ความเหมาะสม

ความเหมาะสม : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน

               ดูเหมือนบ้านเรากำลังเข้าสู่ภาวะล้มเหลวทางจริยธรรม ศีลธรรม ระเบียบกฎเกณฑ์ ทางสังคม
   
              แม้แต่ตัวบทกฎหมายก็ยังถูกตีความไปเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายตน ผู้รักษากฎหมายไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัดจริงจัง
   
              เสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่นายตำรวจน้อยใหญ่เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้หนีอาญาเมือง ถึงความเหมาะสมกำลังอื้ออึงไปทั่ว
   
              คำประกาศของผู้บัญชาการตำรวจบางคน ที่ปกป้องอดีตนายกฯ ว่าเป็นคนดี กำลังทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาหวั่นไหวโดยเฉพาะสำนวนคดีคนเสื้อแดง และความเที่ยงธรรมต่อการรักษากฎหมายในอนาคต
   
              ที่เกิดเสียงซุบซิบวิจารณ์เพราะคนหนึ่งกำลังหนีคุกหลบตาราง อีกคนเป็นนายตำรวจใหญ่ผู้บังคับใช้กฎหมายมีหน้าที่ต้องจับกุมคนร้ายมาลงโทษ แต่กลับมีข่าวการพบปะกันระหว่างบุคคลทั้งสอง
   
              สังคมจึงตั้งคำถามถึงความเหมาะสมทั้งในแง่จริยธรรม ระเบียบปฏิบัติของทางราชการ และข้อกฎหมาย เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่จับกุมคนร้ายเมื่อพบกันต่อหน้าต่อหน้า
   
              นักการเมืองใหญ่หรือแม้แต่ตำรวจผู้รักษากฎหมายบางคนยังออกมาโต้ว่า ตำรวจไทยไม่มีอำนาจไปจับกุมตัวคนร้ายในต่างประเทศ ก็ตะแบงกันไป ความจริงมีช่องทางนอกเหนือจากกฎหมายระหว่างประเทศ
   
              ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็เคยทำ "หมายแดง" ส่งถึงอินเตอร์โปล เมื่อมีหมายจับออกไปทั่วโลก ถึงไหนก็ถูกผลักดันกลับโดยใช้ช่องกฎหมายของตม. มีการจับผลักดันคนร้ายส่งออกให้ประเทศที่ต้องการตัวมากมาย
   
              ลองไปถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าทำกันมาเท่าไรต่อเท่าไรแล้ว แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เคยพูดหรือแกล้งไม่รู้ เฉยๆ ไว้
   
              ความจริงประเด็นการพบเจอคนร้ายซึ่งหน้าหรือไปร่วมโต๊ะอาหารกับอดีตนายกฯ หนีคดีก็พอทำเนา ถูๆ ไถๆ ไปได้
   
              แต่ที่เห็นความล้มเหลวของกฎหมายคือ นอกจากจะไม่จับกุมแล้วแย่กว่านั้นยังเอาโผแต่งตั้งนายตำรวจไปให้ตรวจสอบหรือเขียนรายชื่อโยกย้ายกับมืออีก
   
              เรียกว่านอกจากตำรวจไม่กล้าจับแล้ว อดีตนายกฯ ยังเป็นคนเลือกแต่งตั้งนายตำรวจในตำแหน่งสำคัญๆ อีกต่างหาก
   
              เมื่อผู้รักษากฎหมายถูกคนหนีคดีแต่งตั้ง กฎหมายบ้านเมืองจะมีความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร