กลิ่นหอมของซาฮาราเป็นยังไง ยังจำได้ไม่เคยพร่าเลือน แม้มันจะผ่านมา 4-5 ปีได้แล้ว แต่รสชาติของแดดอันเผ็ดร้อนกลางอภิมหาทะเลทรายขนาดมหึมาอย่างซาฮาราในฝั่งโมร็อกโคยังฝังแน่นอยู่ในมวลความทรงจำ
ซาฮารา คือ ทะเลที่ทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่ขนาดกินพื้นที่ครอบคลุมมากกว่า 10 ประเทศในทวีปแอฟริกา ตูนิเซียก็เป็นหนึ่งในนั้น เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ไหนๆ มาถึงตูนิเซียทั้งที ฉันขอไปสำรวจทะเลทรายซาฮาราฝั่งตูนิเซียซะหน่อยว่าจะแจ่มแค่ไหน
จะลุยทะเลทรายซาฮาราในตูนิเซีย ต้องตั้งหลักกันที่ เมืองโทเซอร์ เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีคนอยู่แค่ 3 หมื่นกว่าคนเท่านั้นเอง ที่นี่เป็นทั้งโอเอซิสและเมืองสำคัญทางใต้ของตูนิเซีย จนได้ฉายาว่ากุหลาบแห่งทะเลทราย ในอดีตเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของโรมัน ที่คอยตรวจตรากองคาราวานที่ผ่านเข้าออกทะเลทรายซาฮารา
เรื่องหาที่พักในโทเซอร์ไม่ใช่เรื่องยาก คลิกเข้าไปค้นในเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.com) ประเดี๋ยวเดียวก็เจอเรือนพักที่ชอบ ไม่น่าเชื่อ ขนาดมาเมืองชายขอบของทะเลทรายซาฮารา อโกดาก็ยังมีที่พักให้เลือกสรร แถมราคายังถูกที่สุดเหมือนเคย
จะเรียกว่าเป็นปากทางเข้าทะเลทรายซาฮาราก็ได้ แค่ออกนอกเมืองไปไม่เท่าไหร่ก็เป็นทุ่งแล้งเกือบหมดแล้ว แถวนี้สองข้างทางเราจะเห็นอูฐไปตลอดทาง อูฐพวกนี้มีเจ้าของทั้งนั้น ถูกเลี้ยงไว้ใช้งานหรือไม่ก็เป็นอาหารของชาวเมือง และความที่อูฐเยอะ เวลาขับรถเลยต้องระวังหน่อย ช่วงไหนอูฐเยอะเขาจะมีป้ายเตือนตลอดทางว่า ระวังอูฐข้ามถนน
ออกนอกเมืองไปสัก 30 กิโลเมตรเห็นจะได้ ก็ถึง "องค์ เจมัล" สถานที่ที่เคยใช้ถ่ายหนังเรื่องสตาร์วอร์ส ตรงนี้เขาเซตขึ้นไว้ถ่ายหนัง และยังเก็บไว้อยู่ ซึ่งก็ดูเหมือนเวิร์กมาก เพราะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักเดินทางที่อยากตามรอยหนังมาที่นี่กันตลอดทั้งปี
ว่ากันว่า ตอนที่กองถ่ายสตาร์วอร์ส มาสำรวจโลเกชั่น ก็ชอบอกชอบใจตูนิเซีย ที่มีทั้งเมืองโบราณและทะเลทราย เอาไว้ให้เลือกเต็มไปหมด จึงตัดสินใจเลือกหลายเมืองในตูนิเซียเป็นฉากถ่ายทำ แม้ว่าหนังจะฉายไปนานแล้ว แต่ทุกวันนี้ตูนิเซียยังใช้พื้นที่เหล่านี้ทำมาหากินอยู่
ใกล้กับองค์ เจมัล มีเนินทรายอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าทรายเม็ดเล็กๆ พอรวมตัวกันเป็นทะเลทรายแล้วจะกลายร่างเป็นธรรมชาติอันทรงพลังและยิ่งใหญ่ไปได้ ถ้าไม่เชื่อลองพาสองเท้ามาย่ำที่ทะเลทรายซาฮาราดูสิคะ
ทะเลทรายซาฮาราร้อนแล้งมาก และเป็นเขตกันดารที่สุดของโลก แต่ก็มีชาวเผ่าเร่ร่อนอาศัยอยู่เป็นหย่อมๆ อาจจะร้อนไปนิด แต่เรื่องความสวยของซาฮาราไม่เคยเป็นรองทะเลทรายที่ไหนในโลก ฉันปล่อยให้สองเท้าเปล่าย่ำทะเลทราย ได้สัมผัสพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติบ้าง ชีวิตจะได้สดชื่นรื่นใจ ในเวิ้งว้างของทุ่งแล้ง หลายมุมทำให้เราเห็นเหมือนมีแอ่งน้ำอยู่ข้างหน้า ที่จริงแล้วไม่มี เป็นแค่ภาพลวงตา หรือมิราจเท่านั้นเอง
พูดจริงๆ แล้วการนั่งโฟร์วีลส์ท่องทะเลทรายนี่ก็สนุกไม่เบา บางช่วงโชเฟอร์จะพาไต่ไปตามเนินสูงๆ แล้วทิ้งตัวลงเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากผู้โดยสารทำให้เขาอมยิ้ม ยิ่งรถวิ่งยิ่งเหมือนพาลัดเลาะเข้าไปในหุบเหวที่บางช่วงก็สวยเชียว มีดงปาล์มเขียวครึ้มไปหมด บางช่วงเป็นเหมือนแคนยอนใหญ่ๆ
หลังจากรอนแรมมาหลายกระเด้ง เราก็ถึงโอเอซิสทั้ง 3 แห่งในซาฮาราจนได้ มีเชบิกา (Chebika) ทาเมอร์ซา (Tamerza) และมิเดส (Mides) แดดกำลังแรงชนิดเผ็ดร้อนพอดี โชเฟอร์ก็พารถเคลื่อนมาถึงมิเดส ที่แค่เห็นหะแรกก็รู้สึกทันทีว่าสวยมาก
มิเดสโอเอซิส ที่ถูกขนาบด้วยภูเขา 2 ลูก ที่ถูกกัดเซาะจนเป็นแนวผาหินสีชมพูอมส้มที่สวยงามมาก ยาวกว่า 3 กิโลเมตร สมัยก่อนเขาว่าสวยกว่านี้อีก แต่พอมาเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 1969 ทำให้ที่นี่เปลี่ยนโฉมหน้าไป บ้านเรือนของผู้คนที่เคยอยู่แถวนี้ถูกกวาดไปเรียบ แม้จะผ่านไป 40 กว่าปี แต่ดูเหมือนแผลเป็นของเหตุการณ์ครั้งนั้นยังคงเหลืออยู่ ในเวลาเดียวความงดงามของธรรมชาติก็ยังคงอยู่เช่นเดียวกัน
ออกจากมิเดส นั่งรถย้อนกลับไปประมาณ 6 กิโลเมตร ก็เป็น ทาเมอร์ซา โอเอซิส ทาเมอร์ซาเป็นภูเขาใหญ่ที่สุดในตูนิเซีย มีเมืองและหมู่บ้านตั้งอยู่รายรอบเชิงเขา แต่ก็ชะตากรรมเดียวกับชาวมิเดส ตอนที่ฝนตกครั้งใหญ่ 22 วันเมื่อปี 1969 กระแสน้ำได้พัดและกลืนหมู่บ้านแถวนี้ไปหมด จนตอนนี้ต้องมาสร้างหมู่บ้านขึ้นใหม่
มองไปโดยรอบจะเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงาม นอกจากดงปาล์มแล้วยังมีน้ำตก 2 แห่ง โตรกผาและหุบเหว นักท่องเที่ยวบางคนที่อยากค้างคืนก็มักเลือกโรงแรมแถวทาเมอร์ซา
นักท่องเที่ยวฝรั่งพอเห็นน้ำตกก็เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ที่จริงก็น่าเล่นอยู่หรอก เพราะอากาศร้อนมาก ของขายแถวนี้ก็ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เรียกว่าเป็นแหล่งใหญ่เลยด้วยซ้ำ จะเลือกซื้อของฝากชนิดไหนก็มีหมด จังหวะนี้ใครเตรียมอุปกรณ์กันแดดมาไม่พอ เห็นซื้อผ้ามาห่อห่มกันเต็มไปหมด
จากทาเมอร์ซา คราวนี้ถึงโอเอซิสสุดท้าย อย่าง เชบิกา สถานที่ที่หลายคนรู้จักจากหนังเรื่องอิงลิช เพเชียน ผลจากการเที่ยวสวนทางจากชาวบ้าน มาถึงเลยปลอดนักท่องเที่ยว ไม่ต้องเบียดกับใคร วิวสวยๆ ตรงหน้าเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว
เชบิกาโอเอซิสตั้งอยู่เชิงเขาเจเบลเอล ชาวบ้านเรียกขานกันว่าปราสาทแห่งดวงอาทิตย์ เพราะตั้งอยู่ในตำแหน่งรับดวงตะวันพอดี และที่เหมือนกับโอเอซิสอื่นคือ ละแวกนี้มีหมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่หลังน้ำท่วม มีดงปาล์มและน้ำตกที่สร้างความชุ่มฉ่ำให้แถวนี้
นักท่องเที่ยวมาถึงที่นี่ส่วนใหญ่ก็ลงไปเล่นน้ำตกกัน บางส่วนก็เดินเท้าซอกแซกไปเที่ยวตามโตรกผาที่อยู่ละแวกนี้ ใครหมดแรงก็นั่งแฮงก์เอาท์ชมวิวอยู่ตามคาเฟ่ ฉันเองอยู่ในพวกหลัง นั่งประมวลผลดู สิริรวมแล้ววันนี้อิ่มวิวอย่างแรง
บนเรือบินของกาตาร์ แอร์เวย์ส (0-22592701-3) ที่เหาะจากตูนิสกลับบางกอก จู่ๆ ภาพของทะเลทรายซาฮาราก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ซาฮาราฝั่งอียิปต์ โมร็อกโก และตูนิเซียก็ผ่านตามาแล้ว ตอนนี้ทะลึ่งอยากเห็นซาฮาราในแอลจีเรียขึ้นมาดื้อๆ แบบนี้เขาไม่ได้เรียกฝันกลางอากาศ แต่เป็นคันกลางอากาศ
...........................................
('โทเซอร์'โอเอซิสริมซาฮารา : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า)