพื้นที่ที่ต่ำมากๆ เมื่อน้ำเข้าไปอยู่ในทุ่ง หรือที่เรียกว่า น้ำทุ่ง การควบคุมการระบายน้ำออกสู่ทะเลก็ทำได้ยากขึ้น ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะควบคุมน้ำได้"

              รมช.ชูชาติ เสนอแนวทางการป้องกันน้ำท่วมว่า เมื่อน้ำมาจากแม่น้ำ ถ้าปล่อยให้เข้ามาเที่ยวในทุ่ง เมื่อเข้ามาแล้วน้ำจะไม่ยอมออกไป ดังนั้น วิธีการป้องกันน้ำท่วม หรือบรรเทาความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นจากภาวะน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ต้องควบคุมการไหลของน้ำให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปี 2554 น้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่าน อ.บางบาล 5,000 คิว/วินาที ถ้าสามารถแยกน้ำตรงนี้ให้ลงสู่ อ.บางไทรครึ่งหนึ่ง (2,500 คิว/วินาที) หรือมากกว่านั้น อีกส่วนหนึ่งให้ไหลลงสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มีศักยภาพสามารถรองรับน้ำได้ ก็จะแก้ปัญหาได้

              "ต้องดำเนินการขุดคลองทิ้งดิ่ง ช่วยทำให้การระบายน้ำเร็วขึ้น น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มาจาก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ไหลมาถึงทางแยกของแม่น้ำ ส่วนหนึ่งไหลไปทางคลองบางหลวง (คลองโผงเผง) ที่ อ.ป่าโมก จะไหลไปลงสู่แม่น้ำน้อย และอีกส่วนหนึ่งไหลตามแม่น้ำเจ้าพระยาไปแยกลงคลองบางบาล โดยทั้งสองเส้นทางจะมาบรรจบกันที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ดังนั้น เพื่อเป็นการแบ่งน้ำไม่ให้ไหลเข้าท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา ให้ทำเป็นฟลัดเวย์ จากตรงแยกแม่น้ำเจ้าพระยากับคลองบางหลวง (คลองโผงเผง) ตรงทิ้งดิ่งลงมาถึงแยกคลองบางบาล บรรจบกับแม่น้ำน้อย ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร และสองข้างของฟลัดเวย์ อาจทำเป็นถนนโลจิสติก ซึ่งอาจต้องเวนคืนที่ดิน แต่ที่ดินระหว่างถนนสองข้างที่เป็นทางระบายน้ำของฟลัดเวย์ ใช้วิธีการรอนสิทธิในช่วง 4 เดือน โดยชดใช้ค่าขาดการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่กันยายน-ธันวาคม แล้วอีก 8 เดือน เจ้าของที่ดินก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่ต้องเวนคืน หรือถ้าจำเป็นก็อาจจะต้องเวนคืนทั้งหมดเพื่อป้องกันน้ำท่วมในอนาคต"

              นอกจากนี้ ยังต้องใช้วิธีบีบน้ำจากแม่น้ำสายหลัก โดยใช้ประตูระบายน้ำมโนรมย์ ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่าน จ.ลพบุรี เข้าพระราม 6 ส่วนแม่น้ำป่าสักต้องบีบลงมาไม่ให้ไปที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนน้ำค้างทุ่ง และน้ำใช้ในครัวเรือน ซึ่งน้ำทิ้งที่ใช้ในครัวเรือน เฉลี่ยคนละ 200 ลิตรต่อวัน น้ำเหล่านี้ต้องดึงออก ถ้าไม่ดึงออกก็ท่วม เพราะปัจจุบันจะแก้ไขเพียงน้ำท่วมอย่างเดียวไม่ได้ ต้องแก้ไขสังคมที่ใช้น้ำด้วย นี่คือปัญหาจริงที่มีอยู่ในปัจจุบัน

              "การลดปริมาณน้ำในเขื่อนแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะปล่อยน้ำทิ้งเพื่อรักษาระดับน้ำโดยสูญเปล่า หากให้การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เอาถนนสายเอเชียเป็นแนวอุโมงค์ส่งน้ำ ผ่านจังหวัดไหน ขายจังหวัดนั้น ทำโรงกรองน้ำสำเร็จรูปตามจังหวัดต่างๆ ไปเลย ทำให้เกิดการพัฒนาสังคมและรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ที่สำคัญชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเข้ามามีส่วนร่วม ประชาชนต้องถือเป็นหน้าที่สอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้กับท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสำรวจจัดทำฐานข้อมูล พื้นที่เสี่ยงภัย และแผนรองรับเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต ขณะนี้รัฐบาลมีแผนและพร้อมจัดสรรงบประมาณในการขุดลอกขยายคูคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางไว้แล้ว ขอให้เห็นความสำคัญของการเข้มงวด ด้านการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างที่จะขวางทางน้ำ โดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรร"

              สำหรับแนวคิดแก้ปัญหาน้ำท่วม จ.ปทุมธานี รมช.ชูชาติกล่าวว่า ต้องทำทั้งสองด้าน การป้องกันน้ำท่วมบริเวณด้านทิศตะวันออก น้ำจากแม่น้ำป่าสักลงมาที่เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ไหลลงคลองระพีพัฒน์ ให้ไปออก อ.หนองแค ไปสู่คลอง 13 ไหลลงมาคลองหกวา ผ่านไปทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตต้องยกคันให้เป็นถนนเพื่อรับปริมาณน้ำได้ตั้งแต่คลอง 1- คลอง 7 เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำบางปะกง อย่าให้น้ำล้นเข้าไปในบริเวณ อ.หนองเสือ อ.ลำลูกกา อ.คลองหลวง และ อ.ธัญบุ

               ส่วนการป้องกันน้ำท่วมบริเวณด้านทิศตะวันตก แม่น้ำน้อยให้ยกคันกั้นน้ำให้สูงขึ้น หากน้ำเข้ามาถึง จ.ปทุมธานี ก็จะเข้าท่วม จ.นนทบุรี เพราะน้ำจะเข้ามาทาง อ.ลาดบัวหลวง ให้ยกเป็นคันกั้นน้ำไปลงแม่น้ำท่าจีน อย่าให้น้ำลงมาด้านล่างของทางหลวงไม่เช่นนั้นน้ำจะเข้า จ.ปทุมธานี ต้องพยายามบีบน้ำให้ลงแม่น้ำท่าจีน แต่ปลายแม่น้ำท่าจีนจะมีปัญหาเนื่องจากมีสภาพคดเคี้ยวเป็นจำนวนมาก ดังนั้นควรทำให้เป็นแนวดิ่งเช่นเดียวกับการแก้ไขที่คลองลัดโพธิ์ หากน้ำล้นจากทางหลวงชนบท ชบ.4006 ให้ยกคันคลองทางด้านทิศเหนือของคลองพระยาบรรลือเป็นถนน เพื่อทำให้สูงขึ้นอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ ให้ยกถนนเป็นคันกั้นน้ำสายเสนา-ปทุมธานี เพื่อไม่ให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้ามาท่วมได้

..........................................................

              "การลดปริมาณน้ำในเขื่อนแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แทนที่จะปล่อยน้ำทิ้งเพื่อรักษาระดับน้ำโดยสูญเปล่า หากให้การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เอาถนนสายเอเชียเป็นแนวอุโมงค์ส่งน้ำ ผ่านจังหวัดไหน ขายจังหวัดนั้น ทำโรงกรองน้ำสำเร็จรูปตามจังหวัดต่างๆ ไปเลย ทำให้เกิดการพัฒนาสังคมและรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย"

.........................................................
(มท.เตรียมรับมือน้ำท่วม 'ขุดคลองดิ่ง สร้างฟลัดเวย์ ลอกคูคลอง' : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย)