เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2555

ปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูง

ปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูง : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย ... ดลมนัส กาเจ

          เมื่อวันพุธที่แล้ว พูดว่าเรากำลังเสียแชมป์การส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก และที่ผ่านมา ที่ไทยครองแชมป์ส่งข้าวออกไปยังตลาดโลกมายาวนาน ก็เพราะประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวมากที่สุดนั่นเอง ไม่ใช่เพราะไทยเรามีศักยภาพในการปลูกข้าวที่ให้ผลผลิตสูง หากแต่ผลผลิตของเราอยู่อันดับท้ายๆ เฉลี่ยพื้นที่นา 1 ไร่ เราผลิตข้าวได้เพียง 461 กก. แต่จีนได้ไร่ 1,054 กก. เวียดนามได้ละ 875 กก. และอินโดนีเซียได้ไร่ละ 774  กก. อันนี้ไม่ร่วมกับสหรัฐอเมริกาที่ปลูกข้าวส่งออกด้วย

 

          แม้ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ จะยืนยันและมั่นใจว่า ไทยยังเป็นแชมป์ส่งออกไปตลาดโลก เพราะครึ่งปีหลังจะส่งออกถึง 5 ล้านตัน เฉลี่ยทั้งปีจะไม่ต่ำกว่า 8 ล้านตัน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะส่งออกได้ถึง 9.5 ล้านตัน ก็ตาม แต่นั่นเป็นเพียงคาดการณ์ แต่ที่ฝ่ายยืนยัน ณ วินาทีนี้ไทยส่งออกข้าวน่าจะตกอยู่อันดับ 3 รองจากเวียดนาม และอินเดีย เพราะภาคการผลิตของเราต่ำนั่นเอง

          เห็นแล้วน่าห่วงครับ ! ทั้งที่ความจริงบ้านเรานั้นอุดมสมบูรณ์ทั้งคุณภาพของดินและน้ำ ซึ่งในโอกาสนี้ผมมีข้อมูลที่ได้มากสำนักงานเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู แนะวิธีในการปลูกข้าว หรือทำนาให้มีผลผลิตสูงครับ เพียงของให้ชาวนาปฏิบัติคือ

          1. การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ดี ที่มาหรือแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่รับมานั้นต้องเชื่อถือได้ และได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร มีการใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตราที่เหมาะสม คือประมาณ 20-25 กก./ไร่ เพื่อต้นข้าวเจริญเติบโตได้ในระยะที่เหมาะสมและไม่แน่นจนเกินไป อันเป็นสาเหตุให้เป็นที่อยู่อาศัยของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ถือว่าศัตรูของต้นข้าวตัวร้ายทีเดียวครับ

          2. ต้องปรับปรุงหรือบำรุงดิน ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า พื้นที่นานั้นเกิดปัญหาดินเสื่อมโทรมที่มาจากการเผาตอซังและฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ฉะนั้นควรหันมาไถกลบหรือหมักฟางในนา ด้วยการเร่งการย่อยสลายด้วยปุ๋ยอินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งจะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้มาก ทั้งยังช่วยลดการระบาดของหนอนกอ การบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด อาทิ ปอเทือง พืชตระกูลถั่ว เป็นต้น

          3. การใช้ปุ๋ยเคมีให้เหมาะสม หรือที่เรียกว่า การใช้ "ปุ๋ยสั่งตัด" นั่นเอง ใส่ปุ๋ยตามที่ดินต้องการ เพราะที่ผ่านมาปัญหาหนึ่งของเกษตรกรคือใช้ปุ๋ยเคมีผิดสูตร ในแต่ละปีเกษตรกรใช้ไนโตรเจนเกินจำเป็น มีมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังใช้ปุ๋ยผิดเวลาและผิดอัตรา ฉะนั้นต้องตรวจดูก่อนว่าดินเราขาดอะไร ก็ใส่ปุ๋ยตัวนั้น 

          4. การใช้สารเคมีฆ่าแมลงให้เหมาะสม เพราะการใช้สารฆ่าแมลงตามเหมาะสม ต้องไม่เกินความจำเป็น ก่อนใช้ควรสำรวจแมลงศัตรูข้าวก่อนฉีดพ่นสารฆ่าแมลงทุกครั้ง และต้องรักษาแมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น แมลงปอ มวนจิงโจ้น้ำ แมงมุม ด้วย เพราะแมลงเหล่านี้จะช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืช อาทิ จำพวกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นต้น

          ถ้าเกษตรกรปฏิบัติได้ นอกจากจะให้ข้าวเพิ่มผลผลิตแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตอีกด้วย ทั้งเรื่องค่าปุ๋ยและยาฆ่าแมลง แต่ที่สำคัญอย่างหนึ่งเกษตรกรจะต้องเป็นคนทำนาเองด้วย

 

          จำง่ายๆ ครับ การทำนา ถ้าเมล็ดพันธุ์ดี ดินดี ดูแลดี แค่นี้ก็มีชัยเกินครึ่งแล้วครับ

 

 

--------------------
(ปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูง : คอลัมน์ รู้มาเล่าไป : โดย ... ดลมนัส  กาเจ)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง