อาชญากรรม : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2555

รวบหนุ่มข่มขืน'2แม่ลูก'นาน9ปี

รวบหนุ่มใหญ่วัย 44 ซื้อขายรถยนต์มือสอง ล่อลวงข่มขืนสองแม่ลูกนานกว่า 9 ปี ถ่ายคลิปแบล็คเมล์ แถมชวนเพื่อนร่วมข่มขืนด้วย ตรวจสอบมือถือพบคลิปเพียบอ้างถ่ายไว้ดูเล่นไม่ได้เผยแพร่แต่อย่างใด

              เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 กรกฏาคม  นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางสร้อย (นามสมมติ) อายุ 48 ปี และนางสาวเดียร์ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี สองแม่ลูกทีถูกข่มขืนมาราธอนนานกว่า 9 ปี และถูกถ่ายคลิปเอาไว้แบล็คเมล์ ได้เดินทางมาที่ห้องประชุมชั้น 3 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เข้าพบ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เพื่อชี้ตัว นายมนต์ชัย เชื้อสุข อายุ 44 ปี อาชีพซื้อขายรถยนต์มือสอง ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ เลขที่ 505/2555 หลังจากที่ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี สมุทรปราการ และ พ.ต.ต.ภูวนาท แก่นจันทร์ สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสืบสวนได้ร่วมกันซ้อนแผนและจับกุมตัวนายมนต์ชัย เอาไว้ได้ที่บริเวณหน้า อบต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี สมุทรปราการ
   

              พล.ต.ต.จิตติ เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการประสานจากมูลนิธิปวีณาฯว่ามีผู้เสียหายเป็นหญิงสาว 2 คนซึ่งเป็นแม่ลูกกัน เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือ ในกรณีที่ผู้เสียหายทั้งสองถูก นายมนต์ชัยข่มขืนมาราธอนนานกว่า 9 ปี โดยเฉพาะบุตรสาวที่ถูกขมขืนมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ มาจนถึงปัจจุบันอายุ 18 ปี และทุกครั้งก่อนที่นายมนต์ชัย จะลงมือข่มขืน จะใส่ยาไม่ทราบชนิดให้ผู้เสียหายทั้งสองดื่มจนผู้เสียหายเกิดอาการเบลอ ก่อนลงมือข่มขืน

              นอกจากนี้นายมนต์ชัยยังได้ชักชวนเพื่อนมาร่วมข่มขืนผู้เสียหายทั้งสองด้วยหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งนายมนต์ชัยจะใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวีดีโอไว้แบล็คเมล์และข่มขู่ผู้เสียหายทั้งสองในการขมขืนในครั้งต่อไป หลังทราบเรื่องจึงได้สั่งการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี รวบรวมหลักฐานก่อนเข้าขอหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ และติดตามจับกุมตัวนายมนต์ชัย ผู้ต้องหามาทำการสอบสวน
   

              หลังทราบเรื่อง พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้ร่วมกันวางแผนกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และทำการตรวจสอบประวัติของนายมนต์ชัยจนกระทั้งทราบว่านายมนต์ชัย ซึ่งทำอาชีพซื้อขายรถยนต์มือสอง มีคดีทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งนางน้อยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ที่โรงพักบางพลี เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงออกอุบายโดยได้ให้นางน้อยผู้เสียหาย โทรศัพท์หานายมนต์ชัย โดยอ้างว่า ให้มาลงชื่อตกลงกันในคดีทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากที่นางน้อย ถอนแจ้งความแล้วไม่เอาเรื่อง

              หลังจากที่นายมนต์ชัยหลงเชื่อจึงได้เดินทางมาเกือบถึงโรงพักบางพลี ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งพร้อมด้วยผู้เสียหายไปยืนซุ่มดูอยู่ที่ปากทางเข้า อตบ.บางพลีใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางเข้ามาที่โรงพักบางพลี จนกระทั้งนายมนต์ชัยขับรถผ่านเข้ามาพอดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมเอาไว้ได้

              และจากการตรวจสอบคลิปในโทรศัพท์มือถือของนายมนต์ชัย ได้พบว่ามีคลิปวีดีโอ ที่นายมนต์ชัยและพวก ล่อลวงเหยื่อมาทำการข่มขืนจำนวนหลายราย รวมถึงมีภาพของผู้เสียหายทั้งสองด้วย ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น นายมนต์ชัย ผู้ต้องหาได้ให้การปฎิเสธว่า ไม่ได้ข่มขืนนางสาวเดียร์ ในขณะอายุ 9 ขวบ แต่ยอมรับว่าได้มีเพศสัมพันธ์กันจริงในระยะเวลาประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา และถ่ายวีดีโอเก็บไว้เพื่อดูเองไม่ได้นำไปเผยแพร่แต่อย่างไร

              ด้านนางปวีณา ได้กล่าวว่า เมื่อทางมูลนิธิปวีณาฯทราบเรื่องก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเป็นเรื่องสะเทือนจิตใจของผู้เสียหายและผู้ที่ทราบเรื่องเป็นอย่างมาก ที่แม่ลูกต้องถูกทารุณกรรมทางเพศ มาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 9 ปี และทุกครั้งก็จะถูกมอมยาด้วยการผสมน้ำให้ดื่มเพื่อให้เกิดอาการเบลอไม่รู้สึกตัว จนผู้เสียหายทนไม่ไหวจึงได้เข้าร้องเรียนต่อมูลนิธิฯ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากตัวผู้ต้องหาอ้างว่ามีเพื่อเป็นตำรวจ ผู้เสียหายจึงได้เข้าร้องเรียนผ่านทางมูลนิธิ ฯ

              เบื้องต้นทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้รับตัวนางสาวเดียร์และนางสร้อยผู้เสียหายทั้งสองมาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิ เพื่อรักษาสภาพจิตใจของทั้งสอง โดยเฉพาะนางสาวเดียร์ที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่มาก ถึงขนาดพยายามจะฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง โดยจะให้นักจิตวิทยาเข้าทำการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ในส่วนทางคดีนั้นทางมูลนิธิก็จะช่วยดูแลจนถึงที่สุด ส่วนของเรื่องยาที่ผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายทั้งสองดื่ม จะได้ประสานไปทางกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบว่าเป็นยาชนิดใด
   

              ด้านนางสร้อยกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเครือว่า ตนรู้จักกับนายมนต์ชัย มานานหลายปี เนื่องเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันในต่างจังหวัดและเห็นว่าเป็นคนดีชอบเข้าวัดทำบุญ ซึ่งก่อนน่าที่จะเกิดเหตุเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา นายมนต์ชัย ได้มาชักชวนตนไปทำบุญไหว้พระ ที่วัดแห่งหนึ่งในย่านจังหวัดฉะเชิงเทรา

              ขณะที่เดินทางกลับนายมนต์ชัยได้อ้างว่าปวดท้อง จึงได้ขอเข้าห้องน้ำก่อนโดยเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านบางพลี และนายมนต์ชัยได้หายเข้าไปในห้องเพียงคนเดียว ส่วนตนนั่งรออยู่บนรถ พักใหญ่นายมนต์ชัย ได้ออกมาจากห้อง พร้อมทั้งบอกให้ตนไปเข้าห้องน้ำ ตนหลงเชื้อจึงได้เดินไปเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ภายในห้องพักของโรงแรมดังกล่าว

              ก่อนที่นายมนต์ชัยจะเดินตามหลังเข้าไปก่อนที่จะใช้กำลังบังคับขมขื่นตนจนสำเร็จความใคร่ ซึ่งระหว่างที่ลงมือข่มขืน นายมนต์ชัยได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเอาไว้ หลังเสร็จกิจนายมนต์ชัยยังได้บังคับให้ตนบอกกับสามีว่านายมนต์ชัยเป็นญาติกันมาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านด้วย มิเช่นนั้นจะเอาคลิปที่ถ่ายเอาไว้ให้สามีตนดู ซึ่งสามีตนต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดเดือนหนึ่งจะกลับมาที่บ้านเพียง 2 ครั้ง จึงเป็นโอกาสให้นายมนต์ชัย ลงมือข่มขืนตนเกือบทุกวัน หากขัดขืนก็จะถูกทำร้ายร่างกาย

              โดยทุกครั้งจะเอายาผสมน้ำให้ตนดื่มก่อนจนเกิดอาการเบลอจึงลงมือข่มขืน บางครั้งนายมนต์ชัยยังพาเพื่อนมาร่วมข่มขืนตนด้วย ตนได้เพียงแต่เก็บความขมขื่นเอาไว้เพียงคนเดียวไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง โดยที่ไม่รู้เลยว่านายมนต์ชัย ยังได้ข่มขืนลูกสาวตนมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ มาจนถึงปัจจุบันลูกสาวตนอายุ 18 ปีแล้ว จนกระทั่งมีเรื่องทะเลาะกับผู้ต้องหาและถูกทำร้ายร่างกาย ตนจึงเข้าแจ้งความในเรื่องที่ถูกทำร้าย ส่วนลูกสาวเมื่อเห็นสภาพตนในขณะนั้นจึงยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าถูกนายมนต์ชัยข่มขืนเช่นเดียวกัน โดยเริ่มมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ บางครั้งยังพาเพื่อนมาร่วมขมขืนด้วยและถ่ายคลิปเอาไว้แบล็คเมล์และข่มขู่ ตนจึงตัดสินใจเข้าขอความเป็นธรรมต่อมูลนิธิปวีณาฯ
   

              เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง