"เรือใบมันเป็นเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ แต่สามารถขยับเขยื้อนได้ และทุกครั้งที่เล่นมันต้องใช้ความคิดตลอด ต้องดูทิศทางลม ดูเป้าหมาย และวางแผน"
เมื่อชีวิตก้าวผ่านรั้วมหาวิทยาลัยเข้าสู่ช่วงวัยแห่งการทำงาน แน่นอนว่าหน้าที่และความรับผิดชอบย่อมต้องเพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับและตามติดเสมือนเป็นเงาตามตัว การจะมีเวลาเป็นส่วนตัวหรือแม้กระทั่งเวลาพักผ่อนก็หาได้ยากเต็มที เฉกเช่นผู้บริหารหนุ่มไฟแรง เจเนอเรชั่นที่ 3 แห่งเกษรกรุ๊ป เฟิม หงสนันทน์ ที่ยอมสารภาพหมดเปลือกว่า ทุกวันนี้ทำงานค่อนข้างหนัก เวลาส่วนตัวจึงมีน้อยและหาค่อนข้างยากทีเดียว วันหยุดพักผ่อนจึงเป็นสิ่งที่โหยหามาตลอด และทันทีที่มีโอกาสก็จะหาโอกาสชาร์จแบตให้ตัวเองทันที ด้วยการเล่นกีฬาและกิจกรรมทางน้ำที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นดำน้ำ เล่นเรือใบ เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ นั่งเรือชมเกาะ หรือแม้กระทั่งนั่งมองทะเลชิลๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นกิจกรรมที่โปรดปรานทั้งสิ้น
หนุ่มนักบริหารวัย 28 ปี ลูกชายคนที่ 3 ของ คุณพ่อทศพร กับ คุณแม่สิริมา หงสนันทน์ เล่าว่า ที่ผ่านมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ต่างบ้านต่างเมือง เนื่องจากทางบ้านส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นต้นมา และเรียนต่อปริญญาตรี สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน จากสถาบันศิลปะและการออกแบบเซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ จากนั้นก็กลับมาเรียนต่อปริญญาโทหลักสูตรเอ็มบีเอ สาขาบริหารธุรกิจการตลาดและการเป็นผู้ประกอบการ ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปัจจุบันหนุ่มเฟิมเป็นผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เกษร พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย รับผิดชอบการบริหารงานในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยนำเสนอและพัฒนาสิ่งใหม่เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก และทางเลือกด้านไลฟ์สไตล์ที่ครบครันสมบูรณ์แบบสำหรับผู้อยู่อาศัย ทั้งยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และครีเอทีฟไดเรคเตอร์ บริษัท คราฟท์สเปซ จำกัด โดยกำหนดแนวความคิดร้านค้าย่านธุรกิจ สำหรับศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. ร่วมจัดระดมทุนเพื่อส่งเสริม ศ.ศ.ป.เพิ่มช่องทางการขายปลีกผลิตภัณฑ์ และการให้สิทธิเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์
ด้วยหน้าที่การงานที่ค่อนข้างยุ่งเหยิงและต้องบริหารจัดการในหลายเรื่อง ทันทีที่วันหยุดสุดสัปดาห์เวียนมาถึง หนุ่มเฟิมจึงไม่รีรอที่จะใช้ช่วงเวลานี้ตักตวงความสุขอย่างเต็มที่ ด้วยการชักชวนเพื่อนสนิทร่วมก๊วนไปอาบแดดเล่นเรือใบ ที่สมาคมสโมรสรราชวรุณ ในพระบรมราชูปถัมน์ จ.ชลบุรี ระหว่างเดินทางหนุ่มกล้ามโต เล่าว่า ชอบเล่นเรือใบมาตั้งแต่เด็ก เริ่มเล่นตอนอายุประมาณ 10 ขวบ คุณพ่อพาไปเล่นที่ปราณบุรี ตอนนั้นเล่นกันทั้งครอบครัวทั้งพ่อ พี่ชาย และน้องชาย ส่วนน้องสาวจะเล่นลำเล็กๆ ที่เหมาะสำหรับผู้หญิง ตอนที่ไปเรียนซัมเมอร์ที่ประเทศอังกฤษทางโรงเรียนก็พาไปเล่นเช่นกัน
"ผมเล่นเรือใบมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ ชอบตั้งแต่คุณพ่อพาไปเล่นครั้งแรกๆ เลย แต่ไม่ได้เล่นตลอด มีทิ้งช่วงไปบ้างเหมือนกัน เมื่อก่อนช่วงที่ฮิตมากๆ ต้องชวนเพื่อนๆ ไปเล่นกันทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง แต่พักหลังนี้งานเยอะด้วย เลยหาโอกาสเล่นได้น้อยลง จะได้เล่นบ้างก็เฉพาะวันหยุดพักผ่อนที่ได้ไปเที่ยวทะเล เฉลี่ยปีหนึ่งก็ประมาณ 3-4 ครั้งเท่านั้น อีกอย่างพักหลังมานี้ผมหันไปเล่นไคท์เซิร์ฟด้วย เรือใบก็เลยไม่ค่อยได้เล่นบ่อยเหมือนเมื่อก่อน แต่ถึงยังไงผมก็ยังชอบเรือใบมาตลอดครับ กีฬาประเภทนี้มันมีเสน่ห์มาก เรือใบมันเป็นเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ แต่สามารถขยับเขยื้อนได้ และทุกครั้งที่เล่นมันต้องใช้ความคิดตลอด ต้องดูทิศทางลม ดูเป้าหมาย และวางแผนว่าจะบังคับเรือไปในทิศทางไหน คือช่วงเวลานั้นเราต้องอยู่ในโลกของตัวเอง เหมือนสมองเราเป็นคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งเลย" หนุ่มนักบริหารเล่าอย่างออกรส ขณะเตรียมเรือออกสู่ท้องทะเล
หนุ่มเฟิม สาธยายให้ฟังต่อว่า เรือใบแบ่งเป็นหลายประเภทด้วยกัน แต่ที่เขาถนัดและคุ้นเคยเป็นประเภทที่เรียกว่า "เลเซอร์" ขนาดความยาวราว 2-3 เมตร รูปทรงเรียวยาวทำให้คล่องตัวขณะเล่น ที่สำคัญคือ สามารถทำความเร็วได้ดี ทว่าที่ผ่านมาหนุ่มเฟิมบอกว่า เล่นเรือใบเพื่อเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการพักผ่อนเท่านั้น แต่หากมีโอกาสและมีเวลาก็อยากฝึกซ้อมเก็บคะแนนและทดลองลงแข่งขันแมทช์ใหญ่ๆ ดูบ้าง หลังจากเคยแข่งขันกับเพื่อนๆ ในระดับโรงเรียนมาแล้วก่อนหน้านี้
"ผมเล่นเรือใบเพื่อรีแลกซ์ เรือใบมันเป็นกีฬาที่สามารถเล่นคนเดียวได้ อย่างผมเวลาลงเล่นครั้งหนึ่งก็จะอยู่กับมันประมาณ 3-4 ชั่วโมงถึงจะกลับขึ้นฝั่ง แต่มันก็จะไม่สนุกเท่ากับเล่นกันหลายๆ คน จริงๆ แล้วผมเป็นคนชอบทะเล ชอบธรรมชาติ การเล่นเรือใบมันเป็นกีฬาที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ บางทีไม่มีโอกาสเล่นเรือใบ หากแต่ได้ดำน้ำชมความสวยงามของสัตว์น้ำและปะการังใต้ทะเลแบบนั้นผมก็ชอบ หรือบางครั้งแค่ได้นั่งเรือไปเที่ยวเกาะ ชมความงามของของผืนน้ำและทัศนียภาพรอบๆ ตัว นั่นก็ถือว่าก็โอเคแล้ว" หนุ่มรักธรรมชาติเผย
แต่ใช่ว่าเรือใบสำหรับหนุ่มเฟิมแล้วจะได้เพียงความสนุกสนาน และการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่เขารักเท่านั้น เพราะสิ่งที่ถือเป็นผลพวงที่ได้จากกิจกรรมสุดโปรดนี้ คือ "สมาธิ" และ "ความใจเย็น" ที่ได้จากการบังคับทิศทางของเรือให้เป็นไปตามที่ต้องการนั่นเอง
เรือใบมันได้สมาธิครับ คือเวลาที่เล่นเราต้องควบคุมทิศทางลม มันต้องใจจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น และช่วยให้ลมหายใจนิ่งขึ้น อีกอย่างที่ได้คือความใจเย็น เวลาเรือใบไม่กินลมเราก็ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ จัดการกับมัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเอามาใช้จัดการกับงานและคนของเราได้ด้วย ที่สำคัญคือ ทุกครั้งที่ผมเล่นเรือใบมันทำให้ผมสดชื่น สมองปลอดโปร่ง เหมือนเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองด้วย เมื่อกลับมาทำงานผมสามารถคิดงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย" หนุ่มเฟิมบอก ก่อนขอตัวพาเรือใบลำน้อยล่องลอยสู่ท้องทะเลอย่างที่ตั้งใจ
(ล่องเรือใบปล่อยใจไปกับ 'เฟิม' : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์/ ภาพ--สุกล เกิดในมงคล)