1.“หนอนหนังสือ” คำที่เรียกคนชอบอ่านหนังสือ ได้ยินก็จำๆ กันมาช้านาน กระทั่งหนอนกลายเป็นสัญลักษณ์ของการอ่านหนังสือ ทั้งที่ก็ไม่ค่อยได้เห็นหนอนมันแทะหนังสือ นอกจากแทะใบไม้ ปลวกต่างหาก-ที่แทะหนังสือ ไม่แทะเพลิดเพลินเจริญใจธรรมดา แต่มันจู่โจมเป็นกองทัพ ที่ต่อให้หนังสือหนา หนัก ดี เลิศ ประเสริฐศรีเพียงใด ปลวกก็มิได้ละเว้น หากว่ามันพึงมีช่องทาง คนรักหนังสือมากมายนักที่พ่ายแพ้ปลวกตัวเล็กๆ มีเสียงบ่นให้ได้ยินเป็นระยะๆ กระทั่งได้ยินเสียงการสู้รบกับปลวกทุกมุมเมือง ไม่ว่ากลางเมืองหรือในชนบท เพื่อนผู้มีความฝันเก็บเงินสร้างเรือนใหม่ นอกจากตัวบ้าน และความฝันพิเศษสองอย่างคือ หนึ่ง-ลานต้อนรับมิตรสหายสำหรับการดื่มกิน สอง-ห้องหนังสือ เขายังต้องมีวิสัยทัศน์ในการรับมือปลวก อาจทั้งด้วยการฉีดยาฆ่าปลวกลงไปในดิน หรือวิธีการอื่นๆ อีกที่พึงทำได้
หลายปีก่อน-เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งต่อสายมาเล่า วันหนึ่งเดินดูชั้นหนังสือในบ้านซึ่งปลูกอยู่ในป่าริมแม่น้ำ เป็นบ้านที่มีบรรยากาศดีสำหรับคนรักหนังสือเลยทีเดียว อยู่ๆ สายตาของเขาก็ผ่านไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งของผมเข้า เกิดคิดถึงผม อยากอ่านหนังสือผม ครั้นพอเอื้อมดึงหนังสือเล่มนั้นออกมาเท่านั้นแหละ หนังสือทั้งชั้นก็พังครืนลงมา เพราะส่วนในที่ลึกไปจากสันหนังสือนั้น ได้ถูก “คุณปลวกยอดนักอ่าน” จัดการไปเรียบร้อยแล้ว คุณปลวกอาจเป็นนักปราชญ์ ที่มามาก มาเงียบ อยู่เงียบ กินเงียบ อย่างไม่น่าเชื่อ
ตอนนั้น เขาบอกสูญเสียหนังสือไปหลายเล่ม เป็นการสูญเสียที่ต้องทำใจ เหมือนที่ใครๆ ก็ต้องทำใจ ใครจะรู้ว่าต่อมาเมื่อตอนน้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้วนี้เอง บ้านของเพื่อนรุ่นพี่ผู้นี้ก็ถูกน้ำท่วมหนัก ต้องทิ้งบ้านไปเช่ารีสอร์ทอยู่เป็นเดือนๆ เมื่อน้ำลดแล้วกลับไปฟื้นฟูบ้านนั้น หนังสืออันเป็นที่รักก็ถูก “คุณน้ำยอดนักอ่าน” จัดการไปนับไม่ถ้วน นั่นยังไม่ร้ายกาจเท่ากับการสูญเสียสิ่งอื่นๆ ด้วย คือ เอกสารสำคัญ, ต้นฉบับการประพันธ์, ภาพเขียน, แผ่นเพลง ฯลฯ กระนั้นเขาก็ยัง “ทัมใจ” พูดออกมาได้ว่า “ไม่เป็นไร เล็กน้อย คนอื่นโดนหนักกว่าเยอะ”
2.หลังทิ้งคอนโดมิเนียมชานกรุงในบางโฉมหน้าชะตากรรมชีวิต-บ้านพ่อแม่ที่ทุ่งกุลาของผมก็เต็มไปด้วยหนังสือ น่าจะเป็นบ้านหลังหนึ่งของชาวนายากจนแถวนั้น ที่มีหนังสือมากที่สุด
หลายปีแล้ว ผมปล่อยปละละเลยหนังสืออันเป็นที่รักในวัยหนุ่ม แต่ยังไม่เคยมีปัญหาเรื่อง “คุณปลวก” หรือ “คุณน้ำ” เห็นมีแต่ “คุณหนู” “คุณจิ้งจก” “คุณฝุ่น” และ “คุณหาย”
แรกๆ เป็นคนหวงหนังสือ แต่เมื่อมีเหตุให้หนังสือในเมืองต้องไปอยู่บ้านนอกเช่นนั้น ก็ “ทัมใจ” เพราะเป็นบ้านค่อนข้างเปิด พ่อแม่พี่น้องทำไร่ทำนา ไม่มีเวลาจัดแจงดูแลหนังสือมากนัก ยิ่งรู้ว่าลูกชายเจ้าของบ้านเป็นคนมีชื่อเสียง มีคนไปเยี่ยม พ่อแม่ก็ใจดีให้ใครต่อใครหยิบหนังสือติดมือไปบ้าง เป็นการแบ่งปันการอ่านไปโดยปริยาย ผมไม่รู้สึกหวงหรือเสียดายแล้ว และก็เข้าใจความใจดีของพ่อแม่อย่างดี
หนังสือหลายเล่มในบ้าน-พ่อก็ได้สัมผัส แม่ก็ได้ดู น้องสาวก็ได้อ่าน กระทั่งน้องชายผมคนหนึ่งที่บางช่วงชีวิตเขาเติบโตและอยู่กับกองหนังสือ ก็ได้อ่าน ได้รัก ได้แรงบันดาลใจ จากกองหนังสือที่อย่างน้อย “คุณปลวก” และ “คุณน้ำ” ก็ยังกรุณาละเว้นไว้ให้
มีโอกาสกลับบ้าน ผมเพียรคัดเลือกและขนมาทีละลังสองลัง ยังไม่สามารถจัดการมันทั้งหมดได้ เพราะเป็นคนแพ้ฝุ่น จะไหว้วานคนอื่นก็ไม่ได้ ด้วยมันเป็นเรื่องความรักความชอบของเราแท้ๆ
3.ปีก่อน-ผมเพิ่งต่อพื้นที่ว่างในบ้านเป็นห้องหนังสือ หนังสือเก่าก็มาก หนังสือใหม่เข้าบ้านทุกวัน หวาดระแวง “คุณปลวก” อยู่เพราะไม่ได้ฉีดยาลงดิน ขณะเดียวกันก็มีรูรั่วให้ “คุณน้ำ” ซึมยามฝนตกหนัก
หนักใจอยู่-แต่ที่หนักใจยิ่งกว่านั้นก็คือ “คุณคน” อย่างผม ชักจะมีเวลาอ่านหนังสือน้อยลง พุธ 4 กรกฎาคม 2555
-------------------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : คน, น้ำ, ปลวก และหนังสือ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)