“ศุกร์ 13 ก.ค.” ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยกรณีการจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่าเป็นการกระทำเพื่อล้มล้างระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่
ทุกสายตาต่างจับจ้องมายังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคำวินิจฉัยถือเป็นการชี้ชะตาการเมืองไทย ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด ฝ่ายผู้ร้อง ผู้ถูกร้อง รัฐบาล ฝ่ายค้าน รวมถึงกลุ่มมวลชนผู้สนับสนุน ย่อมได้รับการกระทบกระเทือนไปตามๆ กัน
แต่ด้วยความที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไม่มีกฎหมายคุ้มครองเฉพาะเรื่องการละเมิดอำนาจศาลเช่นเดียวกับศาลยุติธรรม ทุกอย่างจึงต้องใช้กฎหมายปกติ และหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก
แม้จะไม่ถูกกันนัก แต่ด้วยหน้าที่ งานนี้ “ดร.เหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ต้องออกโรงบัญชาการด้วยตนเอง โดยเข้าหารือกับ “บิ๊กอ๊อบ” พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เพื่อกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวางมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทบกระทั่งกันของมวลชน หากผลคำวินิจฉัยออกมาไม่ตรงกับใจ
เจ้าภาพครั้งนี้หนีไม่พ้น "ตำรวจนครบาล" เจ้าเก่า ที่ช่ำชองในการดูแลมวลชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย โดยครั้งนี้ “นครบาล” จัดเต็ม!! ตรึงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมากถึง 900 นาย พร้อมอุปกรณ์ครบมือ กระจายกำลังประจำทั้ง 5 จุดเข้าออกอาคาร และบริเวณโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมจำลองสถานการณ์จริง หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น จากมวลชนที่ไม่พอใจผลคำวินิจฉัยของตุลาการทั้ง 8 คน โดยหยิบยกบทเรียนจากเหตุการณ์การชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 30-31 พฤษภาคมที่ผ่านมา มาประยุกต์และพัฒนาการรับมือมวลชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตามคำยืนยันของ รอง ผบช.น. “พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา” ว่า เรานำบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการรับมือมวลชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้าหากมวลชนยกระดับการชุมนุมมากเท่าใด ตำรวจต้องยิ่งเรียนรู้พฤติกรรมการชุมนุมและสามารถนำมาปรับกลยุทธ์รับมือมากเท่านั้น
นอกจากการเตรียมพร้อมรับมือมวลชน ยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นหัวใจสำคัญในวันอ่านคำวินิจฉัย จึงไม่แปลกที่จะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นบ้านพัก ตลอดจนหน้าห้องทำงาน
ซึ่งรูปแบบการอารักขาตุลาการนั้น “นครบาล” ผู้รับผิดชอบโดยตรง ในการจัดกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัย ออกมานั่งยันนอนยันด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ดูได้จากกับคำยืนยันของ “ผบช.น.ป้ายแดง” อย่าง “พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” ที่ยืนยันว่าตำรวจมีแผนรักษาความปลอดภัยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่บ้านพัก และศาลรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว พร้อมประเมินสถานการณ์ทุกวัน มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ขณะที่ “พิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์” หัวหน้าโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ก็ระบุว่า ทุกอย่างยังเป็นไปตามปกติ ทั้งที่บ้านพักและที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเกิดเหตุการณ์ใดๆ ขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ว่าควรจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่หรือไม่ เบื้องต้นก็ยังไม่มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ติดตามอารักขาตุลาการ ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามปกติ
ถึงแม้หลายฝ่ายออกมายืนยันว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ตุลาการบางคนก็ยังไม่อุ่นใจ เหมือนชีวิตนี้ต้องรักษาไว้ยิ่งชีพ จึงต้องว่าจ้างการ์ดส่วนตัว มาคอยดูแลเป็นพิเศษ เพื่อเป็นเกราะในการป้องกันตัวอีกชั้นหนึ่งด้วย
“ศุกร์ 13 ก.ค.” นี้ จะเป็น “ศุกร์โชคร้าย” หรือจะเป็น “ศุกร์หรรษา” สำหรับคนกลุ่มใดหรือไม่ ยังไม่รู้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าความปลอดภัยจะเหนือชั้นและมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมได้มากน้อยแค่ไหน คงไม่สำคัญเท่ากับประเทศชาติจะรอดพ้นจากภัยวิกฤติทางการเมืองที่สั่งสมมานานหรือไม่
.......
(หมายเหตุ : จัดเต็มอารักขาศาล รธน.'ศุกร์ 13'นัดชี้ชะตาการเมืองไทย : ขยายปมร้อน โดยชนิกานต์ พุ่มหิรัญ)