นับถอยหลังอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์เต็ม กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ (โอลิมปิก) ประจำปี 2012 ก็จะเปิดม่านความยิ่งใหญ่ขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ในเวลา 21.00 น. (เวลาท้องถิ่น) หรือเวลา 03.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
นอกเหนือจากความตื่นเต้นของคนทั่วโลกแล้ว ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ "ความภาคภูมิใจ" ของชาวอังกฤษ ประเทศเจ้าภาพ ซึ่งระดมทรัพยากรในทุกด้านเข้ามาสร้างสรรค์ "ความยิ่งใหญ่" ให้แก่โอลิมปิก 2012 หรือลอนดอน เกมส์ 2012 หลังจากรอคอยการกลับมาของโอลิมปิก ณ เวทีนี้มานานถึง 64 ปีนับตั้งแต่ลอนดอนเกมส์ เมื่อปี ค.ศ.1948
และแน่นอนว่า เพื่อให้สมกับเทรนด์ของโลกที่ขยับเข้ามาสู่ยุคดิจิตอลเต็มตัวในทศวรรษนี้ ทรัพยากรสำคัญที่สุด ซึ่งคณะผู้จัดลอนดอน เกมส์ 2012 "จัดเต็ม" เพื่อเนรมิตความยิ่งใหญ่ให้แก่โอลิมปิก 2012 ก็คือ "เทคโนโลยี" โดยมีผู้นำทัพคือ "เอโทส (Atos)" บริษัทผู้ให้บริการไอทีรายใหญ่ของยุโรป ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในการนำทัพปฏิบัติการทุกด้านที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เอโทส พร้อมพันธมิตร ต่างทุ่มเททั้งผลิตภัณฑ์ ประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี และบุคลากร จำนวนมหาศาลเพื่อ "ความพร้อม" ที่สุด ตั้งแต่ก่อนวันเปิดงาน จนถึงวันปิดการแข่งขัน
ขนทัพไอทีย้ำ "ศักยภาพไร้ขีดจำกัด"
ผู้บริหารของ "เอเซอร์" หนึ่งในพันธมิตรหลัก พูดถึงความภาคภูมิใจในการเข้ามามีส่วนร่วมกับมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ว่า "การได้เป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักกีฬาระดับโลกอย่าง โอลิมปิก 2012 ลอนดอนเกมส์ อีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เปรียบเสมือนรางวัลสำหรับเอเซอร์ ภารกิจนี้มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ท้าทาย เพราะระบบจะล่มหรือผิดพลาดไม่ได้เลย" สำหรับอุปกรณ์ที่เอเซอร์ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป 13,500 เครื่อง จอภาพ (มอนิเตอร์) 13,000 จอ โน้ตบุ๊ก 3,000 เครื่อง และเซิร์ฟเวอร์อีก 1,000 เครื่อง รวมถึงวิศวกรที่มีความชำนาญถึง 350 คนที่จะประจำการและรักษาเสถียรภาพของระบบถ่ายทอดข้อมูลอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้คนทั่วโลกหลายล้านคน ที่คอยติดตามชมการแข่งขันตลอดระยะเวลา 17 วัน ไม่ว่าจะเป็นทางทีวี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และทีวีดาวเทียม การแข่งขันหลากหลายประเภท ตลอดทั้งวัน เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูล จัดเก็บคะแนน ประมวลผล และสนับสนุนการแพร่ภาพ-รายงานผลการแข่งขัน
นอกจากนี้ "ซัมซุง" และบริษัทด้านการเงิน คือ วีซ่า ร่วมกันสนับสนุนกลุ่มผู้ทดลอง 1,000 คน ให้เข้าสู่โลกการจับจ่ายใช้สอยในงานนี้ผ่านแนวคิดเทคโนโลยีแบบ "ไม่ใช้เงินสด (แคชเลส เปย์เม้นท์) โดยหนึ่งใน "คนดัง" ที่ร่วมทดลองบริการนี้ ก็คือ เซอร์สตีฟ เรดเกรฟ อดีตแชมป์ 5 เหรียญทองเรือพาย จากโอลิมปิกเกมนั่นเอง
"บีบีซี" ปฏิวัติบรอดคาสต์ 360 องศา
ขณะที่ บีบีซี ก็ได้ปฏิวัติหลากหลายนวัตกรรมการบรอดคาสต์เข้ามาใช้ เป็นการพลิกโฉมการถ่ายทอดผ่านจอโทรทัศน์ระบบขาวดำ เมื่อ 64 ปีที่แล้ว โดยมีความร่วมมือหลักกับสถานีโทรทัศน์ เอ็นเอชเค ของญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์การเสิร์ฟ "ดิจิทัล โอลิมปิก" ไปยังผู้ชมทั่วโลกได้แบบไร้ขีดจำกัด
เทคโนโลยีที่จะนำมาช่วยให้นำเสนอทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในลอนดอนเกมส์ เป็นไปแบบเรียลไทม์ น่าตื่นตาตื่นใจ และเสมือนจริง ก็มีทั้ง เทคโนโลยี 3 มิติ โรโบติก คาเมร่า และการแพร่ภาพความละเอียดสูงสุดเท่าที่เคยมีมี (อัลตร้า เอชดี) หรือคมชัดกว่าการรับชมผ่านโทรทัศน์แบบเอชดีในทุกวันนี้ถึง 16 เท่า เรียกว่า เป็นความละเอียดสูงสุดของภาพเท่าที่ตาของมนุษย์จะรับรู้ได้กันเลยทีเดียว
อีกพันธกิจครั้งสำคัญของ "บีบีซี" ในครั้งนี้ ก็คือ การสร้างประวัติศาสตร์ "ครั้งแรก" ที่จะมีการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกผ่านจอโทรทัศน์แบบ 3 มิติ โดยมีการใช้กล้องพิเศษที่เรียกว่า "true 3D" ทำหน้าที่จับภาพในการแข่งขันรวมๆ กันแล้วมากกว่า 230 ชั่วโมง
เพื่อเสิร์ฟความ "มัน" ให้คอกีฬาไม่ต่ำกว่า 4,800 ล้านคน ที่คาดว่าจะเกาะติดทุกความตื่นเต้นของเกมการแข่งขัน ผ่านหน้าจอทีวี คอมพิวเตอร์ มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาอื่น
................................................
(ตามไปดู 'ดิจิตอล โอลิมปิก' @ลอนดอน เกมส์ 2012 : โดย...บัซซี่บล็อก)