การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : คอลัมน์เด็ด
วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2555

พลัง คิด(ส์)...พิชิตยุง

พลัง คิด(ส์)...พิชิตยุง ระวังภัยร้ายไข้เลือดออก

            "รหัส 4 ป. คือการป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีที่สุด เพราะหนูเคยมีประสบการณ์เป็นไข้เลือดออกเมื่ออายุ 5 ขวบ นอนโรงพยาบาล 1 อาทิตย์ พ่อกับแม่บอกว่าอาการหนักมาก ต้องขาดเรียน ตอนนี้ก็รู้แล้วว่ายุงลายเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ทางบ้านก็เฝ้าระวังและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ วันนี้ได้มาร่วมออกค่ายกับไบกอน ทั้งสนุกแล้วก็ได้ความรู้ พร้อมกับได้เพื่อนใหม่จากโรงเรียนวัดทองเก้าด้วย" เสียงสะท้อนจาก น้องบิวตี้ หรือ ด.ญ.วรรณรวี หมายนาค โรงเรียนพัฒนวิทย์ จ.นนทบุรี 1 ใน 20 โรงเรียนที่ร่วมเข้าค่ายกิจกรรม "สัปดาห์ไบกอน รวมพลังยับยั้งยุงปี 2"

             หากนับสถิติแล้ว โรคไข้เลือดออกระบาดอยู่ในประเทศไทยกว่า 50 ปี ยังไม่มีการค้นพบยารักษาและอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาวัคซีน ซึ่งอาจารย์สังสิทธิ์ สังวรโยธิน ภาควิชากีฏวิทยาการแพทย์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ขณะนี้ สวทช. อาจารย์และนักวิทยาศาสตร์หลายๆ ท่านเริ่มค้นพบวิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของมนุษย์ให้ตอบสนองต่อไวรัสไข้เลือดออก ซึ่งเชื้อไวรัสแบ่งได้ 4 ชนิด (serotype) โดยขั้นแรกได้ผ่านการทดทองไปแล้ว คือ ได้ทดลองฉีดใส่หนู เพื่อดูว่าหนูมีภูมิคุ้มกัน ซึ่งได้ผ่านแล้วขั้นตอนทดลองนี้มาแล้ว ปัจจุบันอยู่ในช่วงรอผลขั้นตอนที่ 2 คือ การทดลองกับมนุษย์ เป็นกลุ่มอาสาสมัครที่ร่างกายแข็งแรง ผลการทดลองจะออกมาเดือนกันยายนนี้ หลังจากนั้นจะมีการทดลองขั้นต่อไป ก่อนจะถูกนำไปพัฒนาสู่การตลาด คาดว่าจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีนับจากนี้เป็นต้นไป

           อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของแพทย์ วัคซีนที่ผลิตจากสารที่ไปสู้กับไวรัสอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะไวรัสมักจะผ่าเหล่าทางพันธุกรรม ดังนั้นวัคซีนจึงยังเป็นเรื่องของอนาคตอีกระยะไกล ซึ่งไม่คุ้มเมื่อเทียบกับการรณรงค์ป้องกันมากกว่าที่จะไปรอวัคซีนอย่างเดียว การป้องกันเบื้องต้นมีหลายวิธี ตั้งแต่การกำจัดลูกน้ำยุงลายไปจนถึงการใช้ยาฉีดแมลงอย่างถูกต้อง หรือการเรียนรู้กิจกรรม 4 ป. ที่ทางไบกอนจัดขึ้นเพื่อเด็กๆ คือ ปิด-ปิดฝาภาชนะใส่น้ำให้สนิท เปลี่ยน-เปลี่ยนน้ำในภาชนะที่ปิดฝาไม่ได้ ปล่อย-ปล่อยปลากินลูกน้ำยุงลาย ปรับ-ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้สะอาด เป็นต้น

            นฤบดี วรรธนาคมผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท เอส.ซี.ยอห์นสัน แอนด์ซัน จำกัด ให้ข้อมูลว่า ไข้เลือดออกปีนี้ระบาดหนักตั้งแต่ต้นปีในหลายพื้นที่ มีรายงานจากสาธารณสุขพบผู้ติดเชื้อภายในปีนี้กว่าหมื่นราย อัตราการป่วยร้อยละ 15.97 ต่อประชากรแสนคน (พบผู้ป่วย 16 คนในประชากรหนึ่งแสนคน) ทำให้เรารู้ว่า สถานการณ์การระบาดของยุงเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา

            ทั้งนี้เพราะหลายคนอาจมองข้ามโรคนี้และขาดการรณรงค์เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ไบกอนจึงจัดโครงการสัปดาห์ไบกอนขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เพื่อตอกย้ำและให้ความรู้ถึงอันตรายของการเกิดโรค วิธีป้องกันและกำจัดยุงที่ถูกวิธีแก่ตัวแทนโรงเรียนทั้งหมด 20 โรงเรียน ซึ่งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมจากเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และองค์การอนามัยโลก หรือ ฮู (WHO) ระบุถึงแนวโน้มการระบาดของไข้เลือดออกว่า น่าจะเพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมทั้งในโซนอาเซียนด้วยโดยจะรุนแรงขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน โดยเฉพาะช่วงที่ฝนทิ้งช่วงนาน ทำให้ไข่ยุงมีโอกาสฟักเป็นตัวได้ง่ายขึ้นในปีนี้

             โดยกิจกรรมอบรมเวิร์กช็อปจัดขึ้นทั้งหมด 2 วัน จะถูกต่อยอดโดยการให้ตัวแทนแต่ละโรงเรียนนำความรู้ที่ได้กลับไปวางแผนพัฒนาแผนการกำจัดยุง 360 องศา ที่สามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง ทั้งในโรงเรียน บ้าน และชุมชน เช่น จัดขบวนเผยแพร่ความรู้ที่ได้ให้แก่ชุมชน จัดนิทรรศการกิจกรรมประกวดเต้น แสดงละคร สปอตวิทยุชุมชน ฯลฯ ซึ่งจะมีการประกวดแผนและทำการแข่งขันระหว่างโรงเรียนเพื่อชิงทุนการศึกษาจากไบกอน

             น้องเคท ด.ญ.วรินทร์รตา ชูแก้ว โรงเรียนพัฒนวิทย์ หนึ่งในเด็กผู้มีโอกาสได้รับเลือกเป็นตัวแทนของห้องให้มาร่วมกิจกรรมสัปดาห์ไบกอน รวมพลังยับยังยุงร้าย ปี 2 เล่าว่า ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตของยุงและไข่ยุง เป็นความรู้เพิ่มเติมจากวิชาวิทยาศาสตร์ ทำให้รู้ว่าโรคไข้เลือดออกจะมีอาการไข้ขึ้นสูง ปวดหัว มีตุ่มขึ้น จะเห็นชัดขึ้นถ้าใช้ยางรัดตรงต้นแขนประมาณ 3-5 นาที นอกจากนี้ในแต่ละฐานก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ให้เรียนรู้เพิ่มเติม เช่น ฐานของแมลง เพราะทำให้รู้จักโลกของแมลงมากขึ้น กลับไปจะใช้ความรู้ที่ได้จากการอบรมบอกต่อเพื่อนๆ และจะปรึกษาคุณครูว่าเราจะใช้วิธีหรือกิจกรรมอะไรบ้างในการปราบยุง

               โครงการ "สัปดาห์ไบกอน รวมพลังยับยั้งยุงปี 2" มุ่งหวังให้ความรู้แก่เยาวชนไทยในการช่วยเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการดูแลและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ซึ่งโรงเรียนเองนั้นก็จัดเป็นเป้าหมายสำคัญในการควบคุมไข้เลือดออก ทั้งนี้เพราะโรคดังกล่าวมักเกิดกับเด็กในวัยเรียนนั่นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง