นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลานานเกือบครึ่งศตวรรษที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เป็นหน่วยงานหลักในการผลิตไฟฟ้าสร้างความมั่นคงทางพลังงานและขับเคลื่อนเครื่องจักรทางเศรษฐกิจสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ประเทศ ซึ่งจากประสบการณ์การผลิตไฟฟ้าที่ยาวนานทำให้ กฟผ.ก้าวขึ้นมาเป็นองค์กรชั้นนำในธุรกิจไฟฟ้าของอาเซียน โดยใช้ความได้เปรียบจากองค์ความรู้ที่มีอยู่มาต่อยอดเป็นธุรกิจต่างๆ ออกไปมากมาย
ไพศาล คัจฉสุวรรณมณี ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อธิบายถึงการต่อยอดธุรกิจจากความเชี่ยวชาญของ กฟผ.ว่า การพัฒนาธุรกิจอื่นๆ นอกจากการผลิตไฟฟ้า เริ่มมาตั้งแต่ปี 2539 โดยการตั้งหน่วยงานทำหน้าที่เดินเครื่องและบำรุงรักษา หรือ EGAT O&M เพื่อรองรับการขยายตัวของการสร้างโรงไฟฟ้า ให้บริการทั้งในโรงไฟฟ้าของ กฟผ.เอง และบริษัทเอกชนทั่วไป ซึ่ง EGAT O&M ทำหน้าที่ให้บริการครบวงจรด้านโรงไฟฟ้า เช่น ธุรกิจเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า, ธุรกิจวิศวกรรมและก่อสร้าง, ธุรกิจเถ้าลอยและยิปซัม ธุรกิจบำรุงรักษาระบบส่งไฟฟ้า และธุรกิจบริการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ขณะที่เริ่มแรกมีรายได้เพียง 186 ล้านบาท ล่าสุดในปี 2554 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 2,186 ล้านบาท และในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เกิน 2,200 ล้านบาท
ในเดือนตุลาคมปี 2554 กฟผ.ได้ปรับโครงสร้างองค์กร ยกระดับธุรกิจเหล่านี้ ขึ้นเป็นสายงานใหม่ภายใต้การกำกับของรองผู้ว่าการ กฟผ. ให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาธุรกิจของ กฟผ. ที่นอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า รวมทั้งกำกับดูแลบริษัทลูกในเครือทั้ง 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น จำกัด, บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท อีแกท ไดมอนด์ เซอร์วิส จำกัด ให้ดำเนินการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ กฟผ. และกระทรวงพลังงาน
ปัจจุบันธุรกิจ EGAT O&M ดำเนินการอยู่ 10 กลุ่ม ได้แก่ 1.ธุรกิจอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า ดูแลเรื่องการตลาด การขาย การบริหารสัญญา 2.วิศวกรรมและการก่อสร้างโรงไฟฟ้า 3.เดินเครื่องและบำรุงรักษาประจำโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง 4.การเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า 5.บำรุงรักษาเครื่องกล 6.บำรุงรักษาไฟฟ้า 7.โรงงานและอะไหล่ 8.บำรุงรักษาโยธา 9.บริการเคมี และเคมีภัณฑ์โรงไฟฟ้า และ10.เถ้าลอยลิกไนต์ และยิปซัมสังเคราะห์ ซึ่ง กฟผ.ได้ขายให้เอสซีจี สามารถลดต้นทุนและเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ปูนซีเมนต์ เช่น การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า การทำถนนต่างๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังขยายงานไปสู่ต่างประเทศการเข้าไปดูแลและบริหารจัดการโรงไฟฟ้าหงสาอายุสัญญา 17 ปีไฟฟ้า" target="blank_"> โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ใน ส.ป.ป.ลาวไฟฟ้า" target="blank_"> โรงไฟฟ้าของรัฐบาล ส.ป.ป.ลาวไฟฟ้า" target="blank_"> โรงไฟฟ้าในการเข้าไปซ่อมบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของสิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย เป็นต้น และในอนาคตจะให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในประเทศพม่าในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะที่เมืองหลวงเก่าย่างกุ้ง มีโรงไฟฟ้าเก่าอายุใช้งานกว่า 20 ปี และในอนาคตยังมีความต้องการไฟฟ้าอีกมากในการพัฒนาประเทศ ซึ่ง กฟผ.สนใจที่จะนำเครื่องผลิตไฟฟ้าเก่าไปขาย โดยจะประสานงานกับมิตซูบิชิ ผู้ผลิตโรงไฟฟ้ารายสำคัญ และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ กฟผ. เข้าไปขยายตลาดในประเทศพม่า ขณะที่การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะยิ่งทำให้ EGAT O&M มีศักยภาพในการออกไปบุกเบิกงานในชาติสมาชิกทั้ง 10 ประเทศได้ง่ายขึ้น
"ในอนาคตอันใกล้นี้ ผู้ว่าการ กฟผ.มีนโยบายที่จะนำธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้ามาอยู่ภายได้การดูแลของ EGAT O&M เช่น ธุรกิจระบบส่ง และธุรกิจไฟเบอร์ออฟติกส์ ซึ่งมีมูลค่ารายได้รวมกันนับพันล้านบาท" นายไพศาลกล่าว
สำหรับแผนงานในอนาคต EGAT O&M ได้ให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรเพื่อรองรับงานในอนาคตมากที่สุด โดยได้พัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความรู้ สามารถนำความรู้ เทคโนโลยีต่างๆ มาพัฒนาต่อยอดสร้างรายได้ให้แก่องค์กร และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ไปให้รุ่นต่อรุ่นได้ สร้างบุคลากรให้เป็นทุนมนุษย์ขององค์กร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการทำให้ทุนมนุษย์มีคุณค่ามี 3 ปัจจัยหลักเข้ามาเกี่ยวข้องคือ ความรู้ ทักษะความชำนาญ และคุณลักษณะสำคัญ ซึ่งวัฏจักรการสร้างและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญนั้น มีจุดเริ่มต้นจากการที่องค์กรได้บุคลากรที่มีความหลากหลาย จึงจำเป็นต้องหล่อหลอมให้อยู่ในวัฒนธรรมใหม่ขององค์กร
โดยการพัฒนาศักยภาพที่สามารถมองเห็นได้ในรูปแบบของการเพิ่มพูนความรู้ เมื่อได้บุคลากรที่เป็นคนเก่งและดีแล้ว ยังมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาบุคลากรเหล่านั้นให้เป็นมืออาชีพในด้านต่างๆ ของ 10 กลุ่มธุรกิจของ กฟผ. ซึ่งการเพิ่มพูนศักยภาพของบุคลากรให้มีความสามารถตามสาขาอาชีพ จะทำให้องค์กรมีความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างยั่งยืน เป็นความได้เปรียบที่เหนือกว่าคู่แข่ง และลอกเลียนได้ยาก
นอกจากนี้ ยังมีการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่มาประมวลจัดการ เพื่อให้บุคลากรรุ่นต่อๆ ไปสามารถศึกษาเพิ่มพูนความรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งได้ทำติดต่อมาเป็นปีที่ 3 และยังได้นำบุคลากรของ กฟผ.ที่เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่ปลดเกษียณไปแล้ว มาช่วยสอนให้แก่บุคลากรรุ่นใหม่ๆ เพราะความรู้ที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มาจากประสบการณ์จริงที่ไม่สามารถศึกษาที่ไหนได้
ด้านการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่างๆ มีการแบ่งระดับความเชี่ยวชาญออกเป็นกลุ่มย่อย 5 ระดับ ได้แก่ 1. Skill มีความรู้ ความเข้าใจขั้นตอนการทำงานของอุปกรณ์ควบคุมในระดับผู้ปฏิบัติงานเบื้องต้น 2.Foreman มีความสามารถครอบคลุมในระดับ Skill มีประสบการณ์ในการบำรุงรักษา สามารถกำหนดขอบเขตและวางแผนการทำงาน 3.Supervisor มีความสามารถครอบคลุมในระดับ Foreman สามารถวิเคราะห์สถานการณ์โดยอาศัยประสบการณ์ที่สะสมมานาน 4.Senior Supervisor มีความสามารถครอบคลุมในระดับ Supervisor และสามารถประเมินสถานการณ์และระบุทางเลือกในปัจจุบันและอนาคตได้ และ 5.Technical Adviser (TA) มีความสามารถครอบคลุมในระดับ Senior Supervisor มีความสามารถในการวางแผนวิศวกรรม การบริหารจัดการ และการบำรุงรักษาด้านวิศวกรรมได้
ไม่เพียงแต่การสร้างบุคลากรจากองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรเท่านั้น กฟผ.ยังได้ประสานงานกับพันธมิตรผู้ผลิตโรงไฟฟ้าชั้นนำของทุกภูมิภาคทั่วโลกเข้ามาร่วมทำธุรกิจ และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่บุคลากร เพื่อให้มีศักยภาพสามารถบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าที่ผลิตจากทุกโรงงานในโลกนี้ได้ ซึ่งปัจจุบันมีความร่วมมือกับกลุ่มมิตซูบิชิ จนทำให้ กฟผ.มีมาตรฐานเทียบเท่ากับโรงซ่อมของมิตซูบิชิ โดยไม่ต้องนำคนญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเหลือ
"ในอนาคตเราจะเซ็นสัญญาความร่วมมือกับจีอี ผู้ผลิตโรงไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐ บริษัทผู้ผลิตโรงไฟฟ้าจากประเทศฝรั่งเศส และกำลังเจรจากับบริษัทซีเมนท์จากเยอรมัน เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ กฟผ.รับงานได้อย่างหลากหลาย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยขณะนี้ลูกค้าหลักของ EGAT O&M จะเป็นบริษัทในเครือของ กฟผ.ประมาณ 50% ที่เหลือเป็นลูกค้าจากโรงไฟฟ้าเอกชนต่างๆ" นายไพศาลกล่าว
"ในอนาคตเราจะเซ็นสัญญาความร่วมมือกับจีอี ผู้ผลิตโรงไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐ บริษัทผู้ผลิตโรงไฟฟ้าจากประเทศฝรั่งเศส และกำลังเจรจากับบริษัทซีเมนท์จากเยอรมัน เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ กฟผ.รับงานได้อย่างหลากหลาย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ"
....................................................................
('กฟผ.' ต่อยอดปั้นธุรกิจใหม่ มุ่งปั้นบุคลากรเพื่อเติบโตยั่งยืน : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ)