"อมก๋อย" เป็นหนึ่งในอำเภอเล็กๆ ของ จ.เชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ส่วนประชากรมีผสมผสานกันทั้งชาวไทยภูเขาและคนพื้นเมือง วิถีชีวิตคนผู้คนในอดีตอยู่กันอย่างพอเพียง แต่หลังความเจริญคืบคลานเข้ามาการดำรงชีวิตของชาวบ้านก็เปลี่ยนไป จากเคยดูแลรักษาป่าก็เริ่มบุกรุกทำลาย โดยเฉพาะเมื่อมีนายทุนนำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก
แต่ด้วยความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผืนป่าที่เป็นทรัพยากรของส่วนรวม จึงร่วมมือกันทำข้อตกลงกำหนดโซนนิ่งห้ามปลูกข้าวโพด เพราะเกรงว่าป่าในพื้นที่ อ.อมก๋อย จะซ้ำรอยเหมือนพื้นที่ๆ อื่น ที่ถูกบุกรุกจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว
บุญเย็น ใจตา นายกเทศมนตรีตำบลอมก๋อย กล่าวว่า อ.อมก๋อย ในอดีตเป็นป่า ต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ จึงเป็นที่มาของชื่อซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่เรียกขานกันว่า "อมก๋อย" ซึ่งแปลว่าขุนน้ำ-ต้นน้ำ ความอุดมของผืนป่าและสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนในอมก๋อยต้องรักษาเอาไว้
"เดิมมีประชากรเพียง 2-3 หมื่นคน แต่ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 5-6 หมื่นคน และกว่า 80% เป็นชาวไทยภูเขาเผ่า"
นายกเทศมนตรีตำบลอมก๋อย ยอมรับว่า มีผลให้ป่าไม้ถูกบุกรุกทำลายมากขึ้น เพราะอมก๋อยไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม ชาวบ้านในพื้นที่จึงยึดอาชีพเป็นเกษตรกร แรกก็ปลูกพืชแบบพอมีพอกิน แต่หลังๆ เริ่มมีการขยายพื้นที่รุกป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะเมื่อมีนายทุนนำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดพร้อมปุ๋ยและเคมีภัณฑ์มาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก ด้วยข้าวโพดปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลมาก ปัจจุบันพบมีชาวบ้านปลูกกันมากใน ต.ยางเปียง ต.แม่ตืน และ ต.อมก๋อย ส่งผลให้ป่าถูกบุกรุกทำลายเป็นไร่ข้าวโพดไม่แล้วกว่า 100 ไร่
"ผมและผู้นำ อปท.รวมทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จึงหารือกันจนได้ข้อสรุปว่าทุกฝ่ายจะทำบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู ห้ามมิให้มีการปลูกข้าวโพดในพื้นที่ เพราะเกรงจะทำให้ป่าต้นน้ำถูกบุกรุกทำลาย ชาวบ้านในอมก๋อยไม่ต้องการให้ป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์เหลือแต่ภูเขาที่โล่งเตียนเหมือนกับพื้นที่อื่นๆ จึงรีบหาแนวทางป้องกัน" บุญเย็น กล่าว
พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมามีชาวบ้านบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยและลุกขึ้นมาต่อต้าน แต่ท้ายที่สุดเมื่อเป็นมติของชาวบ้าน ส่วนร่วมก็ต้องยอมและให้ความร่วมมือ
ด้าน ชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภออมก๋อย กล่าวว่า อ.อมก๋อย ได้เสนอแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแก้ไขและป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด
"ผู้นำท้องถิ่นเล็งเห็นหากปล่อยไว้ป่าใน อ.อมก๋อย จะถูกบุกรุกทำลายจนเสียหายทั้งหมด จึงได้ทำข้อตกลง มีผู้นำ อปท.7 แห่ง และกำนัน 6 คน ร่วมลงนาม พร้อมนำเรื่องส่งยังอำเภอซึ่งได้ส่งต่อเรื่องไปยัง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ทราบ ต่อมาวันที่ 2 พฤษภาคม ผู้ว่าฯ ได้เดินทางมาเยี่ยมประชาชนและได้เห็นสภาพป่าไม้จึงมีแนวคิดผลักดันให้ อ.อมก๋อย เป็นต้นแบบ หรืออมก๋อยโมเดลในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้"
นายชุติเดช กล่าวว่า แนวคิดอมก๋อยโมเดลยังอยู่ในขั้นตอนของการหารือกำหนดกรอบและเป้าหมาย เนื่องจากในพื้นที่มีโครงการในพระราชดำริอยู่หลายแห่ง พื้นที่ป่าแบ่งเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ถือเป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญหากปล่อยให้มีการบุรุกทำลายป่า นอกจากจะส่งผลกระทบต่อป่าต้นน้ำ ยังก่อเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาภัยธรรมชาติดินโคลนถล่ม น้ำป่า และปัญหาหมอกควันและไฟป่า ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนใน จ.เชียงใหม่และภาคเหนือ และยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอีกด้วย
นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของชุมชนที่เข้มแข็ง รวมตัวกันต่อสู้กระแสทุนนิยมที่ถาโถมเข้ามาเพื่อปกป้องผืนป่าต้นน้ำเอาไว้ไม่ให้ซ้ำรอยเหมือนอีกหลายพื้นที่ จนก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ สร้างปัญหามลพิษ โดยเฉพาะหมอกควันที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น
----------
(หมายเหตุ : 'อมก๋อย' โมเดล ระดมชาวบ้านวางกรอบ 'รักษ์ป่า' : สกู๊ป : โดย ... จันจิรา จารุศุภวัฒน์)
----------