ชุมชนน่าอยู่สู้ภัยน้ำท่วม

ชุมชนน่าอยู่สู้ภัยน้ำท่วม

          ผ่านพ้นวิกฤติการณ์น้ำท่วมกันมาแล้ว แต่ภาพในอดีตอันแสนทรมานยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำ และไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะต้องเผชิญกับน้ำท่วมกันอีกหรือไม่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้อยู่กับน้ำได้อย่างเป็นสุข บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) นำทีมโดย ฟิลิป อาร์โต้ ประธานคณะผู้บริหาร และ จันทนา สุขุมานนท์ รองประธานบริหาร (การตลาดและงานขาย) แห่งปูนอินทรี พร้อมด้วยพนักงานทำพิธีส่งมอบบ้านในโครงการ อินทรี กรีน วิลเลจ ให้กับชาวบ้านชุมชนบ้านคลองทราย ต.บ้านนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 22 หลังคาเรือน เพื่อให้เป็นชุมชนแห่งแรกของไทยที่พึ่งพาตนเอง อยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับตัวได้ในทุกสภาวะ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
 
          จันทนา สุขุมานนท์ เผยว่า หลังจากมีโอกาสนำทีมอินทรีอาสา เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา พบว่าบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนักกว่าทุกๆ ปี แม้พื้นที่ของชุมชนจะเป็นพื้นที่รับน้ำอยู่แล้วก็ตาม จึงทำให้การใช้ชีวิตของชาวบ้านมีความากลำบากมาก และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงเริ่มคิดว่าที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นผลมาจากน้ำมือของมนุษย์เรานี่เอง ที่ทำให้โลกกำลังเดือดร้อนอย่างหนัก และถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ต้องหันมาดูแลธรรมชาติ จึงก่อเกิดเป็นแนวคิดสร้างสรรค์หมู่บ้านต้นแบบสีเขียว ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขึ้นมา
 
          ด้าน ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย อดีตคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ออกแบบบ้านอยู่กับน้ำ กล่าวว่า แนวการออกแบบบ้านของโครงการนี้ เริ่มตั้งแต่การให้นิสิตลงพื้นที่ กินอยู่กับชาวบ้าน เพื่อศึกษาถึงวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของชุมชนบ้านคลองทราย เพื่อนำมาประยุกต์ในการออกแบบบ้าน โดยเน้นการเป็นบ้านที่ทนทานต่ออุทกภัย ใต้ถุนจึงยกสูงถึง 3 เมตร มีทางเดินบอร์ดวอร์กเชื่อมชั้น 2 ของบ้านทุกหลัง ให้สามารถเดินไปมาหาสู่กันได้ในยามประสบอุทกภัย และทำหน้าที่เป็นหลังคาทางเดินในช่วงหน้าร้อน รวมทั้งคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง ทั้งยังติดตั้งไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 5 ต้น สำหรับพื้นที่ชุมชน และหลอดตะเกียบประหยัดไฟในบ้านทุกหลัง
 
          หนึ่งในชาวบ้านชุมชนบ้านคลองทราย จิตกร ผลโภค ซึ่งได้รับมอบบ้านในโครงการนี้ เล่าว่า เมื่อปีที่แล้วโดนน้ำท่วมหนักมาก บ้านเรือนจมอยู่ในน้ำนานกว่า 2 เดือน ทำอะไรก็ไม่ได้ โรงงานปิด เลยต้องทำกับข้าวขาย ต้องจ้างเรือออกไปซื้อของสดที่ตลาด เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว ไปอาศัยอยู่ที่วัดในชุมชน ห้องน้ำ ห้องสุขาก็ไม่เพียงพอ และมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก จึงต้องกลับมาอาศัยอยู่บนชั้น 2 บ้านของตัวเอง เจองูและสัตว์มีพิษ อยู่กับอาการหวาดกลัวและลำบากมาก ดีใจที่มีคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือ สร้างบ้านหลังใหม่ให้ ถูกใจมากทั้งแบบบ้านและอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่มีให้อย่างครบครัน
 
          สอดคล้องกับ ป้าแว่น ผลเนตร ที่คุยให้ฟังว่า ช่วงนั้นลำบากมากอยู่แต่บนบ้าน กว่าจะได้เรือมาใช้ออกไปหาของกินและข้าวของเครื่องใช้ก็เกือบ 20 วัน เสียดายบ้านหลังเก่าที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แต่ก็ดีใจกับบ้านหลังใหม่ที่ได้รับ อยากให้มีเหมือนกันทุกๆ หมู่บ้านเพราะเป็นห่วงพี่ๆ น้องๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา แต่ชุมชนบ้านคลองทรายที่ได้รับความช่วยเหลือ เพราะได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุด