ช่วงค่ำของสัปดาห์ก่อน ลองใช้เวลาเดินวนเวียนในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เป้าหมายไม่ใช่ “ช็อปปิ้ง” แต่เป็นการตระเวนสำรวจแคมเปญเงินฝากของแบงก์ต่างๆ
ต้องบอกว่า ไลฟ์สไตล์ หรือวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองดูจะเปลี่ยนไปมากจริงๆ การทำธุรกรรมทางการเงินที่เมื่อก่อนต้องรอเวลาแบงก์เปิดตอน 8 โมงครึ่ง และตาลีตาเหลือกไปให้ทันเวลาปิดตอนบ่าย 3 โมงครึ่งนั้น เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะทุกวันนี้ รอเวลาเลิกงานจนเย็นย่ำ ค่อยเดินไปทำธุรกรรมในแบงก์ได้แบบสบายๆ หนำซ้ำยังใช้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้อีก
ยิ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่เปิดใหม่ อะไร ๆ ก็ยิ่งง่ายขึ้น เพราะเขาสามารถแยกโซนให้แบงก์อยู่รวมกัน มองไปทางไหนก็อยู่เรียงกันเป็นตับ ยิ่งอยู่รวมกันมากเท่าไหร่ การแข่งขันก็ยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น และกลายเป็นผู้บริโภคก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะนอกจากโปรโมชั่น แคมเปญดอกเบี้ยที่ส่งต่อมาจากสำนักงานใหญ่ จะถูกแข่งกันแย่งพื้นที่ปักป้ายจนเลือกไม่ถูกแล้ว พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ที่ให้บริการก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส แม้จะล่วงเลยเข้าสู่เวลาค่ำมืด หน้าจะมัน มือจะเปื้อนหมึก แต่ก็ยังเต็มใจบริการลูกค้าเสมอ อาจเป็นเพราะถ้าเผลอหน้างอใส่นิดเดียวก็มีสิทธิ์ที่แบงก์ข้างๆ ที่ใช้ผนังติดกันจะโฉบลูกค้าไปกินได้ง่ายๆ
ไม่รู้ว่า เป็นเพราะแบบนี้ด้วยหรือเปล่า ทำให้ตัวเลขเงินฝากล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2555 อยู่ที่ 8.29 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.86 แสนล้านบาท จากเดือนพฤษภาคม ซึ่งอยู่ที่ 7.82 ล้านล้านบาท
ส่วนแนวโน้มของ “เงินฝาก” ในระยะต่อไปนั้น ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยบอกว่า คาดว่าความต้องการระดมเงินทุนจากช่องทางการออมอื่นๆ ในช่วงต่อจากนี้ไป โดยเฉพาะหุ้นกู้ภาคเอกชน กองทุนรวม พันธบัตรรัฐบาล ตลอดจนผลิตภัณฑ์เงินออมของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ จะมีผลให้ธนาคารพาณิชย์ยังต้องอยู่ในสนามแข่งขันที่เข้มข้นต่อเนื่องของตลาดเงินออม เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและจูงใจลูกค้าใหม่
ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไปนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันระดมเงินออมที่เข้มข้นนั้น คงจะทำให้ธนาคารพาณิชย์มีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษที่ให้ผลตอบแทนจูงใจ มีเงื่อนไขที่สอดรับกับความต้องการของผู้ฝากเงิน ตลอดจนเหมาะสมกับการบริหารจัดการสภาพคล่องของแต่ละธนาคาร ซึ่งอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยของผลิตภัณฑ์เงินฝากพิเศษปรับเพิ่มขึ้นได้ รวมถึงระยะเวลาการออม (Term) ของผลิตภัณฑ์เงินฝากที่สั้นลง ถึงแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยทั่วไปตามประกาศของธนาคารจะยังมีแนวโน้มทรงตัวตามระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ถูกคาดหมายว่าจะคงระดับร้อยละ 3.0 ไปจนถึงสิ้นปี 2555 เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกประเทศ ขณะที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในประเทศยังน่าจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
ถ้าเห็นพ้องต้องกันกับศูนย์วิจัยกสิกรไทย ก็ต้องบอกว่า ถ้างั้นแปลว่ายังไม่ต้องรีบร้อนฝากเงินกับแคมเปญที่ล่อตาล่อใจอยู่ในขณะนี้ เพราะมีโอกาสที่แคมเปญที่ล่อตาล่อใจกว่าจะมาถึง ด้วยเหตุและปัจจัยที่ว่าไว้
น่าจะเป็น “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ตามภาษิตไทย เพราะถ้ามีค่า “ควรรอ” ก็ “ควรจะรอ”
ใช้เวลากับการเก็บข้อมูลแคมเปญเงินฝากของแต่ละแบงก์มาได้สักพัก สายตาก็สอดส่ายดูพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการ ไม่รู้ว่าด้วยเหตุที่เป็นเพราะอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือเปล่า ที่ทำให้หนุ่มสาววัยเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและวัยเริ่มต้นทำงานเดินเข้าออกแบงก์อย่างขวักไขว่ น่าจะเป็นกลุ่มนี้ที่เรียกกันว่า กลุ่ม “นิวบี้ : NewBies” หรือกลุ่มผู้ซื้อใหม่ที่จะมาพลิกโฉมการตลาดไทย อย่างนิยมที่หนังสือชื่อเรื่องเดียวกันเขียนไว้
กลับจากแบงก์ก็เลยลองหยิบหนังสือเล่มนี้ “NewBies ; 8 กลุ่มผู้ซื้อใหม่ พลิกโฉมหน้าการตลาดไทย” ของสำนักพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ขึ้นมาลองพลิกดูอีกครั้ง เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออมและการลงทุนของคนกลุ่มนี้
แล้วก็เจอเรื่องที่เกี่ยวกับ “NewBies กับการลงทุน” ซึ่งเป็นการสำรวจความเห็นของคนรุ่นใหม่ ในหนังสือบอกไว้ชัดเจนว่า สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนเมื่อ NewBies ก้าวสู่โลกการทำงาน คือ พวกเขาเห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น พวกเขาไม่เพียงแต่ลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น แต่ยังพยายามเก็บออมเงินมากขึ้น นอกจากการออมแล้ว พวกเขายังสนใจที่จะทำให้เงินเหล่านี้งอกเงย โดยนำไปลงทุนต่ออีกด้วย เห็นได้จากการออมและการลงทุนได้รับส่วนแบ่งค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นถึงกว่า 10%
NewBies มีความต้องการและความคาดหวังในชีวิตที่ต่างจากคนยุคก่อน คือ “ต้องการเกษียณก่อนกำหนด” ต้องการใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายอย่างสุขสบาย ไม่ลำบาก คนกลุ่มนี้จึงไม่ยอมให้เงินของตัวเองอยู่นิ่งกับที่ และมองหาช่องทางเพิ่มเงินในกระเป๋าตลอดเวลา ซึ่งก็คือ การลงทุนและการออม ความสนใจลงทุนในรูปแบบต่างๆ จึงอยู่ในระดับที่สูง และที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ “การออม”
ผลสำรวจพบว่า การฝากประจำกับธนาคาร เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งน่าจะเป็นเพราะเป็นการแสวงหาผลตอบแทนที่ง่าย แทบไม่ต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ความเสี่ยงต่ำ ถึงแม้จะไม่ได้ตอบแทนสูง แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการให้ความสำคัญกับการลงทุน
เพียงแต่ “นิวบี้” ทั้งหลายอาจจะยังไม่ได้พึงสดับว่า “ออมก่อน รวยกว่า” ก็จริง แต่แค่ออมไม่ได้ช่วยทำให้ความฝันที่จะเกษียณก่อนกำหนดกลายเป็นจริง เพราะชีวิตต้องการอะไรที่มากกว่านั้น
หวนนึกถึงครั้งตัวเองเคยเป็น “นิวบี้” เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา เดินย่ำต๊อกเอาเงินไปฝากแบงก์ ด้วยเป้าหมายที่ไม่ได้คิดไกลถึงวันเกษียณก่อนกำหนด คิดแค่ว่า จะมีเงินพอสำหรับซื้อเสื้อผ้าใหม่เวลาเรียนจบและออกไปหางานทำ จะได้ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่
โลกมันเปลี่ยน เหตุผลมันเปลี่ยน และนิวบี้ก็เปลี่ยน
.........................................................
(มีค่าควรรอ..ก็ต้องรอ : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com )