คนนิสัยไม่ดี

คนนิสัยไม่ดี : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com

                อ่าน “รีดเดอร์ ไดเจสท์” ฉบับเดือนมิถุนายน 2555 มีข้อมูลน่าสนใจในคอลัมน์ “ระบบโลกกับ 1 คำถาม” เพื่อทดสอบ “ความซื่อสัตย์ด้านคุณธรรม” โดยทีมงานได้จัดทำแบบสอบถามเรื่อง “คุณจะทำอย่างไรถ้าเจอกระเป๋าสตางค์ตกอยู่” ซึ่งการสำรวจทั่วโลกครั้งนี้ เป็นการสอบถามผู้คนใน 16 ประเทศว่าจะทำอย่างไรถ้าพบกระเป๋าสตางค์ตกอยู่และข้างในมีเงิน 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 3 หมื่นบาท)

                 คำตอบที่พบมากที่สุดในทุกประเทศ รวมทั้งประเทศไทย คือ “นำกระเป๋าพร้อมเงินไปคืน” โดยผลสำรวจพบว่า กลุ่มประเทศที่มีคนจิตใจดีมากกว่ายังมีรายได้ประชากรต่อหัวมากกว่าและมีการคอรัปชั่นอยู่ในระดับต่ำด้วย ส่วนคำตอบที่มาเป็นอันดับสอง คือ ทิ้งกระเป๋าสตางค์ไว้ที่เดิม

                 คราวนี้ลองดูรายละเอียดการตอบแบบสอบถามของแต่ละประเทศดูบ้าง สำหรับทางเลือกแรก คือ “คืนกระเป๋าพร้อมเงิน” นั้น พบว่า ชาวออสเตรเลียเลือกข้อนี้มากที่สุดถึง 91% รองลงมาเป็นสหรัฐอเมริกา 90% ส่วนแคนาดากับอังกฤษ มีสัดส่วนเท่ากันอยู่ที่ 89% ขณะที่กลุ่มตัวอย่างในประเทศไทย เลือกข้อนี้ 81%

                  ส่วนทางเลือกที่สอง คือ “วางกระเป๋าสตางค์ไว้ที่เดิม” มีชาวอินเดียตอบแบบสอบถามโดยเลือกข้อนี้มากที่สุด 27% รองลงมาเป็นรัสเซีย 24% ตามมาด้วยจีน 23% และไทย 16% ขณะที่ทางเลือกที่สาม “เก็บเงินไว้แล้วโยนกระเป๋าทิ้ง” มีชาวรัสเซียเลือกข้อนี้มากที่สุด 17% ฝรั่งเศส 16% และจีน 15% และทางเลือกสุดท้าย “เก็บเงินไว้แล้วคืนกระเป๋า” มีคนสเปนเลือกข้อนี้สูงสุด 14% ฝรั่งเศส 11% และอิตาลี 10%

                  ถ้าแยกเป็นชายและหญิง ผลสำรวจบอกว่า จากทั้งหมด 16 ประเทศ พบว่า ผู้ชายใน 13 ประเทศยอมรับว่าจะเก็บไว้ แต่ในสหรัฐ อินเดีย และจีน นั้น พบว่า ผู้หญิงจะเก็บเงินไว้มากกว่าผู้ชาย

                  ถามว่า ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นอะไรอย่างชัดเจนหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่า อาจจะหละหลวมเกินไปที่จะใช้ชี้วัดคุณธรรมของคนในชาติ แต่ในทำนองเดียวกัน ก็เป็นไปได้ที่จะใช้พิจารณาถึงพฤติกรรมของผู้คนที่ถูกหล่อหลอมในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

                  เพราะจริงๆ แล้ว “วัฒนธรรม” ที่หล่อหลอมล้วนมีส่วนสำคัญกับ “รูปแบบการใช้ชีวิต” ของคนในชาตินั้นๆ

                  ไม่ต้องดูอื่นดูไกล ลองดู “ยุโรป” เป็นตัวอย่างก็ได้ ด้วยรูปแบบสมถะ อดทนและทำงานหนัก ทำให้ “เยอรมนี” ยังเข้มแข็ง และอยากเห็นเพื่อนพ้องในยุโรปรัดเข็มขัด ประหยัด มัธยัสถ์ไปด้วย แต่ด้วยเหตุผลที่ต่างกันคนละขั้ว ทำให้ “กรีซ” และ “อิตาลี” ที่ว่ากันว่าถูกตามใจจนเคยตัว ฟุ้งเฟ้อและฟุ่มเฟือย ต้องประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ โดยที่แม้ลำบากลำเค็ญขนาดนี้ ก็ยังทำท่าจะไม่ยอมลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง

                   แน่นอนว่า ในสายตาของคนที่เข้มงวดกวดขันทางการเงิน ยอมต้องรู้สึกว่า กรีซและอิตาลีเป็นเด็กนิสัยไม่ดี และไม่อยากที่จะให้ความช่วยเหลือ

                   คราวนี้ลองดูนิสัยไม่ดีทางการเงินแบบไทยๆ ดูบ้าง ขออนุญาตหยิบยกบางส่วนบางตอนที่ ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ นักเขียนหนังสือแนวบริหารการเงินด้วยธรรมะ รวบรวมไว้ในเรื่องของ ‘7 นิสัยไม่ดีทางการเงินของคนไทย’ แล้วลองดูว่า เราเข้าข่ายข้อไหนบ้าง มากหรือน้อยเพียงใด หรือเข้าข่ายมันทั้ง 7 ข้อ

                   “ไม่วางแผนทางการเงิน” เป็นนิสัยทางการเงินที่ไม่ดีข้อแรกของคนไทย ดร.อัจฉราบอกว่า ถ้าไม่เชื่อ ก็ให้ลองถามเพื่อนๆ ญาติๆ หรือผู้คนใกล้ตัวได้เลยว่า มีใครบ้างที่มีแผนการออมเงิน แผนการลงทุน แผนการเงินเพื่อการเกษียณ แผนการประกันหรือแผนการใช้จ่าย

                    ข้อสอง ไม่รู้สถานะทางการเงินที่แท้จริงของตนเอง เพราะไม่เคยสำรวจข้อมูลทางการเงินของตนเอง เนื่องจากเราไม่ชอบจดไม่ชอบบันทึกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว การไม่จดไม่บันทึกทำให้เราไม่รู้ไม่เห็นความจริง หลายคนไม่เคยรู้ว่าเงินทองที่หามาได้ถูกใช้จ่ายไปเพื่ออะไรบ้าง หลายคนรู้แต่ว่าไม่มีเงินเก็บ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

                    ข้อสาม ช็อปปิ้งได้ทุกที่ ทุกเวลา พฤติกรรมข้อนี้สังเกตได้ง่ายๆ เพราะแทบทุกอาคารสำนักงานหรือสถานที่หลายแห่งมีตลาดนัดให้ช็อปกันได้ทั้งวัน เช้า กลางวัน เย็น กระทั่งมีตลาดโต้รุ่งให้กินกันได้ 24 ชั่วโมง แบบไม่ต้องนับมื้อ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นความสะดวกสบาย จนทำให้เกิดการใช้จ่ายแบบไม่ต้องคิด การใช้ชีวิตแบบไม่ต้องวางแผน

                    ข้อสี่ ชอบเสี่ยง ทั้งซื้อหวย ซื้อสลากทั้งกินแบ่งกินไม่แบ่ง เล่นการพนัน ส่งฉลากส่งฝาขวดไปชิงโชค ชิงรางวัล รวมทั้งยังสะท้อนผ่านตัวเลขอัตราการทำประกันภัยที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบเปรียบกับหลายๆ ประเทศ

                    ข้อห้า ไม่มีวินัยทางการเงิน ซึ่งอาจจะรวมไปถึงวินัยในด้านอื่นๆ ด้วย คงเป็นเพราะเราไม่สามารถบังคับตัวเองได้หรือไม่ค่อยจะชอบบังคับตัวเองสักเท่าไหร่ แม้ว่า หลายคนมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจที่ดี มีการวางแผน มีสารพัดโครงการอยู่ในหัว ก็ทุกโครงการก็ “นิ่ง” อยู่อย่างนั้นหรือไม่ก็ค้างๆ คาราคาซังไว้ ไม่ได้เสร็จตามความตั้งใจ

                   ข้อหก ไม่เห็นค่าเงินน้อย ไม่นิยม Recycle Reuse ไม่ประหยัดกันอย่างจริงจัง ทำบ้างก็ตามกระแส พอกระแสเริ่มสร่างซาก็เลิกรากันไป ข้อนี้ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ หรือรับซื้อของเก่าจะช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดี เพราะขยะจำนวนมากที่ถูกทิ้งเป็นขยะที่ยังสามารถใช้งานได้

                   ข้อสุดท้าย นิยมการออมมากกว่าการลงทุน คนส่วนใหญ่ที่ไม่จัดสรรเงินออมไปลงทุน ก็เพราะขี้เกียจปวดหัว ขี้เกียจหาข้อมูล จนต้อง “เสียโอกาส” ในการสร้างผลตอบแทนที่ดีไปอย่างน่าเสียดาย หากมองในภาพรวมนิสัยข้อนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินของประเทศเพราะจะทำให้เศรษฐกิจต้องพึ่งพาระบบธนาคารพาณิชย์มากเกินไปจนอาจขาดความสมดุลได้

                   เรามองคนที่ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะการใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยอย่างเยาะเย้ยมาแล้ว ลองสำรวจตัวเองว่า เรา ‘เผลอ’ เป็นคนนิสัยไม่ดี (ทางการเงิน) บ้างหรือไม่

...................................................................
(คนนิสัยไม่ดี : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล k_wuttikul@hotmail.com)