การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2555

'สุเทพ'ปัดวิจารณ์โยกย้าย'ดวง'

'สุเทพ' ปัดวิจารณ์โยกย้าย 'ดวง' เตือนดู 'ทักษิณ' เป็นตัวอย่าง ลุแก่อำนาจแต่ในที่สุดก็เอาตัวไม่รอด โยนสังคมตรวจสอบ ไม่หนักใจหากถูกตัดสิทธิการเมือง

                          28 ก.ค.55 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึง กรณีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงกลาโหม โดยแนบคำสั่ง บช.น.ที่ 322/2555 เรื่องโอนย้าย ร.ท.ดวง อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปเป็น ตำรวจ ยศ “ร.ต.ท.” ว่า ต้องไปถามใจประชาชน คงรู้สึกหวั่นไหวอยู่พอสมควร ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงลูกเขา ตนทำงานการเมืองมา ไม่เคยมีนิสัยเหมือน ร.ต.อ.เฉลิม ที่จะไปเล่นงานลูกของคู่ต่อสู้

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า มองการใช้อำนาจของรัฐบาลชุดนี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า อยากเตือนรัฐบาลว่า ตัวอย่างที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี มีให้เห็นแล้วว่าลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายให้ไว้ ในที่สุดก็จะเอาตัวไม่รอด ถ้ายังไม่เข็ดหลาบหรือยังเพลิดเพลินกันอยู่ คงจะต้องเจอในวันหนึ่งข้างหน้า ส่วนจะมีชะตากรรมเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่นั้นไม่ทราบ แต่อำนาจต้องใช้โดยมีธรรมะกำกับควบคุม จะใช้ตามอำเภอใจไม่ได้

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลบอกว่ามีเสียงสนับสนุน15 ล้านเสียงคิดว่ายังเป็นเกราะคุ้มกันรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้ วันหนึ่งประชาชนเขารู้เห็นและเข้าใจ เขาก็จะเสื่อมศรัทธา และจะเลิกสนับสนุนไปเอง ซึ่งเราก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ  ทั้งฝ่ายค้านทั้งสื่อมวลชนและประชาชน ทั้งนี้ตนก็ไม่แน่ใจนักว่าศรัทธาทั้ง 15 ล้านเสียงจะอยู่ครบหรือไม่

 

'สุเทพ'เชื่อไฟใต้ดับได้หาก'รบ.-จนท.ทุกฝ่าย'ให้ความร่วมมือ

                          นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์  อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เชื่อว่าปัญหาภาคใต้จะทำให้เบาลงและคลี่คลายได้ แต่รัฐบาลต้องมีความตั้งใจที่จะทำ เพราะในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตนและนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็ลงไปกำกับดูแลทุกเดือน ฉะนั้นทำให้การแก้ปัญหาสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาเป็นหลัก แต่ที่เป็นห่วงในรัฐบาลชุดนี้คือ งบประมาณสำหรับพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตคน ถูกตัดทอนลง

 

'สุเทพ'น้อมรับมติปปช.-ไม่หนักใจหากถูกตัดสิทธิการเมือง

 

                          นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติชี้มูลความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 266(1) ฐานจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลที่ผ่านมา กรณีแต่งตั้งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน เข้าช่วยราชการในกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำว่า ไม่รู้สึกหนักใจ ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ ขอยอมรับในมติของคณะกรรมการปปช. เพราะได้วินิจฉัยและมีมติออกมาตามอำนาจ แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงตนเชื่อว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการไปน่าจะยังไม่เข้าข่ายที่จะเป็นความผิดสำเร็จ เนื่องจากตนได้ทำหนังสือปรึกษาไปยังรมว.วัฒนธรรม ว่าจะส่งคนจำนวน 19 คน ไปช่วยงานของกระทรวง แต่เมื่อทำหนังสือไปแล้วก็คิดว่าอาจจะหมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมายได้ จึงให้เจ้าหน้าที่ไปขอเรื่องคืน โดยที่ยังไม่ได้ส่งคนไป แต่ขณะนี้ก็รออยู่ว่า เมื่อปปช.ส่งเรื่องให้วุฒิสภา และเมื่อวุฒิสภามีมติเป็นอย่างไร ตนก็ขอน้อมรับ เพราะเวลานี้อายุ 64 ปีแล้วเป็นนักการเมืองมาตลอดชีวิต ถือว่าทำงานให้ประเทศมาพอสมควร

                          “การที่ผมถูกชี้มูลจากมาตรา 266 และมาตรา 268 นั้น ผมก็ไม่คิดว่า 2 มาตรานี้จะเป็นปัญหาจนต้องแก้ไข เพราะไม่ใช่ว่าพอเราถูกลงโทษตามกฎหมายนี้แล้ว จะต้องไปแก้ไขกฎหมาย อะไรจะเกิดก็ไม่เป็นปัญหา และหากถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีถึงตอนนั้น ผมก็อายุ 69 ปี ก็ค่อยดูกันใหม่ ผมคิดว่าเรื่องหน้าที่ทางการเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง ผมก็ได้ทำหน้าที่ของผมมาจนถึงวันนี้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องยอมรับ ส่วนหน้าที่ต่อไปก็คือ เป็นหน้าที่ในฐานะประชาชน ก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป” นายสุเทพ กล่าว

                          เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยลักษณะที่ใกล้เคียงกัน กับกรณี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ที่เซ็นแต่งตั้งส.ส.เข้าไปบริหารถุงยังชีพ และมีการยกเลิกคำสั่ง โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นโชคดีของพล.ต.อ.ประชา ที่ไปตัดสินกันที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีโอกาสได้ไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนกรณีของตนเป็นอีกองค์กรหนึ่งคือปปช. ตนก็ไม่เอามาเปรียบเทียบกัน เพราะถือว่าเป็นอำนาจของปปช.ซึ่งตนเคารพในอำนาจนั้น เพราะเขามีอำนาจตามกฎหมาย ตนไม่ประสงค์จะเอามติของศาลรัฐธรรมนูญมาโต้แย้งอะไร

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาทั้งพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงมักจะบอกว่า ปปช.ลำเอียง และผลจากคดีนี้บ่งบอกอะไรได้บ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่สามารถไปวิจารณ์ได้ ว่าจะบ่งบอกอะไรแต่โชคดีที่เป็นตน ถ้าเป็นฝ่ายเพื่อไทยป่านนี้คงโวยวายแล้ว ส่วนจะมีการจัดกิจกรรมการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์อีกหรือไม่นั้น ถึงแม้ตนจะถูกปปช.วินิจฉัยเช่นนี้ ก็จะเดินหน้าทำกิจกรรมทางการเมืองต่อไป โดยในวันที่ 29 ก.ค.นี้ จะขึ้นเวทีประชาชน เดินหน้าผ่าความจริง หยุดกฎหมายล้างผิดคนโกงต่อ เพราะเข้าใจว่ากว่าจะถึงเวลาที่วุฒิสภา จะประชุม เพื่อลงมติ ถอดถอน คงต้องรอหนังสือจากปปช.ก่อน ซึ่งตนยังสามารถทำหน้าที่ได้อีกหลายวัน

 

เตือน'เพรียวพันธ์'ต้องเป็นตร.ตลอด24ชม.-ตามจับผู้ต้องหาหนีคดี

                          นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้สอบจริยธรรมของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ ผบ.ตร. กรณียอมรับว่า เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ต้องโทษหนีคดีอาญาที่ประเทศฮ่องกงว่า ตนไม่ทราบว่าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ คิดอะไรอยู่ แต่คนเป็นตำรวจจะต้องเป็นทั้ง 24 ชั่วโมงและทุกวัน มีหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหนีคดี แต่พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็นถึงหัวหน้าตำรวจ เมื่อไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ โดยลืมความเป็นตำรวจของตัวเอง  ที่มีหน้าที่ต้องไปตามจับกุมหรือไม่ ก็ต้องแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่คนอื่นดำเนินการ เมื่อเป็นเช่นนี้พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ควรที่จะรู้ตัวดีว่าทำไม่ถูกต้อง

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติกรรมของพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กระทบต่อองค์กรตำรวจมากน้อยแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของตัวบุคคล จะไปว่าเหมาทั้งสำนักงานตำรวจไม่ได้ ส่วนจะเหมาะให้ดำรงตำแหน่งเป็นผบ.ตร.ต่อไปหรือไม่นั้น คงไปทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาก็ใกล้จะเกษียณแล้ว ส่วนกรณีที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ประกาศว่าได้ดีเพราะพ.ต.ท.ทักษิณนั้น คิดว่าคงมีหลายคนที่ได้ดี แต่ไม่ได้ประกาศ ก็ถือว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ก็ได้แสดงตัวให้สาธารณชนได้รับรู้

                          “ผมเชื่อว่าตำรวจส่วนใหญ่เป็นตำรวจที่ดี และเป็นตำรวจอาชีพ ซึ่งผมเคยทำงานอยู่กับตำรวจมาก่อน ก็เป็นธรรมดาว่าจะมีตำรวจพวกหนึ่งที่ได้ดิบได้ดีด้วยการประจบสอพอผู้มีอำนาจ จะถูกจะผิดก็ทำให้ทั้งนั้น แบบนี้อยู่ได้ไม่ค่อยนาน” นายสุเทพ กล่าว

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าตำรวจทำหน้าที่รับใช้การเมืองผลจะเป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ข้าราชการจะเป็นพลเรือน ตำรวจหรือทหาร ก็เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่ข้าราชการของพ.ต.ท.ทักษิณ หรือของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ที่เราอยู่ได้เพราะข้าราชการมีสำนึกที่ดี และคนส่วนน้อยก็ต้องล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา

                          เมื่อถามว่าจะใช้เหตุผลอย่างที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มาอ้างได้หรือไม่ว่ากฎหมายไทยไปไม่ถึงฮ่องกง นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่จริง มันอยู่ที่สำนึก เพราะเขาก็มีวิธีการปฏิบัติอยู่ เช่น หากพบเจอคนร้ายอยู่นอกเขตอำนาจ ก็สามารถไปแจ้งอัยการ หรือกระทรวงการต่างประเทศได้ มันมีกฎหมายระหว่างประเทศอยู่

 

'สุเทพ'ชี้ใกล้ปรับครม.เป็นเหตุให้'สุกำพล'ออกโรงเล่นงาน'อภิสิทธิ์'

                          นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม  แถลงกรณีการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนคิดว่า รมว.กลาโหม เปลืองตัว อาจจะฮึกเหิม หรือหมายมั่นปั้นมือ  ที่จะเล่นงานผู้นำฝ่ายค้านเกินไป ไม่จำเป็นที่ต้องมาเปลืองตัว ลงมาเล่นงานด้วยตัวเอง เพราะข้อเท็จจริงก็ว่าไปตามเอกสารหลักฐาน ก็ให้เขาพิสูจน์กันไป

                          “เข้าใจว่าใกล้เวลาที่เขาจะปรับครม. ท่านก็ต้องลุกขึ้นมาแสดงอิทธิฤทธิ์กันหน่อย คิดว่าเรื่องนี้คงไม่มีผลอะไรกับคุณอภิสิทธิ์ เพราะผมได้ศึกษาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องก็เห็นว่าไม่มีอะไรที่ต้องกังวลใจ ให้เป็นความผิด และเรื่องนี้ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว และฝ่ายรัฐบาลยังจ้องเล่นงาน และมุ่งมั่นที่จะห้ำหั่นคุณอภิสิทธิ์ แต่ชีวิตการเมืองคุณอภิสิทธิ์ ไม่เคยทำอะไรเสียหาย ไม่มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มีเรื่องผิดศีลธรรม ก็มีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เล่นแล้วเล่นอีก ไม่เป็นปัญหา เราต้องต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริงและความจริง” นายสุเทพ กล่าว

                          ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยเมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว พยายามเช็คบิลฝ่ายตรงข้าม นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้เตือนน้อง ๆ และเพื่อน ๆ ภายในพรรค แล้วว่าต้องทำใจ เวลาคนพาลขึ้นมาครองเมือง มันก็จะมีปัญหาอย่างนี้ วันนี้เขาทั้งดักฟังโทรศัพท์ ตั้งข้อหาต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาก็ต้องทำใจ

                          “ผมบอกน้อง ๆ เชิงตลกว่า อย่าไปตกอกตกใจ ยังมีอีกเป็นชุด ๆ ที่เขาเตรียมการเอาไว้ เราก็ต้องตั้งรับและสู้ตามข้อเท็จจริง อย่าไปกังวลใจอะไร เราต้องรู้ว่าธรรมะชนะอธรรม อย่างแน่นอน” นายสุเทพกล่าว