เข้าพรรษา - เทียนพรรษา : คำวัด

เข้าพรรษา - เทียนพรรษา : คำวัดโดยพระธรรมกิตติวงศ์

              ในวันเข้าพรรษาและช่วงฤดูพรรษากาลตลอดทั้ง ๓ เดือน พุทธศาสนิกชนชาวไทยถือเป็นโอกาสอันดีที่จะบำเพ็ญกุศลด้วยการเข้าวัดทำบุญใส่บาตร ฟังพระธรรมเทศนา ซึ่งสิ่งที่พิเศษจากวันสำคัญอื่นๆ คือ มีการถวายหลอดไฟหรือเทียนเข้าพรรษา และผ้าอาบน้ำฝน (ผ้าวัสสิกสาฏก) แด่พระสงฆ์ด้วย เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้สำหรับการอยู่จำพรรษา
 
              นอกจากนี้ เมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑ รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็น "วันงดดื่มสุราแห่งชาติ"  โดยในปีถัดมา (พ.ศ.๒๕๕๒) ยังได้ประกาศให้วันเข้าพรรษาเป็นวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วราชอาณาจักร ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ให้ชาวไทยตั้งสัจจะอธิษฐานงดการดื่มสุราในวันเข้าพรรษาและในช่วง ๓ เดือนระหว่างฤดูเข้าพรรษา เพื่อส่งเสริมค่านิยมที่ดีให้แก่สังคมไทย
 
              พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) เจ้าอาวาสวัดราชโอสาราม ได้อธิบายความหมายของคำว่า เข้าพรรษา หมายถึง การอยู่ประจำตลอด ๓ เดือนของฤดูฝน ของพระสงฆ์ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทางพระธรรมวินัย ภิกษุจะไม่เข้าพรรษาไม่ได้ ท่านปรับเป็นอาบัติ และการเข้าพรรษาจะต้องกล่าวคำอธิษฐาน เรียกว่า อธิษฐานพรรษา
 
              ระยะกาลเข้าพรรษามี ๒ ครั้ง คือ เข้าวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๘ ออกวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ เรียกว่า เข้าปุริมพรรษา ซึ่งพระสงฆ์ส่วนใหญ่นิยมเข้าปุริมพรรษษา หากเข้าระยะแรกนี้ไม่ทันก็ให้เข้าวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ และไปออกวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ เรียกว่า เข้าปัจฉิมพรรษา
 
              ส่วนคำว่า "เทียนพรรษา" เจ้าคุณทองดีได้ให้ความหมายไว้ว่า คือ เทียนขนาดใหญ่ และสูงเป็นพิเศษกว่าเทียนชนิดอื่น สำหรับจุดบูชาพระประธาน ในโบสถ์ตอนทำวัตรเช้า และทำวัตรเย็น ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนถึงวันออกพรรษา
 
              เทียนพรรษา นิยมถวายกันก่อนเทศกาลเข้าพรรษา จะถวายเล่มเดียวหรือถวายเป็นคู่ก็ได้  บางแห่งจัดเทียนพรรษาอย่างสวยงาม และมีพิธีแห่แหนอย่างเอิกเกริกก่อนนำไปถวายวัด โดยถือว่าเป็นงานบุญใหญ่
 
              เทียนพรรษา สำหรับพระอารามหลวงสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานสำหรับบูชาพระประธานพระอารามหลวงละ ๑ เล่มทุกปีมิได้ขาด ถือเป็นราชประเพณีมาแต่โบราณ และในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ก่อนวันเข้าพรรษา ๑ วัน จะพระราชทานไฟเพื่อจุดเทียนนั้นด้วย