มหาวิทยาลัยรังสิต จัดตั้งสถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อปรับทิศทางมหาวิทยาลัยเข้าสู่ความเป็นเอเชียสากล ตอบรับปรัชญาทางการศึกษาที่ว่า Education for Export และยังประโยชน์ให้แก่สังคมไทยโดยรวม
ดร.จิตริยา ปิ่นทอง ผู้อำนวยการสถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าศักยภาพทางการเมือง เศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในเวทีโลก โดยได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งในการร่วมแก้ไขปัญหา และมีบทบาทอย่างเข้มแข็งทั้งในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค
นอกจากนี้ ประเทศไทยและจีนยังมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน มีความร่วมมือและความสัมพันธ์ในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนผ่านทางการศึกษา เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการร่วมมือในหลายด้านกับสถาบันการศึกษาหลายแห่งของจีน เช่น ด้านเภสัชกรรม ด้านภาษา ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ด้านเทคโนโลยี และด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
ด้วยเหตุนี้ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เล็งเห็นว่ามหาวิทยาลัยรังสิตควรมีศูนย์กลางที่จะติดต่อประสานความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ของจีน เพื่อเป็นการขยายขอบเขตความร่วมมือและรักษาความสัมพันธ์จีน-ไทยให้กว้างขวางมากขึ้น โดยจัดตั้งสถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต (CIT : Chinese-Thai Institute of RSU) ขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดให้ความสำคัญด้านความสัมพันธ์ทางการศึกษาระหว่างจีน-ไทยในองค์รวม
"สถาบันสถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต หรือ CIT จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน และให้การสนับสนุนด้านความสัมพันธ์จีน-ไทย แก่คณะ วิทยาลัย และหน่วยงานของมหาวิทยาลัยรังสิต กับหน่วยงานนอกมหาวิยาลัยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการ และกำหนดทิศทางแก่ผู้บริหารในการพัฒนาองค์กร เพื่อเข้าสู่ความเป็นเอเชียสากล เนื่องจากถึงเวลาแล้วที่การศึกษาในประเทศไทยควรมองเป็น 2 เรื่องคือ
วิชาการกับการเรียนรู้ เพราะอนาคตจะไม่ใช่แค่เพียงเรียนวิชาการอย่างเดียว แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับการเปลี่ยนแปลง การอยู่รอด ความหลากหลายให้ได้ เพราะที่ผ่านมาเรามองตัวเองมากไป ทำให้ยังด้อยทักษะที่จะมองไปข้างนอก ต่อไปเราจึงไม่ใช่แค่เรียนรู้ แต่เราต้องรู้จักการปรับตัวไปพร้อมกันด้วย" ผอ.สถาบันจีน-ไทย แจกแจงรายละเอียด สำหรับการดำเนินงานในช่วงแรกนั้น ผู้อำนวยการสถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ทางสถาบันจีน-ไทยฯ ร่วมด้วยคณะกรรมการบริหาร มหาวิทยาลัยรังสิต ได้มีการวางแผนในการเก็บข้อมูลของแต่ละคณะ วิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาจุดแข็ง จุดอ่อนของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการสนับสนุนและพัฒนาให้จุดแข็งที่มีอยู่แล้วดียิ่งขึ้น และนำจุดอ่อนไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับการปรับทิศทางมหาวิทยาลัยเข้าสู่ความเป็นเอเชียสากล